สปอร์ที่ถูกพัดปลิวไปตกหล่นบนอินทรีย์วัตถุหรือแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ก็จะสร้างเส้นใยเรียกไฮฟา(hypha)  มีหลายไฮฟาเรียกไฮฟี (hyphae)  เส้นใยมีการเพิ่มจำนวนสะสมมากเข้าๆ เรียกว่าขยุ้มราหรือไมซีเลียม (mycelium) คล้ายกับปุยฝ้ายใยสำลี

 

ท่านผู้อ่านเคยแปลกใจกันบ้างไหมครับว่าทำไมจึงมีเห็ดป่าให้เราบริโภคกันได้ทุกปี โดยส่วนใหญ่เก็บซ้ำจากที่เดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ปีก่อนเคยไปเก็บเห็ดที่ไหน ปีใหม่หรือปีถัดไปก็ไห้ไปเริ่มต้นที่จุดเดิมนั้นอีก อันนี้ก็เป็นเทคนิคที่ผู้ชอบกินเห็ดรุ่นใหม่จะนำไปทดลองดูก็ได้รับรองว่าไม่ผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดระโงกขาว ระโงกเหลือง (อ๊ะๆ แต่ต้องระวังเป็นพิเศษนะครับ อย่าไปเก็บผิดเป็นเห็ดระโงกหินหรือเห็ดไข่เป็ดเชียวนะครับ เพราะนั่นเป็นเห็ดพิษร้ายแรงถึงตาย) เห็ดฟาง เห็ดขอน เห็ดตับเต่าขาว (เห็ดตีนแรด)  ถ้าท่านสนใจใคร่รู้ในรายละเอียดก็จะเล่าให้ฟังพอเป็นกระษัยเท่าที่สติปัญญาจะพาไปก็แล้วกันนะครับ
 
ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในธรรมชาติจะมีการพึ่งพาอาศัยกันอย่างพอเหมาะพอดีทั้งพืช สัตว์ เห็ด รา จุลินทรีย์ มีการแลกเปลี่ยนแบ่งปันอาหารให้กันและกันอย่างลงตัว สัตว์กินพืชแบบพอดี ขี้หรือขับถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยด้วยกระบวนการย่อยสลายของกองทัพจุลินทรีย์ ทั้งเห็ด ราและแบคทีเรีย พร้อมปล่อยเอนไซม์ที่มีประโยชน์ในการเร่งการเจริญเติบโตให้พืช  พืชก็ปล่อยอาหารออกมารอบๆบริเวณรากฝอยแบ่งปันกันไปมาอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ส่งผลให้ระบบนิเวศน์ในป่าเขาลำเนาไพรจะอยู่ยั้งยืนยงตราบนานเท่านาน ถ้าไม่มาพบพาลสัตว์บางจำพวกที่กินไม่เลือก ไม่เว้นแม้กระทั่ง อิฐ หิน ปูน ทราย นับประสาอะไรกับป่าไม้จะเหลือได้อย่างไร
 
เมื่อการดำรงชีวิตของเห็ดมีวัฎจักรหรือวัฏสงสารด้วยการพึ่งพิงธรรมชาติเป็นองค์ประกอบหลัก เมื่อสภาวะแวดล้อมหรือปัจจัยที่เกื้อหนุนเหมาะสมก็จะจุติ เอ๊ย! เกิดเป็นดอกเห็ดขึ้นมา แต่การเกิดก็ต้องมีปัจจัยหลักที่เกื้อหนุนนั่นก็คือเห็ดจะต้องมีเมล็ด เมล็ดของเห็ดเล็กมากเพียง 2-4 ไมครอน เท่ากับผงฝุ่นละออง นักวิชาการจึงเรียกว่า "สปอร์" เมล็ดของเห็ดหรือสปอร์จะมีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมหรือสภาวะแห้งแล้งที่ยาวนาน เนื่องด้วยธรรมชาติออกแบบไว้อย่างดีเยี่ยมแล้วเพียงเฝ้ารอคอยดิน ฟ้า อากาศที่เหมาะสม มีความชุ่มชื้นเย็นสบายก็แบ่งเซลล์งอกจากสปอร์้เป็นเส้นใย อาหารรอบๆเส้นใยมีมากพอก็ขยายเซลล์เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆเป็นลำดับ
 
สปอร์ที่ถูกพัดปลิวไปตกหล่นบนอินทรีย์วัตถุหรือแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ก็จะสร้างเส้นใยเรียกไฮฟา(hypha)  มีหลายไฮฟาเรียกไฮฟี (hyphae)  เส้นใยมีการเพิ่มจำนวนสะสมมากเข้าๆ เรียกว่าขยุ้มราหรือไมซีเลียม (mycelium) คล้ายกับปุยฝ้ายใยสำลี เมื่อถูกน้ำหรือสายฝนราดรดเกิดการรวมกลุ่มเป็นตุ่มเห็ดและเจริญเป็นดอกเห็ด (fruiting body) ได้ตลอดรอดฝั่งให้เราได้รับประทานกันได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตุ่มหรือดอกเห็ดแต่ละดอกที่จะดูดกินสารอาหารจากเส้นใยที่ทำหน้าที่ลำเลียงได้ดีมากน้อยเพียงใด ดอกที่แย่งไม่เก่งก็แห้งเหี่ยวฝ่อยุบ ดอกไหนที่แข็งแรงก็จะดูดกินสารอาหารได้มาก เจริญเติบโตเป็นเห็ดให้เราได้รับประทานกัน
 
แต่ทำไมเห็ดจึงเกิดที่เก่าซ้้ำๆกันทุกปี เนื่องด้วยเราพบว่าเส้นใยเหล่านั้นจะมีการสร้างโครงสร้างพิเศษอย่างหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า "คลาร์มิโดสปอร์" ภาษาชาวบ้านเรียกว่า "เหง้าเห็ด" ถ้านึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงหญ้าคาหรือหญ้าแห้วหมู ไม่ว่าเราจะถาก ขุด ตัดรากถอนโคน หรือเผาไฟสุมบนผิวดินอย่างไร ก็ไม่สามารถทำให้หญ้าคาหรือแห้วหมูหมดไปได้ แต่พอถึงระยะกล้าหน้าฝนก็จะเห็นหน่อเขาแทงโผล่แซมดินขึ้นมาให้เห็นเป็นประจำทุกปี เหง้าเห็ดก็เช่นกันจะมีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศได้ใกล้เคียงกัน ขอนไม้ ตอซัง ฟางข้าวเก่าที่เคยเกิดดอกเห็ด จะมีเหง้าเห็ดอาศัยอยู่รอจังหวะเวลาโอกาสที่เหมาะสมจึงจะผลิแย้มแซมดินออกมาอย่างสง่างามให้เราได้ชื่นชิมลิ้มรส.
 
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com