กราบสวัสดีค่ะครู
วันนี้เป็นวันที่ตั้งใจกับตนเองในการเขียนบันทึกทั้งเรื่องงานและถอดบทเรียนกับตนเอง มานั่งทบทวนดูรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรมาก แต่พอค่อยๆเยียนรับรู้ว่ามีความรู้สึกล้าเหมือนใช้พลังงานเยอะ บ่งบอกว่าระหว่างเขียนไม่ภาวนา เช้านี้ตื่นมาไหว้พระนั่งลงทำความสงบ ไม่ได้ออกไปวิ่งศีลข้อสี่ด่างพร้อย ณ จุดยังจัดสรรเวลาตนเองไม่ได้กับการต้องออกจากบ้านเช้า เหมือนพอละเลยอะไรนานๆทำให้การกลับมาทำไม่ง่าย เหมือนจะยากกว่าครั้งแรกๆที่เริ่มอีกค่ะ เพราะเป็นการเริ่มที่ตำแหน่งติดลบไม่ใช่ศูนย์แต่ก็มิได้หมายความว่า
"ทำไม่ได้ หนูเชื่อว่าทำได้ แต่อาจจะค้องใช้ความอดทน"
ออกจากบ้านไปส่งเด็กๆไปโรงเรียน น้องใหม่เอ่ยเปรยๆว่า "เหมือนน้าติ๋วต้องมาทำหน้าที่แม่เลย ดี น้าติ๋วจะได้รู้ว่า แม่ต้องทำอะไร จะได้ไม่อยากมีลูก"ฟังคำพูดน้องแล้วก็ได้ยิ้มค่ะครู ปกติจะเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดนัก หรืออาจจะเริ่มคุ้นเคยแต่ก็ได้คิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตระหนักกับตนเองว่า
"แม่เหนื่อยกว่าจะเลี้ยงลูกโตมาได้ขนาดนี้"
พอเข้าที่ทำงานวันนี้สบายๆ พี่ๆไปประชุมและออกบูธกันไม่ค่อยอยู่นัก จึงนั่งเขียนงานเคลียร์เอกสารค้างค่ะเหมือนไม่ได้ทำอะไรมากมีแต่งานเขียนและรับให้คำปรึกษาเคสที่น้องไปเจอในพื้นที่จึงชวนทำวิจัยต่อเก็บข้อมูลเตรียมลงพื้นที่ พอได้เวลาไปรับเด็กๆกลับบ้าน วันนี้ตั้งใจทานมื้อเดียว ระหว่างไปรับเด็กๆรู้สึกหิวๆจึงซื้อสาหร่ายและน้ำแต่พอทานแล้วรู้สึกง่วงแปลกจังเลยค่ะครู เหมือนพอระดับน้ำตาลในร่างกายต่างกันมากๆจะมีอาการง่วง แต่มานึกย้อน ณ ตอนนี้มันก็คือ นิวรณ์ พอเข้าบ้านจัดแจ้งกวาดบ้านอ่านข่าว ทำให้รับรู้สถาณการณ์บ้านเมืองมากขึ้น ทำให้นึกถึงคำครู ให้เร่งเพียร เพราะโลกจะวุ่นวายมากขึ้น ฝนตกตลอดตั้งแต่กลับเข้าบ้านเลยค่ะครู ตื่นขึ้นมากลางดึกจึงได้เข้ามาอ่านงานเขียนงาน