บันทึกสั้นๆ...ช่วงนี้ไม่มีเวลา..จริงๆ แล้วน่าจะเรียกว่าไม่มีแรงเหลือในแต่ละวัน
ในการเขียนบันทึกยาวๆ มากกว่าค่ะ  
ครั้งนี้อยากชวนคิด ชวนคุยว่าด้วยเรื่องที่หากท่านใดได้ตรวจสุขภาพ
เกือบทั้งหมดจะได้ทำ คือ  "ตรวจระดับไขมันในเลือด" 

ขอแชร์คำถามที่เกิดขึ้นเป็นประจำ

1. ทำไมงดน้ำงดอาหาร ต้องงด "น้ำ(เปล่า)" ?

เรื่องนี้ "อภิชาติศิษย์" คนหนึ่งถามว่า ทำไมต้องงด น้ำเปล่าด้วย
เพราะเห็นคนไข้ที่รอเจาะเลือดตรวจสุขภาพ มักบ่นปากคอแห้ง 
จะว่าไป หากเป็น น้ำอัดลม ชามุก ยังพอเข้าใจ...
จะว่าทำให้เลือดเข้มข้นเปลี่ยนไป งั้นก็ต้องไม่ให้เสียเหงื่อเหมือนกันด้วยซี
ไปเปิดดูแนวทางเวชปฎิบัติอิงหลักฐาน ก็มีกล่าวไว้ใน
หัวข้อ "การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด" หน้า 3 ค่ะ
แต่ทางปฎิบัติจริง อาจมีเหตุผลอะไรบางอย่าง
ทำให้เรามัก "งดน้ำงดอาหาร" แบบไม่มียกเว้น...

2. ระดับ LDL ปีก่อน 125  มาปีนี้ 130  อันตรายไหม?

มีคุณครูคณิตศาสตร์ท่านหนึ่ง ตรวจสุขภาพแล้ว
ด้วยความละเอียดรอบคอบ จึงขอเปรียบเทียบกับค่าไขมันในเลือดปีก่อน
คำถามที่ตามมาคือ
"กินอาหารเหมือนเดิม ออกกำลังกายมากกว่าเดิม แล้วทำไมยังขึ้น?"

หมายเหตุ:
LDL = ไขมันคลอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี
เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจหลอดเลือด จึงควร L=Low
ซึ่งตรงกันข้ามกับ HDL = ไขมันคลอเลสเตอรอลชนิดดี
ป้องกันความเสี่ยงโรคหัวใจหลอดเลือด จึงควร H = High
  

3. หลังจากเริ่มกินยาลดไขมัน แล้วปวดเมื่อย ขอหยุดยาได้ไหม?
   หรือถ้าเริ่มกินยาลดไขมันแล้ว ต้องกินไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ?

เมื่อวานนี้ มีคุณป้าท่านหนึ่ง นำยาไขมันที่เหลือสำหรับ 2 เดือนมาบริจาค
(ซึ่งมูลค่ายาตกราวๆ สองพันบาท แต่คุณป้ามีสิทธิเบิกได้
บอกว่า ไม่รู้เกี่ยวกันกับยาหรือเปล่า
แต่หลังจากกินแล้วปวดง่อน (ภาษาเหนือ=ปวดต้นคอ)
 
ข้อมูลที่น่าสนใจ
มีการศึกษาหนึ่งพบว่า ยาที่มีการใช้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยแบบประคับประคอง
กลับไม่ใช่ยามอร์ฟีน แต่เป็นยาลดไขมัน ! 

===

ท่านละคิดว่าอย่างไร
เดี๋ยวจะกลับมาสนทนาต่อค่ะ :)