วัสดุอุดฟันสีเงินที่เราใช้กัน หรือที่เรียกว่า Dental Amalgam มีส่วนประกอบของสารปรอทและโลหะอื่นๆเช่น เงิน ดีบุก ทองแดง สังกะสี เวลาที่จะนำมาใช้อุดฟัน จะต้องทำการผสมอะมัลกัมด้วยเครื่องปั่นอะมัลกัม ซึ่งเมื่อผสมแล้วปรอทจะทำปฏิกิริยากับโลหะผสม กลายเป็นสารเฉื่อย เมื่อนำมาใช้อุดฟันจึงไม่มีอันตรายต่อคนไข้

              ช่วงนี้ที่รพ.มีการตรวจสุขภาพเจ้าหน้าที่กัน มีคำถามจากหลายๆคนว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ห้องฟันต้องตรวจสารปรอทในเลือดด้วย วันนี้เลยมาตอบข้อสงสัยให้ฟังกันค่ะ

                วัสดุอุดฟันสีเงินที่เราใช้กัน หรือที่เรียกว่า Dental Amalgam มีส่วนประกอบของสารปรอทและโลหะอื่นๆเช่น เงิน ดีบุก ทองแดง สังกะสี เวลาที่จะนำมาใช้อุดฟัน จะต้องทำการผสมอะมัลกัมด้วยเครื่องปั่นอะมัลกัม ซึ่งเมื่อผสมแล้วปรอทจะทำปฏิกิริยากับโลหะผสม กลายเป็นสารเฉื่อย เมื่อนำมาใช้อุดฟันจึงไม่มีอันตรายต่อคนไข้

                แต่โอกาสได้รับสารปรอทนั้น เกิดขึ้นได้จากขั้นตอนต่างๆ เช่น การเตรียมอะมัลกัม การกรอรื้ออะมัลกัม การขัดวัสดุอุดโดยเกิดความร้อนมากเกินไป การจัดเก็บเศษอะมัลกัมที่เหลือใช้อย่างไม่ถูกวิธี เจ้าหน้าที่ที่ทำงานงานในห้องฟันจึงควรได้รับการตรวจติดตามสารปรอทในเลือดเป็นประจำทุกปี

                ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาวัสดุอุดฟันชนิดอื่นๆเข้ามาใช้แทนที่อะมัลกัมมากขึ้น แต่ในประเทศไทย อะมัลกัมก็ยังเป็นวัสดุอุดฟันที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากอายุการใช้งานยาวนาน (10-15 ปี หรือมากกว่า) มีราคาถูก มีความแข็งแรง ใช้งานง่าย แต่ข้อเสียของมันก็คือ ไม่สวยงาม และมีความกังวลเกี่ยวกับสารปรอทที่มีโอกาสปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้ แต่การจะเลือกใช้วัสดุอื่นแทนอะมัลกัม ก็จะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น (ต้นทุนวัสดุและอุปกรณ์ราคาค่อนข้างสูง) เวลาที่ในการทำงานที่นานขึ้นเนื่องจากมีtechnique-sensitivityมากขึ้น คนไข้อาจจะต้องมาหลายครั้ง ในการรักษาต้องมีผู้ช่วยที่ค่อนข้างพร้อม และอายุการใช้งานของวัสดุอื่นอาจจะไม่ยาวนานเท่าอะมัลกัม

 

                                

ธัญญารัตน์