“เหตุผล” และ “ความเข้าใจกัน” ทั้ง 2 ประการนี้ นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตคู่ ถ้าหากสิ่งเหล่านี้ขาดหายไป ความรักและชีวิตคู่ก็อาจจะพบกับจุดจบได้ในที่สุด

 

 เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

บันทึก 10 ปี การแต่งงาน และวันเกิดของลูกสาวคนโต(2)

 

 

 

 

 

(๔)    เจ้าบ่าวนอนวัด......และ  “คนที่ใช่ ในจังหวะที่ใช่”

 

               ดูเหมือนว่าชีวิตคู่ของผมจะมีความแตกต่างจากคนอื่นอยู่บ้างในช่วงแรกๆ เพราะว่าหลังจากที่แต่งงานได้ 2 วัน ภรรยาของผมก็ต้องเดินทางกลับไปทำงานเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว เพื่อใช้ทุนที่เธอได้รับมาเป็นเวลา 4 ปี

               ส่วนผมเองนั้น ยังมีความสุขและผูกพันกับการนอนที่วัด ก็เลยกลับมานอนที่วัดเพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้พระสงฆ์อยู่ที่วัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม)ตามเดิม  อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยสงฆ์มากกว่าด้วย  โดยนอนอยู่ที่วัดต่อไปอีก 4 เดือน

               ผมกับภรรยามีโอกาสได้พบกันเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น  โดยการผลัดเปลี่ยนกันเดินทางไป-มาหากัน

               ระยะทางและความห่างไกลอาจจะเป็นอุปสรรคหรือปัญหาสำคัญที่ทำให้ชีวิตคู่ของหลายๆ คนต้องพังทลายลง ไปในที่สุด

               แต่สำหรับเราสองคนแล้ว ระยะทางและความห่างไกลไม่ใช่อุปสรรคหรือปัญหาที่จะทำให้ความรักของเราลดน้อยหรือจืดจางลง   ตรงกันข้ามกลับมีแต่จะทำให้เราสองคนรู้สึกคิดถึง ห่วงใย และรักกันมากยิ่งขึ้น

               ภรรยาเคยถามผมว่า ทำไมผมถึงชอบและรักเธอ?

               ผมตอบไปว่า เพราะว่าผมไม่มีใคร เธอเป็น “คนที่ใช่ ในจังหวะที่ใช่”  ผมชอบความเรียบง่ายของเธอ  ชอบที่เธอเป็นคนติดดิน  มีพื้นฐานมาจากชนบท รักความเป็นชนบท สามารถกินปู กินปลา หรือกินเขียดกินอึ่งได้เหมือนกับตัวผมเอง

               ภรรยาของผมเธอเล่าให้ฟังว่า เธอเป็นเด็กเรียน ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเรียนหนังสือ เพื่อนำพาชีวิตของเธอและครอบครัวไปสู่ฐานะที่ดีกว่า  ดังนั้น เธอจึงไม่เคยมีแฟนหรือคนรักมาก่อน

               เมื่อถึงช่วงที่เธอได้เจอผมอีกครั้ง และในอีกสถานภาพหนึ่ง หลังจากที่ได้รู้จักและคุ้นเคยกันพอสมควรแล้ว เธอก็เลือกที่จะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับผม  ด้วยเหตุผลที่ว่า ผมไม่มีใคร และการที่ผมบวชเรียนเป็นเวลานานก็ทำให้เธอมั่นใจว่า ผมต้องเป็นคนดีอย่างแน่นอน

 

 

(๕)    ร้องเพลงกล่อมภรรยาทางโทรศัพท์

 

               “เหตุผล” และ “ความเข้าใจกัน” ทั้ง 2 ประการนี้ นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตคู่  ถ้าหากสิ่งเหล่านี้ขาดหายไป ความรักและชีวิตคู่ก็อาจจะพบกับจุดจบได้ในที่สุด

               ผมกับภรรยารักกันอย่างมีเหตุผล จึงทำให้เรามีความเข้าใจซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะอยู่ห่างไกลกันมากสักเพียงใดก็ตาม

               ผมกับภรรยาใช้วิธีผลัดเปลี่ยนกันโทรศัพท์หากัน โดยผมโทรหาเธอใน “วันคี่” ส่วนเธอจะโทรหาผมใน “วันคู่” ทั้งนี้เพราะว่าในแต่ละเดือนนั้น “วันคี่” จะมีมากกว่า “วันคู่” นั่นเอง และถ้าเดือนใดมีวันที่ 31 ด้วย พอถึงวุ่นรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันที่ 1 ของเดือนใหม่  ผมก็จะเป็นฝ่ายโทรไปหาเธออีก

               การคุยกันทางโทรศัพท์ทุกวัน นอกจากจะช่วยทำให้เราสองคนไม่รู้สึกเหงาและคลายความคิดถึงได้แล้ว  ก็ยังทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ๆ กันอีกด้วย

               สิ่งหนึ่งที่ผมทำเป็นประจำ ก็คือ การร้องเพลงกล่อมภรรยา  โดยที่เธอขอให้ผมร้องให้เธอฟังก่อนวางสายทุกๆ คืน เพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับฝันดีทุกคืน

              โดยเพลงที่เธอชอบฟัง ก็คือ เพลง  “ยิ่งรักยิ่งคิดถึง” ของ คุณแสนสุข  แดนดำเนิน อดีตนักร้องชื่อดัง ซึ่งปัจจุบันได้ล่วงลับไปแล้ว  ซึ่งเนื้อหาของเพลงจะกล่าวถึงความรักที่งดงามและบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาว   ฟังทีไรก็รู้สึกมีความสุขและเบิกบานใจเสมอ 

 

 เนื้อเพลง   “ยิ่งรักยิ่งคิดถึง”

ศิลปิน  “แสนสุข   แดนดำเนิน”

 

 

 คิดถึงทุกวันฝันเห็นทุกคืน   หลับตาผวาสะอื้น  ขวัญยืนจะรู้บ้างไหม

นอนคะนึงรำพึงรำพันร่ำไป  คิดถึงจนทนไม่ไหว  นอนร้องไห้คนเดียว

 

คิดถึงเหลือเกินอย่างเหินลมลอย  หากเป็นเช่นนกสักหน่อย  จะลอยข้ามหล้าฟ้าเขียว

ไกลแสนไกลก็จะไปอย่างเดียว  แม้หนทางคดเคี้ยว  คนเดียวฉันก็จะไป

 

เดือนสิบเอ็ดบัวออกทั้งดอกและฝัก  ฉันมอบความรักให้เธอด้วยดอกบัวไทย

ถึงบัวจะขาว ขาวได้ราวครึ่งใจ   รักฉันขาววิไลยิ่งกว่าดอกไม้จากดาวดึงส์

 

รักเอ๋ยไกลตาเหมือนฟ้าไกลดาว  นี่เธอจะรู้หรือเปล่า  หัวใจฉันเศร้าสุดซึ้ง

ใจสองใจเหมือนมีไฟดูดดึง  ยิ่งรักก็ยิ่งคิดถึง  คิดถึงทุกลมหายใจ


ท่านใดสนใจอยากจะฟังเพลง "ยิ่งรักยิ่งคิดถึง"  สามารถเข้าไปฟังได้ที่นี่นะครับ

 http://www.4shared.com/mp3/ZJ3H4sbT/02-_-.html

 

 

(โปรดติดตามอ่านต่อ ตอนที่ 3)

 

 

 

 

 

เพลง   "รู้จักความรักเมื่อรู้จักเธอ"

ศิลปิน    "ไผ่   พงศธร"