ฝรั่งนั้นมีความขาดแคลนด้านปรัชญาศาสนา กล่าวคือการพัฒนาความคิดของประชากรก้าวเกินกว่าปรัชญาศาสนาจะตอบสนองได้ ดังนั้นจึงหันมาหาดนตรีเป็นเครื่องปลดปล่อยทดแทน

Lady gag-a

 

เลดี้กาก-อ้ะ (กาก้า)  กำลังมาทัวร์ แบงค้อก ของเรา คาดว่าสาวกแน่นตรึมเป็นแน่

 

 

ทำให้ผมมานั่งคิดว่าทำไม ประเทศไทยที่แสนยากจน จัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีรายได้ต่อหัวสัญชาติประชากรต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในโลก (หากหักรายได้ 70% ของนายทุนต่างชาติออกไป และ หัก 20% ของนายทุนชาติออกไป) จึงได้นิยมชมชื่นกับดนตรีราคาแพงของ”กาก-อ้ะ” มากนัก

 

ในเมืองฝรั่งพอเข้าใจ เพราะฝรั่งนั้นมีความขาดแคลนด้านปรัชญาศาสนา  กล่าวคือการพัฒนาความคิดของประชากรก้าวเกินกว่าปรัชญาศาสนาจะตอบสนองได้ ดังนั้นจึงหันมาหาดนตรีเป็นเครื่องปลดปล่อยทดแทน  ตามรสนิยมแห่งตน   พอดีเลดี้กาก้าเข้ามาในจังหวะที่ถูกต้องก็เลยดังเป็นพลุแตก

 

ส่วนบริบทของสังคมไทยเราไม่ได้เป็นเช่นฝรั่งเสียหน่อย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจปรัชญาชีวิตอะไร นอกจาก “ไม่เป็นไร” ปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามกระแส ...... แต่ทำไม กลับนิยมเพลงของ”เลก้า”อย่างบ้าคลั่ง 

 

น่าถามว่าในบรรดาสาวกทั้งหลายนั้นมีสักกี่คนที่จะเข้าใจปรัชญาเพลงได้ลึกทะลุ ...ส่วนมากเชื่อได้ว่าสนใจเฉพาะเรื่องฉาบฉวยภายนอก เช่น ท่าเต้น การแต่งหน้า ตัว ผม และดนตรี แสงสี วิจิตร ....มีสักกี่คนที่จะเข้าใจถึงการประชดประชันเสียดสีสังคม ด้วยวลี แสลง บริบทสังคม (ฝรั่ง) อันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในเพลง

 

 

กาก.อ้ะ

 

...คนถางทาง (๒๔ พค. ๒๕๕๕)