การพบกันครั้งแรก

 

 

การพบกันครั้งแรก

            นับจากที่ผู้เขียนได้เขียนบันทึก Go Inter นั้น วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ผู้เขียนได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกากับคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ซึ่งในวันแรกที่ไปถึงนั้นทางคณะได้ไปที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียก่อน หลังจากที่ผู้เขียนได้เข้าที่พักแล้ว กำลังจัดแจงของในกระเป๋า ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พี่น้อย ผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษาได้พักห้องเดียวกันกับผู้เขียนเป็นคนรับโทรศัพท์ สักประเดี๋ยว พี่น้อยก็ยื่นโทรศัพท์ให้กับผู้เขียนบอกว่ามีคนจะพูดด้วย...ผู้เขียนรับโทรศัพท์มา แล้วก็ดีใจ + ตื่นเต้นมาก เป็นเสียงของพี่นีนาถโทร.เข้ามาหา เพราะตลอดเวลาที่ได้เหยียบแผ่นดินของสหรัฐ ผู้เขียนพยายามมองหาตู้โทรศัพท์สาธารณะ แต่ก็มองไม่เห็นเลย เพื่อที่จะโทร. หาพี่นีนาถ

                แต่พอเข้าที่พักก็ได้คุยกับพี่นีนาถพอดี เราตกลงกันว่าจะไปเจอกันที่เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ในตอนเย็นของวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ลาสเวกัส เป็นแหล่งคาสิโนที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกาและของโลก เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองบาป เพราะมีการเล่นการพนันเป็นอาชีพ พร้อมทั้งมีหญิงให้บริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นอาชีพ ๆ หนึ่งของเมืองนี้...ลาสเวกัสเป็นดินแดนแห่งทะเลทราย แต่สหรัฐกลับใช้วิกฤติในด้านภูมิประเทศนี้ สร้างดินแดนแห่งทะเลทรายให้เป็นเมืองเศรษฐกิจ สามารถหารายได้ให้กับสหรัฐอเมริกาได้ โดยการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส...

                  ผู้เขียนไปถึงลาสเวกัส เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. ของวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ผู้บริหารบอกว่าจะพาคณะออกไปดูโชว์ด้านนอกของโรงแรม สำหรับผู้เขียนได้ปฏิเสธทางคณะไป เนื่องจากมีเป้าหมายไว้แล้วว่า จะต้องพบพี่นีนาถให้ได้...ก็เลยนั่งรอพี่นีนาถอยู่ที่ห้องคนเดียว...เวลาผ่านไป เกือบ ๒๐.๐๐ น. ผู้เขียนก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเสียงของพี่นีนาถโทร. เข้ามานั่นเอง...

                  พี่ทั้งสองได้ขับรถยนต์มาจากรัฐยูท่าห์ เพื่อมายังเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ระยะทางซึ่งห่างกันประมาณ ๙๐๐ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๖ ชั่วโมง...เพื่อมาพบกับผู้เขียน สำหรับผู้เขียนได้นั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเปลี่ยนเครื่องบินที่สนามบินนาริตะและจากนาริตะ ถึงสนามบินเมืองซานฟรานซิสโก ประมาณ ๑๕ ชั่วโมง ๔๕ นาที และนั่งรถยนต์เพื่อมุ่งสู่ลาสเวกัสอีกประมาณ ๓ ชั่วโมง (ซึ่งระยะทางของแต่ละฝ่ายเป็นระยะทางที่เรียกว่า ไกลมาก ๆ...แต่ขึ้นอยู่ที่ใจของพวกเราแล้วในตอนนี้ว่า "เราต้องเจอกันให้ได้")...

                 พี่นีนาถและพี่ไชสุวันมารับผู้เขียนที่ห้องพัก เพราะถ้าจะให้ผู้เขียนลงไป คงหลงแน่ ๆ เนื่องจากด้านล่างมีการเล่นการพนันอย่างคับคั่ง มีหลากหลายชนิดมาก ซึ่งขัดกับความรู้สึกของผู้เขียนเอง เมื่อพี่ทั้งสองมารับที่ห้อง ผู้เขียนดีใจและตื่นเต้นมาก ๆ ที่พวกเราได้เจอกันแล้ว ดีใจ + กลัวกับสิ่งต่าง ๆ ในด้านล่าง (เนื่องจากอยู่คนเดียวและต่างแดน) อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลออกมา...ซึ่งมันเป็นความอ่อนแอของตัวเราเองที่มันซ่อนอยู่ภายในตัวเราซึ่งคนอื่นไม่สามารถรู้ได้...บางครั้งคนอื่นก็ดูว่าเราเป็นคนเข้มแข็ง แต่ในความเข้มแข็งนั้น สิ่งที่แฝงอยู่ในตัวเรามันเป็นสิ่งที่บอบบาง...และมันก็พร้อมที่จะพรั่งพรูออกมาเป็นน้ำตาได้เหมือนกัน...

                 พี่นีนาถได้ชวนผู้เขียนให้ออกไปทานข้าวกันข้างนอก โดยแนะนำให้รู้จักกับคุณป้าแสงวิไล + คุณลุง (สามี) ซึ่งเป็นคนประเทศลาวและได้มาอยู่ที่ลาสเวกัสตั้งหลายสิบปีแล้ว เผื่อโอกาสหน้าผู้เขียนจะได้ไปที่ลาสเวกัสอีก...สำหรับพี่ไชสุวันก็เป็นคนประเทศลาวเช่นกัน แต่พี่ได้มาอยู่สหรัฐอเมริกานานแล้ว ทั้งพี่นีนาถและพี่ไชสุวันได้โอนสัญชาติเป็นชาวอเมริกันเรียบร้อยแล้ว...

 

ภาพเหตุการณ์สำหรับคืนวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕

ณ ลาสเวกัส รัฐเนวาดา เป็นภาพที่ำพวกเราได้มาพบกัน

เป็นครั้งแรกนับจากที่เราได้รู้จักกันบนเว็บ Gotoknow

เป็นครั้งแรก แล้วเราก็ได้ติดต่อสื่อสารกันทางโทรศัพท์

ทาง mail ทาง FB แล้วแต่สถานการณ์...และต่อไปก็คงมี

ช่องทางอีกช่องทางหนึ่งที่พวกเราสามารถติดต่อกันได้อีก

คือ ทาง Skype (เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่) ซึ่งพวกเราจะได้

เห็นหน้ากันและรู้ว่าแต่ละฝ่ายอยู่ณ ที่ใดและได้พูดคุยกัน

 

          หลังจากที่พวกเราได้ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว...พี่นีนาถ + พี่ไชสุวัน ได้พาผู้เขียนไปที่ห้องพักอีกโรงแรมหนึ่งที่พี่ทั้งสองได้มาพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว...และพี่ไชสุวันก็อาสาเป็นคนขับรถยนต์พาผู้เขียนและพี่นีนาถชมวิวรอบเมืองลาสเวกัส แล้วเราก็เดินเล่นและดูเมืองลาสเวกัสยามราตรีในคืนนั้น

             พวกเราอยู่ด้วยกันเกือบเที่ยงคืนกว่า ๆ ๔ ชั่วโมงเต็ม ๆ ที่พวกเราได้พูดคุย และอยู่ด้วยกัน แต่แล้ว...งานเลี้ยง ย่อมมีวันเลิกลา...สุดท้ายพี่ไชสุวัน + พี่นีนาถ + ผู้เขียน ก็ต้องแยกจากกัน...พี่ทั้งสองมาส่งผู้เขียนที่ห้องพักเช่นเดิม...พูดคุยกันสักพัก ก็ขอตัวกลับโรงแรมที่พัก...

             นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เห็นกันจริง ๆ และความสัมพันธ์นี้ก็คงยังสานสัมพันธ์ตลอดไป พบกันอีกครั้ง อาจเป็นที่บ้านของผู้เขียนที่ "พิษณุโลก" ก็ได้...


 

ภาพเหตุการณ์ที่พวกเราไม่อาจลืมได้...และจะจดจำไว้ในใจ

ของพวกเราตลอดไป...เป็นภาพที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่า

มันจะเป็นไปได้ แต่ความจริง ก็เป็นไปแล้ว และก็เป็นจริง

เสียด้วย ระหว่างคนที่อยู่ประเทศไทย + สหรัฐอเมริกา

ที่อยู่ห่างไกลกันมาก ๆ แต่ก็สามารถมาพบเจอกันได้ในเวลา

อันรวดเร็ว โดยนึกไม่ถึงว่าเราจะได้พบกันจริง ๆ...

มันเป็นเรื่องที่แปลกแต่เป็นเรื่องจริง...

 

ผู้เขียนประทับใจพี่นีนาถมาก เวลาเดิน พี่นีนาถจะจับมือ

ของผู้เขียน...เหมือนการที่พี่สาวจูงมือน้องสาวให้เดิน

ตามกัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

พี่ไชสุวันได้รับรางวัลในการเขียน ซึ่งเป็น ๑ ในจำนวน ๓๕๑ คน

จากประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย...เก่งจริง ๆ ค่ะ...

(มองหน้าคุณลุง + พี่ไชสุวัน ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า...ไม่รู้ว่าเคยเห็นหน้ากัน

จากที่ไหนมาก่อน หรือจะเป็นเซ้นท์ส่วนตัวกระมังว่าเราเคยทำบุญร่วมกันมา

จึงทำให้เรามาพบกันในชาตินี้และได้รู้จักกัน)...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ภาพนี้จำได้ว่า พี่ไชสุวันได้บอกให้ชาวฝรั่งเศส เป็นคนถ่ายรูปให้กับพวกเรา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             สิ่งหนึ่งที่คุณป้าแสงวิไล + พี่นีนาถ + พี่ไชสุวัน ได้ทำให้กับผู้เขียน คือ การผูกข้อมือเพื่อรับขวัญตามประเพณีของคนอีสาน + คนประเทศลาว + คนไทยภาคเหนือ (เมื่อเป็นเด็ก ๆ ผู้เขียนก็ถูกแม่ + ป้า + ลุง ของผู้เขียนรับขวัญให้แบบนี้เหมือนกัน...แต่มาบัดนี้ทุกท่านได้จากผู้เขียนไปกันหมดแล้ว)...ทำให้ผู้เขียนถึงกับน้ำตาซึมเลย เพราะทำให้ผู้เขียนนึกถึงภาพในอดีตที่ แม่ และญาติพี่น้องของแม่ได้ทำให้กับผู้เขียน แม้ว่าเวลามันจะผ่านไปนานมาก ประมาณเกือบ ๔๐ ปี แต่ผู้เขียนก็ยังจำได้...และก็อดไม่ได้ที่จะทำให้น้ำตาซึมออกมา เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เดิม ๆ นั้น...