การประกันคุณภาพการศึกษาไม่ใช่ สิ้นปี หรือ ครบ 4 ปี แล้วไปประเมิน ตรวจสอบเพราะมันสายไปแล้วเสมอไป แต่ก็ดีไปอย่างที่สร้างบริษัทสร้างงานให้คนทำ ก็ทำกันไป..... ผมคงไม่แรงที่จะไปงัดซุงใหญ่ ถ้ายังไม่เชื่อว่า คุณภาพการศึกษาต้องสร้างในระหว่างการเรียนการสอน ขณะอยู่ในห้องเรียน มิใช่สร้างได้ด้วยการตรวจสอบ (Quality must be built in the process, but not by inspection)

สรุปหลักคิดที่พูดมาแล้วทุกตอน  ดังนี้

1. นักเรียนเป็นสำคัญ

คำนี้เคยใช้ กันว่า นักเรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ การให้ความสำคัญกับนักเรียน ทำอะไรก็คิดถึงนักเรียนก่อน   คล้าย ๆ กับ ราษฎรต้องมาก่อน เพื่อเอาใจคนให้นั่งรถไฟฟรี นั้งรถเมล์ฟรี ใช่ไฟฟ้าฟรี จนเสียนิสัยไปหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ 555

แต่ผมเองให้ความหมายว่า นักเรียนเป็นสำคัญ หมายถึง การยกระดับความรู้ความสามารถของนักเรียนจากพื้นฐานความรู้ความสามารถและความดีปัจจุบันของนักเรียนให้สูงขึ้น  โดยผุมีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ปัจจุบัน แปลว่าทำได้ตอลดเวลาเพราะปัจจุบันมันเปลี่ยนเป็นอดีตทุกวินาที  การที่ทำอะไรแล้วประกันคุณภาพไม่ค่อยได้ในทางการศึกษา ก็เพราะว่ากว่าเด็ก ๆ จะทำอะไรได้ตามที่เราคาดหวัง  มันก็มักจะสายไปเสียแล้วเสมอไป   เอาผลการสอบปลายภาค เอาผล ONET,NT  มาปรับปรุงแก้ไข ไอ้ลูก ๆ นักเรียนพวกนั้น มันก็จบไปแล้ว    เอาผลจาก สมศ. มาใช้ มันก็สายไปแล้ว เพราะมันล่วงเลยมา 1- 3 ปี  จะเอาผลใหม่ มันก็อีก 1-3 ปี ข้างหน้า   ไปๆ มา ๆ  นักเรียนเป็นสำคัญ ก็กลายเป็นว่า นักเรียนไม่สำคัญ ที่สำคัญกว่า ก็คือรูปแบบการจัดการศึกษา ที่เราทำกันมา

จนทำให้คิดว่า เรากำลังใช้หลัก “ ระบบการศึกษาที่เป็นอยู่เป็นสำคัญ” ซะมากกว่า 555

 2. การประกันคุณภาพการศึกษา 

จะใช้คำนิยามนี้ ก็ได้ “ประกันคุณภาพ คือ การวางแผนและการปฏิบัติของหน่วยผลิตที่มุ่งจะผลิตสิ่งที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของผู้ใช้ผลผลิต ดังนั้น การประกันคุณภาพทางการศึกษาจึงเป็นกระบวนการวางแผน และ กระบวนการจัดการของผู้ที่รับผิดชอบจัดการศึกษาที่จะรับประกันให้สังคมเชื่อมั่นว่าจะพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานคุณภาพที่ระบุไว้ในหลักสูตร และตรงกับความมุ่งหวังของสังคม”(http://www.moe.go.th/main2/article/article1.htm#r.1)

แต่ยังกว้าง  จนอาจทำให้ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  แต่ก็ดีตรงที่ .…….กระบวนการจัดการของผู้ที่รับผิดชอบจัดการศึกษาที่จะรับประกันให้สังคมเชื่อมั่นว่าจะพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานคุณภาพที่ระบุไว้ในหลักสูตร….”

พูดถึงตรงนี้ที่ช่วงนี้กำลังมีข่าวใหญ่ กรณีเด็ก ๆ  โรงเรียนบดินทร์เดชา อดอาหารประท้วง ที่โรงเรียนไม่ให้เรียนต่อ ม.4  เพราะคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด

หากพิจารณาจากความหมาย ข้างบนนี้  ที่เด็กไม่ถึงเกณฑ์ ก็น่าจะมาจากหลายสาเหตุ รวมทั้งเกณฑ์ ของผู้ใหญ่ ที่ทำไม่ได้ตามเกณฑ์  ดังข้อความที่ผมยกมา  หาก ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานคุณภาพที่ระบุไว้ในหลักสูตร  แล้วทำไมถึงมีเกณฑ์การให้เด็ก ๆ  ออกจากโรงเรียน  ซึ่งเกณฑ์นี้ทำกันทั่วประเทศ 

เหตุการณ์นี้ทำให้ สพฐ. เริ่มรู้สึกตัวแล้ว่าจะต้องยกเลิกในปีต่อไป

ผมขอนิยามตามความเห็นของผม 

การประกันคุณภาพ (ทั่ว ๆ ไป) หมายถึง การทำอะไร ๆ  ให้ ถูกต้อง (ทุกคนทุกฝ่ายพอใจ ทั้งผลงานและวิธีการทำ วิธีการผลิต) เสียก่อนที่จะเริ่มต้น ทำแล้วผลออกมาไม่ดี ก็รีบแก้ไขเสียทันที  หรือ เร็วที่สุดที่จะทำได้ ถ้าผลออกมาดี ต่อไปก็จะทำอย่างที่เคยทำนี้ ต่อ ๆ ไปอีก

 การประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน  หมายถึง  การสนับสนุน หนังสือ สื่อ อุปกรณ์ ที่ถูกต้อง สมบูรณ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ครูพิจารณาใช้ในการจัดการเรียนรู้ เพื่อยกระดับการบรรลุเป้าหมาย  "ในทุกมาตรฐานการเรียนรู้ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 นักเรียนจะต้องรู้จริง รู้ลึก รู้กว้าง เชื่อมโยงได้ สร้างองค์ความรู้ ชิ้นงาน ผลงานได้อย่างสร้างสรรค์ นำเสนอ ตอบสนองทุกสถานการณ์ ทั้งในระดับห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด ตลอดจนระดับชาติ และนานาชาติได้อย่างมั่นใจ นำไปใช้ประโยชน์ตน และส่วนรวมได้ ตามศักยภาพของแต่ละคน”  ได้

การประกันคุณภาพการศึกษาไม่ใช่ สิ้นปี หรือ ครบ 4 ปี แล้วไปประเมิน ตรวจสอบเพราะมันสายไปแล้วเสมอไป  แต่ก็ดีไปอย่างที่สร้างบริษัทสร้างงานให้คนทำ     ก็ทำกันไป..... ผมคงไม่แรงที่จะไปงัดซุงใหญ่ ถ้ายังไม่เชื่อว่า คุณภาพการศึกษาต้องสร้างในระหว่างการเรียนการสอน ขณะอยู่ในห้องเรียน  มิใช่สร้างได้ด้วยการตรวจสอบ (Quality must be built in the process, but not by inspection)

ในโรงเรียน  ผู้ที่จะทำหน้าที่ประกันคุณภาพการศึกษาได้จริง ก็คือครู

     สอนเรื่องอะไร หรือ วิชาใดได้ดี ก็ต้องเป็นครูที่เรียนครูมาเป็นวิชาเอก

     สอนได้ดี ก็ต้องเป็นครูเก่งครูดี ที่ถูกคัดสรรค์มาเป็นครู

     สอนได้ดี ก็เพราะมีจำนวนนักเรียนที่พอเหมาะ

     สอนได้ดี ก็เพราะมีหนังสือดี ที่นักเรียนส่วนใหญ่อ่านแล้วเข้าถึง          

             เข้าใจได้ด้วยตัวเองมากที่สุด

     สอนได้ดี เพราะสื่ออุปกรณ์ดี มีพร้อมให้เลือกใช้

     สอนได้ดี เพราะใจนิ่งอยู่กับการสอน

     ใจนิ่งอยู่กับการสอนด้วยดี  เพราะมีเงินเดือนดี  สวัสดิการดี มีคนยกย่อง

     ใจนิ่งอยู่กับการสอนด้วยดี  เพราะมีระบบส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพ

         ที่มาจากมาจากผลการเรียนรู้จริงฯ ตามที่ได้พูดไว้แล้วใน     

          http://www.gotoknow.org/blogs/posts/478462

 

การที่จะให้ครูทำได้อย่างนี้ จึงต้องมีการบริหารการศึกษา แปลว่าการดำเนินการใด ๆ รวมทั้งการสนับสนุน หนังสือ สื่อ อุปกรณ์ ที่ถูกต้อง สมบูรณ์ให้ครูพิจารณาใช้ แล้วประกันคุณภาพการเรียนรู้ตามมาตรฐาน ตัวชี้วัดของหลักสูตรได้ 

ประกันคุณภาพการเรียนรู้ได้ แปลว่า รับรองได้ว่ารู้จริงในสิ่งที่ครูสอน หรือ จะพูดให้ยาวและชัดเจนก็ต้องเอาคำนิยามและเป้าหมาย  ที่ผมได้กล่าวไว้แล้วในตอนที่ผ่านมา  มาขยายความคำว่ารู้จริงฯ

การที่จะทำให้ครูสอนดีได้  มีเหตุปัจจัยมากมาย   หากในกระบวนการบริหารการศึกษาไม่มุ่งตรง  (Focus) ไปที่นักเรียนก็ยากที่จะสำเร็จ ตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างหนึ่งก็คือ ONET, NT,LAS/Local Assessement Sysem หรือ ผลการวัดประเมินผลของท้องถิ่นโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  ที่สูงขึ้น ๆ

ความมากมายในกระบวนการและปัจจัยทางการบริหารการศึกษา  ก็เป็นไปได้ว่าขี่ช้างจับตั้กแตน  

 

(ยังมีต่อในตอนที่ 8.2 ครับ)