๑๙  พฤษภาคม  ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๑๔  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  เช้านี้นั่งทำงานเอกสารที่ห้องชั้น ๓  ท่านครรชิต  หิรัณยหาด แวะมาเยี่ยม พอจะได้ทราบข่าวคราวความเป็นไปของวงการศึกษาที่นอกเหนือไปจากเขตประถมศึกษาอยู่บ้าง  ผู้ปกครองโทร.มาสอบถามเรื่องที่เรียนไม่ขาดสาย  ต้องคอยประชาสัมพันธ์ให้ไปติดต่อที่ศูนย์ของเขตมัธยม เว้นแต่ประสงค์จะเข้าโรงเรียนขยายโอกาสให้นำนักเรียนไปสมัครที่โรงเรียนได้เลย  เที่ยงชวนทีมงานเลขานุการไปทานก๋วยเตี๋ยว ร้านโนเนมเชิงสะพานก่อนถึงแยกเข้าวัดไพร่ฟ้า เป็นร้านที่ทิวทัศน์ดีมองไปด้านหลังเป็นทุ่งนาและสวนผัก แม่ค้าคุยให้ฟังว่าตอนน้ำท่วมพื้นร้านถึงบั้นเอว แต่ก็ไม่ได้หนีไปไหน ดูอาการแล้วน่าจะหนักเหมือนที่บอก เพราะหลังร้านเป็นลำน้ำมาจากลาดหลุมแก้วที่ตีตลบหลังเข้ามาในตัวเมือง  ภาคบ่ายนั่งทำงานเอกสารที่ห้องจนหมดเวลาทำการ เย็นไปโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อหาหมอ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไปโรงพยาบาล เพราะต้องการเปิดแฟ้มประวัติใช้สิทธิ์การเบิกจ่ายตรงที่ทำบัตรไว้ที่โรงพยาบาลนี้ตั้งแต่อยู่เพชรบุรี  การไปโรงพยาบาลตอนเย็นหรือภาคนอกเวลาจะต้องจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เพิ่มนิดหน่อย แต่ไม่ต้องเบียดเสียดกับคนไข้อื่นมากนัก อย่างไรก็ตามต้องนัดล่วงหน้า จะไปปัจจุบันทันด่วนไม่ได้  บรรยากาศของโรงพยาบาลก็ค้ายห้างสรรพสินค้า  มีของกินบริการเพียบ มีบันไดเลื่อน แอร์เย็นฉ่ำ ห้องน้ำสะอาด  ที่สำคัญโรงพยาบาลเหล่านี้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเป็นคณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัย 

วันอังคารที่ ๑๕  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  วันนี้ขึ้นห้องทำงานตั้งแต่เช้า ไม่ได้ออกไปไหน ดูมาตรฐานการพิมพ์หนังสือราชการของเจ้าหน้าที่บางคน ต้องยกแฟ้มกลับไปทำใหม่ เพราะผิดรูปผิดฟอร์มไปมาก  ความจริงเดี๋ยวนี้มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ช่วยพิมพ์งานสะดวก  แต่กลับไม่ได้เอาใจใส่เท่าที่ควร  บ่ายได้รับประกาศจาก ก.ค.ศ. แต่งตั้งให้เป็น อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์และปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเสนอ อ.ก.ค.วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล และ ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณา  ดูรายชื่อกรรมการแล้วล้านเป็นเจ้าใหญ่นายโตทั้งนั้น สงสัยงานนี้จะนำความยุ่งยากมาสู่ตนเองอีกแล้ว เพราะหลักกฎหมายต้องเน้นความถูกต้องมากกว่าถูกใจ การพูดความจริงบางครั้งไม่ตรงตามธงคำตอบ จึงไม่ได้คะแนน  แต่รับราชการมาจนจะสุดทางแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดจะต้องระย่ออีกแล้ว

วันพุธที่ ๑๖  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  ภาคเช้าพูดคุยกับครูบรรจุใหม่  ๖ คน เป็นครูที่ขอใช้บัญชีจากเขตพื้นที่การศึกษาอื่น เพราะของเราไม่มีบัญชีในวิชาเอกเหล่านี้    หลายคนเคยเป็นครูอัตราจ้างมาก่อน จึงย่อมทราบถึงวิธีสอนและบรรยากาศในโรงเรียน แต่บางคนเป็นประสบการณ์ครั้งแรก คงต้องปรับตัวบ้าง  กลับขึ้นไปทำงานเอกสารที่ห้องชั้น ๓ จนบ่ายจึงลงมาประชุมประธานเครือข่าย เรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย ซึ่งท่าน ศน.สิรี  พึ่งจิตต์ตน เป็นเจ้าของเรื่อง  คะแนน o-net ปีนี้สูงขึ้น แต่ต้องเร่งรัดในบางวิชา การติวการกวดดูแล้วก็ไม่เสียหายอะไร ในยุคที่เอาคะแนนเป็นใบเบิกทาง หลังจบวาระ ได้ซักซ้อมความเข้าใจกันอีกหลายเรื่อง เพราะบางโรงเรียนมีปัญหาที่ต้องเข้าไปแทรกแซง  ประธานเครือข่ายบอกว่าปัจจุบันตำแหน่งนี้ไม่ค่อยจะได้รับความเกรงอกเกรงใจเพราะเหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง  รับปากว่าจะออกระเบียบเรื่องนี้เสนอคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เครือข่ายมีฐานะเป็นส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นของเขต   เรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ได้ข่าวว่ากำลังจะได้โบนัสในเร็ว ๆ วันนี้

วันพฤหัสบดีที่ ๑๗  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  เช้าทำงานเอกสารและเตรียมการอภิปรายในประเด็นที่เขากำหนด  ก่อนเที่ยงเดินทางไปแวะทานข้าวที่ร้านอาหารกันเอง  คลองบ้านพร้าว ก่อนเดินทางไปหออัครศิลปิน คลองห้า  อำเภอคลองหลวง เห็นหลังคาทรงพิสดารเมื่อผ่านหอแห่งนี้หลายครั้ง  แต่ไม่มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชม วันนี้เป็นโอกาสแรก พอเข้าบริเวณ รู้สึกว่า หน่วยงานนี้ใหญ่โตมาก ตัวอาคารออกแบบทรงยุโรป หลังคาสูงเหมือนโรงสีข้าวขนาดใหญ่แถวราชบุรี อยุธยา งานนี้เขาจัด ๒ วัน ระหว่าง ๑๗-๑๘  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  เชิญศิลปินแห่งชาติมาร่วมงานหลายท่าน ล้วนคนดังอย่างเช่น คุณเนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์  คุณผ่องศรี  วรนุช  คุณนิเวศน์  กันไทยราษฎร์  ฯลฯ  ผมถูกเชิญมาร่วมอภิปรายเรื่องการพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้  ผู้ฟังมีทั้งครูและนักเรียน ใช้เวลา ๒ ชั่วโมง  ได้พบเครือข่ายหลายแห่งที่พร้อมจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน  แม้แต่หอแห่งนี้ได้เชิญชวนผมให้มาประชุมผู้บริหารโรงเรียน เพื่อกระชับไมตรีต่อกัน

 

วันศุกร์ที่ ๑๘  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  เข้าสำนักงานเช้าจัดการเรื่องด่วนจนแล้วเสร็จ  สาย ๆ เดินทางไปโรงแรมแม่น้ำ เพื่อประชุมเครือข่ายกฎหมายการศึกษา เพื่อวางกรอบยกร่างระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การมองกฎหมายปกครองสำหรับผมชัดเจนขึ้นมาก หลังจากไปเรียนรู้มาจากอาจารย์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตุลาการศาลปกครองมา ๑ ปี  แต่สำหรับการอธิบายให้คนอื่นเข้าใจและคล้อยตามนั้นยากยิ่ง  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พบว่าผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาปฏิบัติผิดเพี้ยนไปจากที่กฎหมายกำหนดอยู่เนือง ๆ ด้วยเหตุที่เข้าใจเอาว่าเมื่อมีตำแหน่งตัวเองก็มีอำนาจที่จะทำสิ่งใดก็ได้  ความคิดเช่นนี้ก็มีส่วนถูกอยู่บ้างแต่ไม่สิ้นกระบวนความ  ตำแหน่งย่อมเป็นที่มาของอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายให้ไว้ การใดที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ ย่อมเป็นการทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  การมีอำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้ยังไม่พอ ต้องกระทำการตามขั้นตอน กระบวนการ ที่กฎหมายกำหนดด้วย  แม้บางสถานการณ์กฎหมายอาจให้ใช้ดุลพินิจได้ แต่ดุจพินิจที่ใช้ต้องสมเหตุสมผล จึงจะชอบด้วยกฎหมาย หลักการใหญ่ ๆ เหล่านี้น่าจะต้องให้ความรู้แก่ผู้บริหารทุกระดับ  เคยเห็นตัวอย่างการใช้กฎหมายที่เกินอำนาจหน้าที่ เช่น  มาตรา ๕๓  แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ให้อำนาจผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการบรรจุและแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาไว้  มาตรา ๕๗ การเปลี่ยนตำแหน่ง  การย้ายและการโอนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด   การกำหนดของ ก.ค.ศ. ตามมาตรา ๕๗ ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา ๕๓ แปลว่า การกำหนดต้องกำหนดให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทำตามเงื่อนไข  การที่ไปยกอำนาจหน้าที่ให้บุคคลอื่นกระทำการแทนย่อมเป็นการใช้กฎหมายเกินขอบอำนาจหน้าที่   เปรียบเสมือนมีเสียงบ่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยเป็นธรรมจะอ้างเหตุนี้ไปยกอำนาจหน้าที่ให้ทหารดำเนินการแทนไม่ได้  ต้องหามาตรการภายในไปแก้ปัญหาดังกล่าวเอาเอง แต่ก็มีกฎอยู่ข้อหนึ่ง ในบ้านเมืองอาจมีการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมากมาย แต่เมื่อไม่มีผู้เดือดร้อนเสียหายมาฟ้องร้อง การกระทำอย่างนั้นก็เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายปกครองเสมอ

                ก่อนลาสัปดาห์นี้มีนิทานสั้นมาฝาก  ช่างทำโลหะคนหนึ่งตีทองเหลืองเสียงดังโปกเปกอยู่ในห้องทำงานของตน โดยมีสุนัขที่เลี้ยงไว้นอนหลับปุ๋ยในบริเวณใกล้ ๆ กันนั้น  ครั้นถึงเวลาเที่ยง ช่างทำโลหะหยุดงานเพื่อรับประทานอาหาร  สุนัขของเขาก็ตื่นขึ้นมายืนเคล้าเคลียและกระดิกหางอย่างประจบ  ช่างโลหะโยนเศษกระดูกให้พร้อมกับกล่าวว่า  "เสียงเคี้ยวอาหารของข้า คงดังกว่าเสียงตีทองเหลืองซินะ  เจ้าจึงต้องตื่นขึ้นมาในเวลานี้"   นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า แม้คนเกียจคร้านที่สุดในโลก ก็ยังขยันเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของตนเอง

กำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑