...ช่วงที่ฉันอยู่ดูแลแม่ที่ต่างจังหวัด ออน หรืออรอุมา หลานสาวคนเล็กของฉัน เธอเปรยกับฉัน หลังเข้ามาชมบันทึกใน GtK.ทีเล่นทีจริงว่า
“ป้า...เขียน แนวโลกสวยด้วยมือเรา ตอน ...ออน อึน ย็องมั่งสิ อิอิอิ”
ฉันรู้อยู่ว่า เรื่องเล่า บ้านนี้ยาวววว แต่จะนำตอนไหนมาเล่าก่อนหลัง ให้พอฟัง(อ่าน)ได้ มิใช่เรื่องง่ายนัก
เธอคนนี้ มอบโจทย์ที่เยี่ยมยอดมาให้ฉันได้มีโอกาสถอดบทเรียน ตั้งแต่เธอเรียนอยู่ชั้นอนุบาลแล้ว ดังที่เคยบันทึกไว้ในบันทึกนี้
บทเรียนพื้นฐานที่สาว ... ออน อึน ย็อง เธอถ่ายทอดให้ฉันเป็นหลัก คงไม่พ้นเรื่องการ... “อยู่กับยาย...มาตั้งแต่เล็ก อยู่กับยาย...มาตั้งแต่เด็ก” ผ่านการเล่าต่อโดยแม่ของสาวออน คือน้องสาวของฉันเอง
ช่วงเด้กหญิงออน เธอเรียนอยู่ประถมปลายนั้น ยายยังเดินไหวอยู่ แต่ต้องมีไม้เท้าช่วยค้ำ เป็นขาที่สาม!
ทุกเช้า เธอจะมีหน้าที่ประจำ คือนำกระโถนฉี่คุณยายไปทำความสะอาด
และแน่นอน...บางวันคุณยาย พลาด!
แต่เธอสามารถโอบอุ้ม คุณยายได้อย่างอารมณ์ดีเสมอ...
...เช่นเหตุการณ์วันนั้น...
“โอ๊ะ... ยาย...ยายรู้อะไรไหม...” ยายหยุดไม้เท้า รอฟังเจ้าหลานสาวแทบทันที
“ช่างรับเหมาเจาะบ่อบาดาล เวลาเขาจะสำรวจหา ตาน้ำนี่นะ เขาก็เดินหาที่พื้นดิน ที่เราเหยียบเดินนี่แหละ ถ้าตรงไหน เท้าเราสัมผัสดินตรงนั้นแล้วรู้สึกอุ่น จนออกร้อน ใต้พื้นดินตรงนั้นแหละจะมีตาน้ำ!”
...ยายยังคงหยุดรอฟังเจ้าหลานต่อ...
“...ตอนนี้...เหนียง(หนู,นาง) เจอ...ตาน้ำแล้ว...” ยายหันควับไปมองที่เท้าเจ้าหลานสาว ก็พบ “ตาน้ำ” คุณยาย นองออกนอกกระโถน อยู่ที่พื้นเสียเกินครึ่ง!!!
คุณยายหัวเราะ ชื่นอกชื่นใจกับ “ตาน้ำ”ของเจ้าหลานสาว จนน้ำหู น้ำตาไหล เลยทีเดียว :)
......................
บางครั้ง เธอแซวยายแรงงง มากกก ช่วงเธออยู่ม.ต้น
ขณะเธอปฏิบัติภารกิจเดิม วันนั้น...
... ยายวางไม้เท้าลง พร้อมกับเท้าแขนทั้งสองข้างลงที่พื้น
ใช้สองมือช่วยยัน แล้วโหย่งตัวขยับก้าวออกจากห้อง
เจ้าหลานสาวอุ้มกระโถนฉี่เดินตามยายไปช้าๆ พร้อมด้วยการบูรณาการถอดบทเรียนกับคุณยายเช่นเคย...
“ยาย...!” แน่นอน เสียงเรียกของเธอมักหยุดคุณยายได้เสมอ
“เหนียงเรียนวิชาประวัติศาสตร์มานะ เขาว่ามนุษย์... มีวิวัฒนาาการมาจากสัตว์สี่เท้า เพราะสมองดีกว่าจึงสามารถเรียนรู้จนเดินด้วยสองขาได้” ...ยายยังคงรอฟังต่อ
“แต่ยาย...กำลังวิวัฒนาการย้อนศร!”
ยายนิ่งคิดนิดหนึ่ง ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะร่วน ชอบใจในความช่างคิดของเจ้าหลานสาวจนน้ำหูน้ำตาไหลเช่นเคย
เรา...ผู้เป็นลูก หรือคนยุคก่อนๆ คงไม่กล้าแซว “ฉีกออกนอกกรอบ” ปานนั้นเป็นแน่แท้ หรือถ้ากล้า ก็อาจได้ บทเรียน "ในกรอบ" จากคุณยาย คือไม้เท้าลอย หรือฟาดน่องเข้าให้เป็นแน่แท้ :)
แต่เด็กรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่ ผู้ใหญ่ “ใจต่อใจ” คงสัมผัสกันได้ จึงไม่มีริ้วรอยแห่งการถือสา ถือโทษแต่อย่างใด
เกร็ดวิถีชีวิตอันน่าทึ่ง ชวนให้รู้สึกลึกซึ้ง อบอุ่น ของคนสองวัย คงสามารถเชื่อมรอยต่อแห่งยุคได้ หากเรา พร้อมเปิดใจรับรู้ และเข้าใจ วิธีคิดแบบใหม่ ที่เริ่มโละ กรอบคิดหนักๆแบบเดิม ลงไปบ้าง... บางที...คลื่นลูกใหม่ อาจต้องอาศัยความว่าง เบา จากกรอบเก่าอันหนักอึ้งนั้น เพื่อให้สามารถไปได้ไกลกว่าเดิม ก็เป็นได้... ฉันกำลังเรียนรู้อยู่

(ออน กับ แอน สองพี่น้อง เิปิดร้านก๋วยเตี๋ยวมะระไก่ตุ๋นและอาหารตามสั่งบางอย่างพร้อมเรียนรู้ การทำเค้กนานาชนิดไปตามแต่จังหวะและโอกาสที่เหมาะสม ที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง สำหรับหลานสองคนนี้ คือทั้งคู่ ไม่เคยทะเลาะกันเลยมาตั้งแต่เด็กจนพี่สาวแต่งงานแล้ว ทั้งสองก็ยังเป็นเงาตามตัวกันตลอดเวลา )
ปีนี้ ฉันมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดหลานสาวทั้งสองคนนานที่สุดในชีวิต คือสามเดือน วันหนึ่ง เป็นวันครบรอบวันเกิดของแอน พี่สาวของเธอ เธอจึงลงมือประดิดประดอยของขวัญเป็นพิเศษ โดยการเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต เธอตั้งใจทำ “สตรอว์เบอรี่เครปเค้ก” เสร็จค่อนข้างดึก ซึ่งฉันกับยาย ปิดไฟเข้านอนกันแล้ว จึงนำ เครปเค้ก จานนั้นเข้าตู้เย็นทั้งจาน

...รุ่งเช้า ฉันชงโอวัลตินร้อนๆ พร้องเครปเค้กจานนั้นมาเสริฟคุณยาย สองสาวบอกกล่าวฉันเสมอว่า ยายชอบอะไร ไม่ชอบอะไร บางครั้งฉันก็คิดไม่ถึง ว่าแม่ของฉันเคยชอบน้ำพริกเป็นชีวิตแท้ๆ บัดนี้แปรผัน ไปนิยมเค้ก ขนมปัง อาหารฝรั่งได้อย่างไร
ความ “งึด” ของฉัน ทำให้ต้องจับกล้องมาเก็บทุกอิริยาบถของคุณยาย ไว้เพื่อยืนยันว่า ความเคยชินของคนนั้น เปลี่ยนได้ ไม่เกี่ยงวัยด้วย!

จึงขอนำภาพชุดที่ฉันประทับใจในการถอดบทเรียน “ความเคยชินของคน เปลี่ยนได้ ไม่เกี่ยงวันวัย” ในวันนั้น มาไว้ที่นี่ค่ะ :)
ออน... หลานสาวของยายคนนี้ เธอเล่นดนตรีไทยบางอย่างได้ ฉันอยากหาขิมไปฝากเธอ ตีให้คุณยายฟัง แต่ตอนนี้ คงต้องขอฟังฝีมือครูอ้อมทาง Youtubeไปก่อน

ในโอกาสนี้ ฉันคงต้องขอใช้พื้นที่นี้ ฝากความในใจถึงหลานรักทั้งสองคนว่า...
...ป้าต้องขอขอบคุณ หลานทั้งสองเป็นอย่างมาก ที่ช่วยเป็นหลักในการดูแลยายมาตลอด
ขอกุศลผลบุญทุกส่วนเสี้ยวของหลานทั้งสอง จงดลบันดาลให้หลานป้า จงประสบความสุขความเจริญในชีวิตทุกๆด้านเถิดเทอญ
ขอมอบความสุขเล็กๆชุดโลกสวยฯชุดนี้ สำหรับทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ
ด้วยความขอบคุณยิ่ง
สวัสดีค่ะพี่ตะวันดิน...
...ฟังเรื่องราวของหลานๆพี่ตะวันแล้วภูมิใจแทนพ่อแม่นะคะที่หลานๆเป็นเด็กดีทุกคนรวมถึงกิจกรรมความผูกพันของคนต่างวัยเช่นนี้.
...คุณยายทานเครื่องดื่มกับเครปเค้ก ดูเหมือนคุณยายจะทำให้ดูกับการกล้าทำนอกกรอบ กล้าเปิดใจ(พัฒนา)...บางทีกับเราๆที่บอกตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่บางครั้งยังเพียงแค่คิดนะคะ(อัตตา)...
สวัสดีค่ะ
เห็นชื่อบันทึกคิดว่าเป็นชีวิตสาวเกาหลีค่ะ แต่พออ่านแล้วน่ารักกว่าสาวเกาหลีเยอะเลย :)
คุณยายกับคุณยายน่ารักทั้งคู่ค่ะ :)
สวัสดีค่ะ คุณ
น้อย
น้ำพอง
ใช่เลยค่ะ
คุณหลานกับคุณยาย ช่วยสะท้อนให้เห็นว่า...
การละลายตัวตน ความเป็นเรานั้น
คือพื้นฐานการสร้างความพร้อม เพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ๆ
แต่คนรุ่นกลางๆแบบเรา...ค่อนข้างจะกลัวเจ็บกลัวตาย
ตายจากตัวตน ที่เราสำคัญ...มั่นหมาย
เลยติดค่ายกล แห่งตัวตน.... วนไม่รู้แล้วรู้จบ
หากมีทุนเดิมเป็นเครื่องอาศัย ทั้งปัญญาและศรัทธามากพอ
ก็ยังพอทำเนานะ
ขอบคุณมากเด้อหล่า ที่แวะมาเยี่ยมมาหากัน
ที่สวนผักหวาน ฝนคงไปหล่นใกล้แสนแล้วนะคะ ^_____^
สาธุจ้า :)
สวัสดีค่ะคุณ
...ปริม
pirimarj...
ตอนไปเห็นชื่อร้านของหลาน
ที่เขียนด้วยลายมือเส้นบางๆของเค้า ฮาสุดๆเลยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
- งานนำเสนอของท่าน...ดีมากๆๆเลยนะค่ะ
- ขอบคุณมากสำหรับ...ความรู้ที่ดีเยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอเปิ้ล
เพิ่งแวะไปพบข้อมูลที่คุณหมอนำมาแบ่งปันค่ะ
โครงการ "จงใจลืม" น่าสนใจมากค่ะ
ขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมให้กำลังใจนะคะ
อ่านแล้วนึกภาพออก การอยู่ร่วมกันระหว่างคนสามรุ่น มีการเรียนรู้กัน มีบทเรียนในบางมุมที่นำมาบอกเล่าสู่กันฟัง ยายเปลี่ยนเพราะเจ้าหลาน
สวัสดีค่ะ ท่าน
วอญ่า-ผู้เฒ่า
ยายเปลี่ยนเพราะหลาน...
ยายยังเปลี่ยนได้...เรา..ต้องได้สิน่่า :)
แม่เค้าติดบ้านมากค่ะ
เลยตั้งใจทำบ้านให้เสร็จ แต่บอกว่า...
"ปลูกบ้านเสร็จ อยู่สักเจ็ดวัน แล้วไปอยู่วัดกันเนาะแม่เนาะ"
แม่ตกใจเล็กน้อย " บ้านเสร็จแล้วไปอยู่วัด ทำไมงั้นหละ ไม่ยินยอมมม" ลากเสียงอีกเล็กน้อย
เจ้าหลานคุยกับป้าไปเรื่อยถึงความจำเป็นที่ต้องช่วยกันสัพเพเหระ
ตกเย็น ถามยายใหม่ "ยาย...ปลูกบ้านเสร็จ แล้วไปอยู่ไหน"
"อยู่วัด! หึ หึ หึ" ลูกหลานเลยฮากันตึง :)
เงี่ยหูฟังลูกหลานอยู่ และพร้อมปรับตามตลอด
ไปๆมาๆ หลานเองเป็นฝ่ายใจไม่เด็ดพอที่จะให้ยายพรากไปอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย
ขอบพระคุณมากค่ะ
กราบขอบพระคุณมากค่ะ
สำหรับดอกไม้กำลังใจ จากท่าน...
โลกหมุนเปลี่ยน ชีวิตปรับเปลี่ยนไปเพื่อให้ดำรงอยู่ได้
และการปรับเปลี่ยนที่ว่านั้น หลายมุม ก็เป็นความน่ารัก น่าทึ่ง
แต่ก็ขำตัวเองครับ ไปไหนมาไหน ขาดข้าวเหนียวไม่ได้จริงๆ
ขืนไม่ได้กินข้าวเหนียวซักสามวัน...มีหวังลงแดงเป็นแน่แท้ ครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์พนัส
แผ่นดิน
ความเคยชิน...อาจารย์ขาดข้าวเหนียวไม่ได้
ตนเองขาด แจ่ว... น้ำพริกไม่ได้ เกินสามวันจะลงแดงเหมือนกันค่ะ :)
สองวันมานี้ ฝึกปรับความเคยชินใหม่
กินสลัดผักพื้นบ้าน หนึ่งกะละมัง :) แบบปรุงด้วยน้ำมะขามเปียก
และกินถั่วงาให้ได้ ก่อนจะไปถึงข้าวเหนียว ส้มตำหรือเมนูอื่น...
ขอบพระคุณมากค่ะ
เหมือนเมื่อครั้งเดินทางกลับจากประเทศ พูดเสมอว่าสิ่งแรกๆ เมื่อลงเครื่องแล้วก็คือการได้นั่งทานข้าวเหนียว ส้มตำ...ลาบสุกๆ ...มีผักเต็มจาน
..
พูดแล้วก็หิวครับ 55