"เป็นครูยังมารักษา สงสัยฝังเข็มจะดีจริงๆ"

อิอิ เหตุเกิดที่หน้าห้องฝังเข็ม

ระหว่างรอคิวเข้ารับการฝังเข็ม

มีผู้ป่วยนั่งอยู่แล้ว 4 ราย

ผู้ช่วยพยาบาล: มีใครนั่งฝังบ้าง อ้อ..2 รายนะคะ

อ้าวครูต้อย สวัสดีค่ะ...ครูต้อยรอสักครูนะคะ เตียงยังไม่ว่างค่ะ

ญาติผู้ป่วย อีกรายนั่งข้างๆ สวมรองเท้า บู๊ท สีดำคู่ใหญ่

มานั่งรอญาติที่กำลังรับการรักษาอยู่

ฉันมีโอกาสได้ยิ้มให้กัน อิอิ ยิ้มนี่ก็ต้องหาโอกาสนะ

แต่การหาโอกาสและจังหวะก็ช่วยให้สัมพันธ์ไมตรีนั้นคืบคลานได้เร็ว

ญาติผู้ป่วย: มันดีหรือ ฝังแล้วเจ็บไหม 

ฉัน: ดีค่ะ ไม่เจ็บค่ะ

ญาติ: ทำไมคนอื่นบอกว่าเจ็บ

ฉันนึกถึงครั้งแรกที่ปวดขณะที่หมอฝังเข็มไปเรียบร้อยแล้ว

และลำดับเหตุการณ์วันนั้นเป็นเพราะฉันขยับเคลื่อนกายนั่นเอง

จึงตอบเธอว่า "ถ้านอนนิ่งๆ แล้วผ่อนคลายความกังวลด้วยลมหายใจ ความรู้สึกของการถูกฝังเข็มจะคล้ายถูกฝนสาดขณะนั่งมอเตอร์ไซด์ เป็นความรู้สึกที่เกิดจากเราแหงนใบหน้าขึ้นรับสายฝนที่สาดมาเบาๆ อาจสะดุ้งเล็กน้อย

ญาติผู้ป่วย: เหรอพี่

ฉัน:ค่ะ ..แต่เมื่อเราเตรียมกายทำความรู้สึกสบายๆให้ร่างกายเราผ่อนคลาย และเตรียมใจรับรู้ค่อยๆตามความรู้สึกที่เข็มถูกปักลงบนเนื้อของเรา ก็จะเกิดความเข้าใจ แต่บางเข็มก็ไม่รู้สึก ในขณะที่บริเวณไหนมีการอักเสบหรือปวดอยู่บ้างนั่นแหละจึงรู้สึกแบบนั้น....เคยตากฝนไหม

ญาติผู้ป่วย:เคยพี่ ชอบ

ฉัน:ใช่....แบบฝนเม็ดเล็กๆ นิดเดียวเราตามความรู้สึกแทบไม่ทันก็หายไป และเมื่อเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าทำงานก็จะรับรู้อาการเต้นของเนื้อบริเวณที่ฝังเข็มลงไป เครื่องกระตุ้นไฟฟ้ามันทำงาน เรารู้สึกตึบๆๆเป็นจังหวะ หากมันเร็วกว่าลมหายใจเข้าออกของเรานะ มันก็เป็นของมันอย่างนั้นเองเป็ฯจังหวะเสมอกัน  ประคองการรับรู้นั้นไปเราก็จะรู้ว่าร่างกายเรานี่สามารถปรับจังหวะ และทำความเข้าใจอาการของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าได้ บ้างครั้งเรารับรู้ว่าในขณะที่เราหายใจเข้า 1 ครั้งนั้น เครื่องกระตุ้นมันทำงานตุบตุบๆๆไป 10 ครั้ง และเมื่อเราหายใจออกค่อยๆผ่อนออกมา เครื่องมันก็เต้น 12 บ้าง 14 บ้าง และบางครั้งเราพบว่าเราหายใจเข้าสั้นลงเรานับยการเต้นตุบๆๆของเครื่องได้ 8 ครั้ง เราจึงระลึกอยู่กับลมหายใจ เราเชื่อว่าสมาธิจะช่วยให้การรักษาเป็นไปด้วยดี และจิตใจเรารู้สึกสบาย ใจของเรารับรู้การทำงานของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าไปด้วย จึงไม่รู้สึกปวด

ญาติ:แล้วครั้งแรกพี่กลัวไหม

ฉัน:(หัวเราะ) ครั้งแรกที่มาก็กลัวนะ ตอนนั้นนั่งรอในห้องเลย ขณะที่หมอกำลังฝังเข็มคนอื่นเพราะห้องมันคับแคบ คนไข้เยอะมาก คนที่ฝังแล้วก็นอนนิ่งท่าทางสบายๆ แต่คนที่กำลังฝังนั้น  หมอจะคอยทุกครั้งที่ปักเข็มว่า"ถามเจ็บไหม ปวดไหม ถ้าปวดบอกนะ"ตลอดเวลานะ แต่ว่าก็รู้สึกกลัว เป็นความรู้สึกกลัวเจ็บ อิอิ ฉันเองก็เคยถามคนอื่นมาก่อนหน้านี้แล้วว่าปวดไหม เจ็บไหมเหมือนกัน

ผู้ป่วยอีกท่านมานั่งรอข้างๆ บังเอิญรูจักกับผู้ที่ฉันกำลังสนทนา เขาทักทายกัน

ต่อไปนี้เป็นคำทักทายของเขาทั้งสอง คือญาติผู้ป่วย และผู้ป่วยใหม่

ญาติผู้ป่วย: เป็นอะไร

ผู้ป่วยใหม่: ปวดหลัง ปวดมากเลย

ญาติผู้ป่วย: แล้วปล่อยให้ปวดทำไม ไม่รีบมารักษา

ผู้ป่วยใหม่: ก็รักษานะซิ ไปให้หมอที่.....เป็นชาวบ้านนี่แหละ เหยียบ แล้วก็กินยาต้ม นี่...ดีมากเลยนะ กินยาต้มแล้วไปปวดเลย ...รู้ไหมคนไปรักษากันเยอะมากเลย เป็นข้าราชการใหญ่ๆโตๆก็มี เป็นทหารก็มี นี่นะฉันจะบอกให้ขนาดคุณหญิงคุณนายลงจากรถเก๋งมีคนเปิดประตูรถให้ยังมารักษาเลย วันก่อนฉันไปนะเป็นอะไรทิปดีๆๆ ก็ไม่รู้ฉันได้ยินว่าเอาแม่มารักษา

ญาติผู้ป่วย:ป้ารู้ได้ไงว่าเป็นอธิบดี

ผู้ป่วยใหม่: ไม่รู้หรอก...

ญาติผู้ป่วย:อ้าววว

ผู้ป่วยใหม่: แต่นี่ฉันได้ยินลูกน้องเขาคุยกันว่าท่านธิปดี ฉันก็ว่าต้องใหญ่ละวะ

(คนตอบเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย)

ญาติผู้ป่วย: อื้ออ...คงดีจริงดังว่าแหละนะ เท่าที่ฟังมา

ผู้ป่วยใหม่: .ใช่ๆๆ ดีจริง ลองไปรักษาดูมั่งซิ เห็นไหมบอกแล้วว่าหมอเก่งอิอิ..

ญาติผู้ป่วย: อ้าว...เก่งแล้ว.....ทำไมป้าไม่รักษาให้หายหละ ป้ามารพ.ทำไม

ผู้ป่วยใหม่:ก็นั่นนะซิ ของฉันนี่หมอเขาเหยียบแรงไปหน่อย ไม่รู้ว่าหมอที่นี่เขาจะรักษาให้ไหม (ป้าแกเลี่ยงไม่ตอบคำถาม)

ญาติผู้ป่วย: รักษาซิป้า ฉันมาจากกรุงเทพฯหมอใจดี ยังสาวอยู่เลย รักษาทุกคนแหละป้า

ผู้ป่วยใหม่:โอ๊ะที่ฉันไปมานะ เขาต้องซักประวัติ ถามญาติ ถามอะไรเยอะเลย ต้องรอคิวนะ คนไปตั้งแต่ตี2ตี3 ไปรอกัน บางคนก็นอนค้างมันที่นั่น นี่หมอยังสาวมันจะได้เรื่องรึ ขนาดที่ฉันไปรักษานั่นแก่แล้วนะ ฉันยังเดี้ยงเลย แต่ที่ฉันมานี่ก็เพราะได้ยินว่าดีๆ....ก็มาลองถามๆดูก่อน ยังไม่ได้ไปทำบัตรเลย

ฉัน !!!!!!???????

น้องพยาบาล: ครูต้อยคะ ..เชิญค่ะ

ฉันหันไปยิ้มให้คู่สนทนา และยิ้มให้ผู้ป่วยใหม่ เพราะหุบไม่ทัน แกก็ยิ้มรับอย่างตกใจเล็กน้อย ป้าแกคิดอะไรไม่รู้ แต่ฉันได้ยินเสียงแกไล่หลังมาว่า "เป็นครูยังมารักษา สงสัยฝังเข็มจะดีจริงๆ" ....

(ฉันก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ไม่มีโอกาสสนทนากับป้า บางทีฉันอาจช่วยอะไรแกได้บ้าง แต่ก็ปล่อยให้ความคิดนั้นหายไปก่อน หันมาดูตัวเอง)