งบวิจัยไทย ผมได้วิเคราะห์ตัวเลขให้เห็นแล้วในบทความก่อนว่า..ไม่ได้น้อยกว่าเกาหลีสักเท่าไร (ตามที่นักวางนโยบายวิจัยชอบเอาตัวเลขไปด่ารัฐมาร...มารทั้งคู่) แต่ทำไมยิ่งทุ่มงบวิจัยก็ยิ่งจน
เรื่องนี้มันมีพันประเด็นที่พันกันอย่างน่าปวดหัว ....ครานี้ผมจะเจาะประเด็นเล็กๆอันหนึ่ง คือ ความเห่อเหิมต่างชาติ เห่อไฮเทค ของนักวิจัยไทย
ข้อมูลคือ เศรษฐกิจไทยตอนนี้มีโรงงานผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดเล็กมากหลาย กว่า 500 บริษัท กระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น ผลิตรถไถเดินตาม เครื่องสูบน้ำ รถอีแต๋น อีแต๊ก อีตุ้ย หยอดปุ๋ย ทำหญ้า ขุดมัน ฯลฯ แต่รัฐบาลไทยไม่เคยสนใจ ตั้งเป็นโจทย์วิจัย เพิ่มมูลค่าอะไรเลย ทั้งที่มีตลาดสินค้าทั้งในและนอกประเทศมหาศาล เช่น อาเซีน อินเดีย จีน อัฟริกา เมกาใต้ ที่เกษตรกรรายย่อยยากจนมากหลายที่จะเป็นลูกค้าได้
ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ มันมาสร้างโรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ (Hard disk drive) ในไทย กันสองสามบริษัท ของพวกนี้มันไฮเทคมากๆ ที่คนไทยยังเข้าไม่ถึง ...แต่เหลือเชื่อครับท่าน รัฐมารไทย โยนเงินมาให้นักวิชาการไทยทำวิจัยช่วยบริษัทพวกนี้ปีละหลายร้อยล้านบาท มีค่าตอบแทนกันมากหลายอีกด้วย รับทรัพย์กันไปมากมาย แต่ผลสุดท้าย ถามว่าคนไทยรากหญ้าได้อะไรบ้าง นอกจากเป็นขี้ข้าทำงานค่าแรงขั้นต่ำกันต่อไป
ผมไปสืบทราบมาด้วยตนเองด้วยว่า บริษัทพวกนี้มัน tricky มาก (รายาม) คือ มันจ้างแรงงานไทยมาลองงานก่อนสามเดือน คนที่ลองงานแล้วสายตาสั้น มันไม่จ้างต่อ ...ที่สายตาสั้นเพราะงานพวกนี้มันต้องเพ่งสายตาประกอบชิ้นส่วนเล็กๆ เป็นเวลานานทั้งวัน
...พอไม่จ้างต่อ แล้วสายตาสั้นทำไงดี ก็ต้องไปตัดแว่นสายตา แว่นละ 3-10 พัน .....ดังนั้นไม่แปลกใจว่าทำไมจังหวัดผมจึงมีร้านตัดแว่นตาผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างผิดสังเกตในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา......
กล่าวฝ่ายคนงานเหล่านี้ ลองงานสามเดือนได้ เงินมา หมื่นบาท หักค่าเดินทาง อาหาร เครื่องแบบ แล้ว เหลือ 2000 บาท เอาไปตัดแว่นอีก 3000 บาท ขาดทุนไป 1000 บาท แล้วยังต้องตาสั้นไปตลอดชีวิต (งานวิจัยชิ้นนี้ผมได้มาจากการซอกแซกถามไปเรื่อย จากคนระดับรากแดง)
นี้แหละ รัฐมารไทย ยิ่งทุ่มเงินวิจัยยิ่งบรรลัยกันทั้งชาติ เพราะมันทุ่มกันแบบเห่อนอก เห่อไฮเทค ผลพวงจากภูมิปัญญานักวิชาการไทยที่จบนอก ...เอากันเข้าไป จนกว่าชาติจะบรรลัย...แล้วอย่าหาว่าข้าฯไม่เตือนล่ะ...ข้าฯทำหน้าที่ของข้าเต็มที่ตามเท่าที่ศักยภาพของข้าอำนวยแล้ว..นะ
....คนถางทาง (๘-๕-๕๕)
ติดตามคมความคิดคนถางถางทางมาหลายปีแล้ว เป็นความคิดที่ดี และก็พยามพิสูจน์ และเป็นจริง ขอชื่นชม ข้าพเจ้าเป็นคนไทยคนหนึ่งที่อยากมีความดีเป็นของตนเอง เป็นตัวของตัวเอง ไม่สนใจวิจัยต่างๆประเทศ เพราะเชื่อว่าการมีชีวิต สำคัญกว่า เมื่อไหร่นักวิชาการจะสร้างความรู้ตามหลักของไทยให้ชื่นชม
ขอบคุณครับ...ท่านเผ่าไพบูลย์.....ผมมันคนบ้า(แถมบิ่นอีกตะหาก) .....แ่ต่วันนี้มีนักวิชาการ นักการเืมืองแกนนำ สองสามคน เิริ่มฟังแล้ว ...อีเมล์มาหาผมบ่อยๆ ว่าเห็นด้วย.....ทำให้ผมกล้าบ้าต่อไปอีก......โลกนี้ถ้าไม่มีคนบ้ามันคงมาไม่ถึงวันนี้หรอกครับ....บ้าแบบพระพิเรน...พระพุทธเจ้านะครับ....แม้บ้าแต่ว่าไม่โง่หรอกนะ...อิอิ....ขอบคุณครับที่ติดตามมาหลายปี...แสดงว่า...บ้า(น)เดียวกัน อิอิ