การปลอกมะม่วงสุกแบบปกติไทยเดิม  เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ อีกทั้งต้องการความอดทนสูงมาก  ...เหมาะสำหรับนางเอกละครน้ำเน่าที่กำลังจะเอาชนะใจแม่ของพระเอกที่จบโทจากเมืองนอก  ...กล่าวคือ ต้องประจงปลอกด้วยมืออันเรียว ปาดให้เฉี่ยวๆทั้งเนื้อและเปลือก แบบ ช้าๆ มิฉะนั้นจะออกมาไม่สวย...ครั้นจะใช้มีดปลอกฝรั่งแบบปลอกของดิบๆ ก็ไม่ได้ เพราะเนื้อจะเละหมด จากแรงกดของมีดปลอก

 

 

 

สำหรับคนห่ามๆอย่างเรา ...เลยประยุกต์เทคนิคเก่าๆ สมัยเด็กมาให้เกิดวิธีใหม่ที่รวดเร็วมากดังนี้......

 

-เอามือจับมะม่วงให้ตั้งขึ้นในแนวดิ่ง  ก้นใหญ่อยู่ล่าง หัวแหลมอยู่บน

-เอาปากกัด (หรือเอามีดตัด )  หัวมะม่วงสักเล็กน้อย  (ปากกัดนะ..คงไม่ต้องถึงกะเอาตีนถีบ)

-เอามือ (หรือปากก็ได้)  ฉีกเปลือกออกให้กว้างเป็นแนวสัก 1.5 ซม.  (เล็กกว่านี้หรือใหญ่กว่านี้ไม่ดี แต่อาจเล็กใหญ่กว่านี้ได้ตามสายพันธุ์ ..ความหนาของเปลือก)

-เอามือ (หรือปาก) ดึงเปลือกลงมาในแนวทแยง เป็นมุมกับแนวดิ่งประมาณ 45 องศา (เข้าใจคำว่า “ประมาณ” ไหม  ลองผิดถูกไปมา)  ที่สำคัญคือ อย่าให้เปลือกมันขาด แต่ให้ดึงเป็นแนวเส้นยาว อย่างต่อเนื่อง แบบเป็นเกลียวหมุนวน..แบบบันไดเวียน...ข้าวจัยหมั๋ย(จ๊ะ)

 

-พอดึงเปลือกลงมาได้สักค่อนลูก (ใช้เวลาประมาณ 20 วิ)  ก็ “กิน”  ส่วนที่ปลอกแล้วให้เรียบ  โดยเอามือจับส่วนโคนที่ยังไม่ได้ปลอกไว้

 

-จากนั้น เอากระดาษชำระ  หรือผ้า หรือ ถุงพลาสติก หรือ มือเปล่า   จับหัวเม็ดมะม่วงที่แทะกินไปหมดแล้ว แล้วทำการปลอกเปลือกที่เหลือต่อ ด้วยวิธีเดิม  ...ใช้เวลาอีก 10 วิ

-แทะกินเนื้อที่เหลือให้หมด ...จากนั้นเอาเม็ดที่เหลือไปทำประโยชน์ต่อไป...เช่นเอาไปวิจัยหาสารแก้มะเร็ง เบาหวาน ความดัน หรือเอาไปให้เป็นปัจจัยในการสร้างค่าแรงขั้นต่ำ..ก็ว่ากันไป

 

-หากไม่แทะกินทันที.. จะปลอกแต่เปลือกด้วยวิธีนี้  แล้วใช้มีดเล็กบาง ตัดฝานให้สวยงามอย่างบรรจงเพื่อเอาใจพระเอก .... ก็ไม่ผิดกฎหมายใดนะครับ   ตำรวจไทย ไอคิวสูง คงไม่จับ..

 

 

...คนถางทาง (๖-๕-๕๕)