การเตรียมความพร้อมให้กับคนไข้ที่นอนรักษาตัว ในแต่ละชั้นตึก แต่ละอาคารยังต้องจัดกลุ่มความรู้ที่จะผ่องถ่าย เส้นทางอพยพผู้ป่วยระหว่างเกิดเหตุการณ์เป็นอีกเรื่องที่ต้องจัดกลุ่มความเสี่ยงภัย

พลังงานที่ปล่อยออกของแ่ผ่นดินไหว มีทั้งระนาบซ้าย-ขวา หน้า-หลัง บน-ล่าง ความรุนแรงของพลังงานเทียบเท่าแรงระเบิด TNT

แรงสะเทือนที่ภูเก็ตเพียง 2-3 ริกเตอร์ทำให้บ้าน 33 หลังเสียหาย  แผ่นดินไหวในเม็กซิโก ทำให้บ้านเรือน 800 หลังพังทลายจากความแรง 7.4 ริกเตอร์ 

มาตรเตือนแผ่นดินไหวบอกว่า 2-3 ริกเตอร์ไม่ทำให้เกิดความเสียหายของสิ่งก่อสร้าง แต่เกิดจริงบ้านพัง

ช่วยเตือนใจมากว่า  จะคาดการขนาดความเสียหายโดยใช้ความแรงของแผ่นดินไหว สัมพันธ์กันตรงๆ ไม่ได้เลย การคาดการความเสียหายเพื่อป้องกันก่อนเกิดยังต้องมีองค์ความรู้อื่นมาประยุกต์ใช้ร่วม

ในอดีตเคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวใกล้กรุงเทพฯ ขนาด 5.9 ริกเตอร์ (ปี 2526 รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์)  ความเสียหายไม่มาก เวลานั้นมีตึกสูงไม่มาก

แบบแผนอาคารที่ปลูกสร้างในเม็กซิโก เมื่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่พังลงมา แบบแผนอาคารในภูเก็ต เมื่อเกิดแผ่นดินไหวคราวนี้ ก็พังลงมา พอจะช่วยชี้ทางให้ค้นหาตึกเสี่ยงที่จะพังเมื่อเกิดแผ่นดินไหวได้ ถ้าไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลการวางฐานรากของตึกนั้นๆ

11 เมษายน 2555 คนอยู่บนชั้น 2 ของอาคารคนละฟากตึกของโรงพยาบาล รับรู้แรงสะเทือนต่างกัน คนที่อยู่ฟากหนึ่งเวียนศีรษะ คนอีกฟากไม่รู้สึกอะไรเลย  แปลว่าแรงสะเทือนของแต่ละจุดในตึกแตกต่างกันอยู่

อย่างนี้ แปลว่า การเตรียมความพร้อมให้กับคนไข้ที่นอนรักษาตัว ในแต่ละชั้นตึก แต่ละอาคารยังต้องจัดกลุ่มความรู้ที่จะผ่องถ่าย

เส้นทางอพยพผู้ป่วยระหว่างเกิดเหตุการณ์ก็ต้องจัดกลุ่มความเสี่ยงภัยของการบาดเจ็บบนเส้นทางระหว่างอาคารด้วย

การกำหนดจุดที่ตั้งของศูนย์อพยพ โรงพยาบาลสนาม ก็ต้องจัดกลุ่มความเสี่ยงภัยเรื่องตึกพังไว้ด้วย ถ้าไม่เป็นศูนย์บนพื้นโล่ง