ไม่ว่าจะภาษาใดในโลกนี้ คำพูดที่งดงามที่สุดมีอยู่สองคำ คำแรกคือคำว่า "รัก" และคำที่สองคือคำว่า "ขอบคุณ"

ความร้อนอบอ้าวของกลางเดือนเมษา ทำให้ฉันตัดสินใจลงไปนั่งอ่านหนังสือที่ใต้ต้นไม้ริมแม่น้ำข้างบ้าน อย่างน้อยๆ ก็คงจะพอได้สัมผัสสายลมอันแผ่วเบาที่พัดโชยผิวน้ำให้คลายร้อนลงบ้าง ทุกครั้งที่สายลมพัดพา ระลอกคลื่นเล็กๆ ต้องแสงแดดดูระยิบระยับเป็นประกายสวยงาม แม่น้ำดูร่าเริงสดใส ต้นไม้ใบไม้ต่างเริงระบำ และเมื่อสายลมหยุดพัด ความแพรวพราวบนผิวน้ำก็อันตรธานไป แม่น้ำก็ดูสงบ เยือกเย็น สะท้อนเงาของต้นไม้ริมฝั่งให้ดูชัดเจนขึ้น หากใจของเราคือแม่น้ำ เราจะเห็นเงาในใจชัดเจนขึ้นก็ต่อเมื่อเรา "นิ่ง" จริงๆ เท่านั้น...

ฉันเงยหน้าจากหนังสือในมือเมื่อนกกางเขนบ้านตัวแม่บ้านตัวหนึ่งบินมาเกาะราวที่เป็นแนวกั้นระหว่างแม่น้ำกับทางเดิน นกตัวนี้คงหากินไปมาอยู่แถบนี้และคุ้นเคยกับผู้คนพอสมควร เพราะเธอไม่มีท่าทีจะหวาดกลัวฉันสักเท่าใดเลย ทั้งๆ ที่เราอยู่ห่างกันไม่ถึงสิบเมตร นกตัวนั้นบินและกระโดดไปมาสลับกันเพื่อหาอาหารบนพื้นดิน เธอหันมามองฉันเป็นครั้งคราว ในยามที่ฉันยกกล้องถ่ายรูปขึ้นและจ้องไปที่เธอ แล้วเธอก็หันไปตั้งหน้าตั้งตาหาของกินตามเดิม

.

นกกางเขน (แม่บ้าน)

หลังจากนั้นอีกไม่นาน เธอก็มีหนุ่มกางเขนบินมาสมทบอีกตัว แต่นกกางเขนพ่อบ้านคอยคุมเชิงอยู่แถบต้นสนใกล้ๆ หรือไม่ก็บนรั้ว ไม่ลงมาบนพื้นดิน คอยส่งเสียงร้องฟังเสนาะหูเป็นระยะๆ จะคอยบอกรักแม่บ้าน หรือพยายามประกาศให้ฉันและนกตัวอื่นๆ ในบริเวณรู้ถึงอาณาเขตของครอบครัวที่เป็นสุขของเขา ฉันก็สุดจะเดา เพราะเป็นที่รู้กันว่าช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมเป็นฤดูผสมพันธุ์และวางไข่ของนกกางเขน

.

นกกางเขน (พ่อบ้าน)

ฟังเสียงนกกางเขนบอกรัก ที่บันทึกได้ในวันนั้น

 

 

ฉันรู้สึกดีเหลือเกินที่ได้นั่งอยู่เป็นส่วนหนึ่งในบริเวณนั้น ดูนกสองตัวบินโฉบไปมา ฟังเสียงร้องที่ไพเราะจับใจ ที่สำคัญฉันไม่ได้รู้สึกว่าเป็นส่วนเกินในที่นั่น สำหรับฉันการที่ได้อยู่กับสัตว์อื่นๆ ด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตร มันทำให้ฉันรู้สึกเป็นสุขใจยิ่ง บางครั้งฉันรู้สึกว่าหัวใจฉันมีความอ่อนโยนต่อสัตว์อื่นมากกว่ากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสียอีก ด้วยสำหรับสัตว์แล้ว ฉันมี “เงื่อนไข” ในการ “รัก” น้อยเหลือเกิน

เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ ตรึงใจฉันง่ายดายเป็นที่สุด

ฉันนึกถึงครั้งแรกที่ได้ฟังนิทานธรรมบทเรื่องช้างปาลิไลยกะกับลิงที่ได้คอยอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาที่ป่าปาลิไลยก์ ช้างปาลิไลยกะจะนำอาหาร ผลไม้มาถวายพระพุทธองค์ในตอนเช้า ถวายน้ำร้อนในยามค่ำ ลิงตัวหนึ่งเห็นดังนั้นจึงนำรวงผึ้งมาถวาย พระองค์ทรงรับไว้แต่ไม่ฉัน ลิงจึงเอารังผึ้งไปดูเห็นมีตัวอ่อนผึ้ง จึงเอาตัวอ่อนออก แล้วนำรังผึ้งมาถวายอีกครั้ง พระพุทธองค์ทรงรับแล้วฉันน้ำผึ้ง

ฉันยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งในอำนาจพุทธบารมีและพระเมตตาของพระพุทธองค์ ด้วยชื่นชมความน่ารักของสัตว์ทั้งสอง และอดสะเทือนใจไม่ได้เมื่อถึงการเสียชีวิตของลิง และคราวที่ช้างปาลิไลยกะล้มเพราะเสียใจที่พระพุทธองค์ต้องเสด็จกลับเมือง

.

.
และฉันก็รู้สึกประทับใจเรื่องราวของปรมาจารย์ชาวอินเดียคนหนึ่งชื่อ รามณะ มหาฤษี (Ramanan Maharshi (1879-1950)) ช่วงเวลาที่ท่านใช้ชีวิตในป่าแถบรัฐอรุณาจัลประเทศเพื่อทำสมาธิ ในระหว่างนั้นหากท่านจะเดินออกจากที่พักไปเดินเล่นในยามเย็น ทุกวันจะมีสัตว์ทั้งหลายในป่าไม่ว่าจะเป็นนก เสือ ช้าง เก้ง กวาง งู วัวของชาวบ้านที่นำมาเลี้ยงแถบเทือกเขา สุนัขเร่ร่อน ฯ ต่างออกมาเดินตามท่าน ด้วยสัตว์เหล่านั้นรู้ถึงความรักและความเมตตาของศรีรามณะ เมื่อท่านเดินกลับถึงที่พัก สัตว์ต่างๆ ก็แยกย้ายไปตามทางของตน

สำหรับผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ฉันไม่เคยหวังว่าจะมีช้างมีลิงมาคอยช่วยเหลือ คงไม่อาจมีฝูงสัตว์มาคอยเดินตาม เพราะรู้ว่าชีวิตนี้ฉันคงยังไม่มีบุญที่สั่งสมมามากมายปานนั้น และยังคงไม่ได้ปฏิบัติและฝึกปรือจิตที่เมตตามาได้มากนัก แค่เพียงสัตว์ทั้งหลายที่พานพบไม่เห็นฉันเป็นศัตรู รู้ว่าฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายเขา และไม่เห็นฉันเป็น "ส่วนเกิน" ในการดำรงชีวิตของเขาอย่างนกกางเขนคู่นี้ ฉันก็มีความสุขที่สุดแล้ว

มีคนพูดเอาไว้ว่าไม่ว่าจะภาษาใดในโลกนี้ คำพูดที่งดงามที่สุดมีอยู่สองคำ คำแรกคือคำว่า "รัก" และคำที่สองคือคำว่า "ขอบคุณ" ในวันนั้น ณ ริมน้ำข้างบ้านทั้งสองคำพูดได้ถูกเอ่ยด้วยความสุข นกกางเขนตัวพ่อบ้านได้ขับขานคำว่า "รัก" ที่มีให้แม่บ้านฟัง ส่วนฉันได้บอกพวกเขาว่า "ขอบคุณ" นะ ที่ให้ฉันได้มีส่วนร่วมในความรื่นรมย์นั้น..

 .

ฟังเสียงนกกางเขนบอกรักแล้วมาฟังพี่เบิร์ดบอกรักบ้างค่ะ

 

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับนกกางเขนบ้าน

ชื่อสามัญ นกกางเขนบ้าน (Oriental Magpie Robin)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Copsychus saularis

ลักษณะโดยทั่วไป

เป็นนกที่มีขนาดตัวจากปลายปาก จรดปลายหางประมาณ 19-21 ซม.

ตัวผู้มีสีดำเป็นมันเงาตั้งแต่หัว คอหน้าอก หลัง ปีก และหาง มีลำตัวด้านล่างสีขาวตัดกับสีลำตัวด้านบน มีแถบสีขาวตลอดความยาวของปีก ปากและขาสีดำนกตัวเมียเหมือนตัวผู้ แต่แทนสีดำด้วยสีเทา และนกในวัยเด็กจะแทนที่สีดำด้วยสีเทาลายๆ

นกกางเขนมีเสียงร้องที่ไพเราะ ร้องเสียงสูงบ้าง ต่ำบ้าง หางของมันมักกระดกขึ้นลง

ชอบทำรังตามโพรงไม้ที่ไม่สูงนัก มันจะวางไข่ครั้งละ 3-6 ฟองและผลัดกันกกไข่ มันจะฟักไข่นานประมาณ 12 วัน อายุ 15 วัน แล้วจะเริ่มหัดบิน พบทั่วไปในทุกภาคแม้ในเมืองใหญ่ ๆ

นกกางเขนบ้านเป็นนกที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ตั้งแต่ป่าโปร่ง ป่าชายเลน พื้นที่เกษตรกรรม สวนผลไม้ สวนสาธารณะในเมือง และเมืองใหญ่ จากที่ราบถึงความสูง 1800 เมตร แต่อย่างไรก็ตาม เรามักพบอยู่ใกล้กับบ้านคนมากกว่าในป่า

นกกางเขนเป็นนกที่ขยันหากิน อาหารของเค้าคือ หนอน แมลง หรือผลไม้สุก พวกกล้วยสุก

นกกางเขนเสียงเพราะแต่ไม่น่าเลี้ยง ที่ที่เขาร้องได้เพราะที่สุดคือในธรรมชาติ

 

ที่มา

http://www.bedo.or.th/lcdb/biodiversity/view2.aspx?id=9501

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%99