วันนี้คณะนักศึกษาได้พากันมาประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อตั้งอกตั้งใจเพื่อจะเป็นคนดี ของคุณพ่อคุณแม่ ของสังคม ของประเทศชาติบ้านเมือง

Large_resize_of_dsc05676

พระพุทธเจ้าของเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ท่านมีเมตตาให้ทุกท่านทุกคนเป็นคนดี เป็นคนที่เสียสละ มีความสุขในการทำความดี มีความสุขในการเสียสละ เป็นทั้งคนดี เป็นทั้งคนเก่ง เป็นทั้งคนมีคุณธรรม


บ้านเมืองของเราทุกวันนี้มันมีคนเก่งคนฉลาดมาก แต่คนดีคนมีธรรมมันมีน้อย
มีปัญหาอยู่ว่า เราทำอย่างไรถึงจะเป็นคนดี คนเก่ง คนมีคุณธรรม...?


มีคำตอบว่า “เราจะเรียนหนังสือหรือเราจะทำงาน เราเรียนหนังสือเพราะเราเสียสละ เราไม่ได้เรียนหนังสือเพราะความเห็นแก่ตัว”


ปกติทุกท่านทุกคนจะมีความเห็นแก่ตัว มันมีความเห็นแก่ตัวอย่างมาก ทุกคนอยากนอน ตื่นสาย อยากกินสบาย ๆ อยากเล่น อยากเที่ยว อยากฟังเพลง อยากดูคอนเสิร์ต อยากเล่นอินเตอร์เนท อยากมีเพื่อน อยากมีแฟน อยากทำตามใจตนเอง ความคิดอย่างนี้ ความต้องการอย่างนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัว

เราจะประพฤติปฏิบัติอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเหตุว่า ครอบครัวเรายังยากจน ประเทศชาติเรายังยากจน พ่อแม่วงศ์ตระกูลเรายังยากจนอยู่ ประเทศชาติบ้านเมืองสังคมต้องการคนดีมีศีลธรรม

ที่เขาให้เรียนหนังสือมีการสอบปีละ ๒ หรือ ๓ ครั้ง เพื่อที่จะกระตุ้นให้ทุกคน เข้าถึงจุดมุ่งหมายของการเรียนการศึกษา ถึงจุดหมายของความเข้าใจ เพื่อกระตุ้นให้เรา เป็นคนกระตือรือร้นในการเรียนการศึกษา เพื่อทดสอบดูความรู้หาคนเก่งคนฉลาด หาคนขยัน คนรับผิดชอบ “แต่ที่จะเพิ่มไปอีกคือหาคนดีคนมีคุณธรรม...”

 Large_maekhanriver02

ถ้าเราเป็นคนเก่ง เป็นคนฉลาด แต่ไม่เป็นคนดีคนมีคุณธรรม สังคมบ้านเมือง “ฉิบหายแน่” หาความร่มเย็นเป็นสุขไม่ได้

เพราะคนเก่งคนฉลาดเอาเปรียบคนด้อยโอกาส เอาเปรียบคนยากคนจน จนทั้งทรัพย์สินเงินทอง จนทั้งสติปัญญา เขามีความทุกข์ทั้งกายและใจ ทั้งประกอบการเลี้ยงชีพ

ถ้าคนเก่งคนฉลาดทำลายเขา เอาเปรียบเขา ทำอาชีพบนหลังเขาก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง ขาดเมตตา ขาดกรุณา ขาดมุทิตา เห็นแก่ตัวมากเกินไป

ที่ผ่าน ๆ มาให้นักศึกษาทั้งหลายรู้นะว่า บ้านเมืองเราไม่ว่าวงการไหน มันขาด “คนดี คนเก่ง คนมีคุณธรรม...”

ขอให้นักศึกษาทุกท่านทุกคน โปรดเมตตาสงสารญาติพี่น้องของเรา ช่วยกันเสียสละ ช่วยกันละความเห็นแก่ตัว ให้ดูตัวอย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านเกิดมาเพื่อเป็นคนดี เกิดมาเพื่อเสียสละ เกิดมาเป็นผู้ให้

บ้านเราเมืองเราเดี๋ยวนี้หานักการเมืองไม่ได้ไม่มี...

เรามองดูแล้วมันเป็นธุรกิจอันหนึ่งซึ่งบุคคลที่มีความโลภ ความหลง สมัครตัวสมัครตน มาว่าจะช่วยเหลือญาติพี่น้องผู้ยากจน ว่าจะเป็นผู้แทน ผู้ช่วยเหลือ เพื่อจะมาบริหารบ้านเมือง ประเทศชาติ ตั้งแต่ที่ผ่าน ๆ มาเรายังไม่มีผู้แทนของเรา ยังไม่มีนักการเมืองของเรา มีแต่ “นักกินเมือง...”

สาเหตุมาจากอะไร...?


สาเหตุเพราะการเรียน การศึกษามันทิ้งความดี ทิ้งคุณธรรม


ถ้าเราเน้นแต่การเรียนแล้วทิ้งคุณธรรม มันเป็นการเน้นวัตถุโดยเฉพาะ เป็นการหลงโลกหลงวัตถุ มันเป็นอัตตาธิปไตย มันเอาตนเป็นใหญ่ เอาตนเป็นที่ตั้ง ทำร้ายคนอื่น เบียดเบียน คนอื่นเขาหมด มันหาพรรค หาพวก หาประชาธิปไตย ซื้อเสียง ซื้อคะแนน ทีนี้มันเลยแตกแยก แตกสามัคคีกัน มีการชุมนุม มีการเดินขบวนกัน ถึงกับฆ่าฟันรันแทงกัน เพราะเราไปถืออัตตาตัวตนกัน

ถึงจะเป็นประชาธิปไตยมันก็ยังเป็นกลุ่มเป็นแก๊งค์ เพื่อทำธุรกิจบนความยากลำบาก ของคนยากคนจนนั่นแหละ

การศึกษาให้นักศึกษาเน้นธรรมาธิปไตย เน้นความเสียสละ เน้นละความเห็นแก่ตัว...

Large_econ0210

เราต้องเป็นคนเสียสละ เป็นคนเก่งด้วย เป็นคนมีคุณธรรมด้วย

คนเรานะ ระดับหัวของเด็ก ๆ มันก็พอ ๆ กันทั้งนั้นนะ ที่มันได้คะแนนมากกว่ากัน เพราะความขยัน ความอด ความทน ความกระตือรือร้น ความอดทน ความเพียรติดต่อกัน อย่างสม่ำเสมอ เป็นคนมีความอดทนมาก ๆ มีความสุขในการเรียน มีความสุขในการเสียสละ “ถ้าเราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้เขาเรียกว่าการปฏิบัติธรรม…”

การเสียสละ การละความเห็นความเห็นแก่ตัว...

“ความเสียสละเป็นหนทางอันประเสริฐ” ถ้าเราไม่เสียสละเราจะได้ดีไปไม่ได้ ต้องฝึกขยัน ฝึกอดทน ฝึกเอาใจใส่ ให้เป็นความดี ให้เป็นปฏิปทา เสียสละเวลาส่วนตัวของเรา เรื่องเที่ยว เรื่องเล่น เรื่องกินของเรา

ความสุขความสบายมันเป็นสิ่งเสพติดนะ ที่กล่าวมาทั้งหมดมันเป็นสิ่งเสพติด
ที่อยู่ ที่อาศัย อาหารการกิน ยานพาหนะ ยารักษาโรค มันเป็นความสุข ถ้าเราไปติด มันก็เป็นสิ่งเสพติด

สิ่งที่เราบริโภคอยู่ที่เราว่าเป็นคุณแก่กายแก่ใจของเรานี้ ถ้าจิตใจไม่เข้มแข็ง ไม่เสียสละ ละความเห็นแก่ตัว เราต้องติดสิ่งเสพติดแน่คือ “ความเห็นแก่ตัว...

Large_econ238

ปัจจัย ๔ ต่าง ๆ ให้ใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการสร้างความดี สร้างบารมี...

ผู้ที่อยู่ทางโลกส่วนใหญ่ติดเรื่องปัจจัย ๔ ติดความสะดวกสบายนี่แหละ

ถ้าเป็นพระ ถ้าไม่ละ ก็ติดปัจจัย ๔ เหมือนกัน ให้โลกธรรมมันครอบงำเหมือนกัน

ถ้าเป็นพระ ถ้าหลุดจากโลกธรรม ละจากปัจจัย ๔ ได้ ก็ยังจะไปติดความสงบ ติดในสมาธิ เพราะการเสียสละมันยังไม่เพียงพอ

อย่างเขาติดยาบ้า ยาอี อย่างนี้เขาเรียกว่ามันเป็นสิ่งที่หยาบ มันเกี่ยวกับสารในร่างกาย ทำลายระบบในร่างกายของเรา

 

“สรุปแล้ว นักเรียนนักศึกษาต้องเป็นผู้เสียสละนะ”

เพื่อสร้างความเมตตาให้กับเรา ถ้าเราขยันอย่างนี้ เสียสละอย่างนี้ กระตือรือร้นอย่างนี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่านี่เป็นเหตุปัจจัยที่จะดับทุกข์ในอนาคต “เป็นการช่วยเหลือตัวเราด้วย ช่วยเหลือผู้อื่นด้วย เป็นการดีมาก...”

Large_resize_of_dscn3451

เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้มันมีประโยชน์ ตัวเองก็มีความสุข ญาติพี่น้องก็มีความสุข ประเทศชาติก็มีความสุข

เราทำความดีอย่างนี้ เสียสละอย่างนี้ ผู้ใหญ่กว่าก็รักเรา พอใจเรา เพื่อน ๆ ก็รักเรา คนที่ต่ำกว่าเรา น้อง ๆ ก็รักเรา แม้แต่เทวดาทั้งหลายก็เคารพนับถือคนดี “คนดีนี้โลกต้องการ สังคมต้องการนะ...”

เดี๋ยวนี้ประเทศของเราขาดแคลนคนดีมีคุณธรรมอย่างมาก...

ถึงแม้เราจะช่วยทางวัตถุไม่ได้ ก็ให้เป็นตัวอย่างเป็นแบบอย่าง เป็นประวัติศาสตร์ให้ทุกคนต้องจดจำ เพราะการพูดหลายร้อยหลายพันครั้งก็ยังไม่เท่ากับการทำให้เป็นตัวอย่างให้เห็น ให้ดู ให้สัมผัสไม่ได้

บางคนคิดว่าตัวเราเองจะช่วยเหลืออะไรได้...?

“ช่วยเหลือได้..” เราลองคิดดูประเทศหนึ่งประเทศหนึ่ง นายกรัฐมนตรีถือเป็นคนสำคัญ ถ้าได้นายกรัฐมนตรีเป็นคนเก่ง เป็นคนมีคุณธรรม ทุกอย่างมันจะเป็นไปตามกระบวนการ

มันสำคัญอยู่ที่หัวหน้า...

อย่างที่เขามีโรงเรียนที่สอนดี มันเนื่องมาจากผู้อำนวยการหรือ ผอ. หน่วยงานไหนจะทำอะไรก็ล้วนมาจากผู้นำผู้ปกครอง

อย่างวัดวัดหนึ่งมันเจริญหรือเสื่อม มันไม่ได้อยู่ที่ลูกวัด มันเสื่อมที่เจ้าอาวาส ประธานสงฆ์ มันเสื่อมจากพระที่บวชนาน ๆ


เดี๋ยวนี้กระบวนการทางการศึกษามันขับเคลื่อนไปทางเก่งทางฉลาด มันขาดคุณธรรม...

ตอนนี้เรายังเป็นเด็ก เป็นนักศึกษา ต่อไปเราก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้นำ นักศึกษาทุกท่าน ทุกคนอย่าไปท้อใจ การเดินทางนี้เขาต้องมีความสุขในการเดินแต่ละก้าว ถ้ามัวแต่ไปท้ออกท้อใจมันเหนื่อยเปล่า ๆ ให้เราก้าวไปอย่างมีความสุข

Large_econ218

ถึงเมื่อไรก็ไม่รู้...? ถ้าเราคิดว่าเรารอคอยมันนานนะ มันเป็นทุกข์นะ จิตใจของเรา อย่าไปอยู่กับอนาคต ให้มีความสุขในการทำงาน การเสียสละในปัจจุบัน

ถ้าเราอยู่กับอนาคตมาก ๆ เดี๋ยวความวิตกกังวลมารบกวนเรา มันส่งผลให้เรา เป็นโรคกระเพาะ เป็นโรคความเครียด เป็นโรคประสาท

พระพุทธเจ้าท่านเมตตาสอนเราให้เรามีความสุขในการทำความดี มีความสุขในการเสียสละ

ความคิดเขาเรียกว่าปัญญา ถ้าเราคิดมากเกิน มีความต้องการมากเกินใจของเราก็จะไม่มีโอกาสได้สงบได้เย็น ใจของเรามันจะฟุ้งซ่าน

มันเก่งอยู่ มันฉลาดอยู่ แต่ว่าใจของเราไม่เย็น ใจของเราไม่สงบ “นี่มันมาจากปัญญามันมากกว่าสมาธิ...”

คนเรารับประทานอาหารวันหนึ่ง ๓ ครั้ง แล้วก็ปล่อยให้มันย่อยเพื่อหล่อเลี้ยงสุขภาพ ไม่ใช่ว่าอาหารเป็นสิ่งที่ดีแล้วกินทั้งวัน เราจะเอาท้องที่ไหนมาใส่ ถ้าร่างกายไม่ย่อยอาหาร มันก็ต้องตาย

ความคิดเราก็เหมือนกัน เราคิดพอเข้าใจแล้วก็หยุดคิด อย่าปล่อยให้มันคิดตลอด ถ้าคิดตลอดอ๊อกซิเจนในสมองมันไม่สมดุล

“ความฟุ้งซ่านมาก เท่ากับเรายังไม่ตายแต่เผาเราทั้งเป็น...” ที่ว่าอากาศมันร้อน ๆ ๆ ไฟมันร้อน ๆ ๆ เผาอะไรพินาศ ก็ไม่เท่ากับใจของเราร้อน

ทุกท่านทุกคนต้องฝึกใจให้สงบให้มันเย็น เพราะว่าสมาธิคือตัวความสุข คือตัวความดับทุกข์

Large_td5423

ถ้าเรามีความสุขในการอ่านหนังสือคือใจเรามีสมาธิในการอ่านหนังสือ ถ้าเรามีความสุข ในการทำงานคือใจมีสมาธิในการทำงาน ถ้าเรามีความสุขในการรับประทานอาหารเขาเรียกว่า เรามีสมาธิในการรับประทานอาหาร ถ้าเรามีความสุขในการนอนก็เรียกว่าเรามีสมาธิในการนอน

เวลานอนเราอย่าไปคิดมาก ถ้านอนหลับสบายพรุ่งนี้เราคิดได้มากกว่าเก่าอีก
เวลาเรานั่งสมาธิให้ใจอยู่กับลมเข้าลมออก ไม่ต้องคิดอย่างอื่น อยู่กับลมเข้าลมออกอย่างเดียว

 

ใจเราเหมือนลิงกระโดดโลดเต้น แต่มันยิ่งกว่าลิง...

พระพุทธเจ้าท่านให้เข้าใจว่ามันเหมือนลิง กระโดดไปโน่นไปนี่ เกาโน่นเกานี่ เราเห็นลิง มันอยู่เฉยไม่เป็น เราก็รำคาญลิงเหมือนกันนะ...

ใจเรามันยิ่งกว่าลิงอีก มันอยู่ไม่ได้อยู่ไม่เป็น เลยหางานให้รู้ลมเข้าลมออก เข้าสบาย ออกสบาย ทำอย่างนี้เพื่อละความเห็นแก่ตัว ทำเพื่อละความเห็นแก่ตัว เราไม่เอาอะไร ถ้าเราอยากเมื่อไหร่มันเผาตัวเอง อยากให้สงบ อยากไม่ปวดแข้งปวดขา มันเผาตัวเอง

การทำสมาธิคือการเสียสละละความเห็นแก่ตัว…

สมาธิคือปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นการเสียสละทำในสิ่งนั้น ๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน ทั้งการเรียน การนั่งสมาธิ ไม่หวังผลตอบแทน เพื่อเสียสละละตัวละตน

ถ้าเราหวังอะไรตอบแทนใจเราบาปนะ....

เราทำงานเพื่อเสียสละ ทำสมาธิเพื่อเสียสละ สมาธิกับการนั่ง สมาธิกับการทำงาน ก็อย่างเดียวกัน มุ่งเสียสละ มุ่งกำจัดนิวรณ์

สมาธิแปลว่าไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่มีสิ่งตอบแทน ไม่มีคำว่าขอบคุณ เราทำความดีเพื่อปราศจากโทษ ถ้าเราทำดีเพื่อให้คนอื่นสรรเสริญ ทำความดีเพื่อให้ได้มา ซึ่งเงินเดือน ลาภยศ เขาเรียกว่าทำความดีเพื่ออามิสสินจ้าง ทำอย่างนี้ยังเป็นบาป ถือว่าเป็น ความดีชั้นต่ำ

ทำไมเรียกว่าความดีชั้นต่ำ...?

เพราะดึงจิตใจเราสู่ที่ต่ำ ความดีชั้นสูงนั้นเพื่อละความเห็นแก่ตัว
เวลานี้เรายังคิดไม่ได้ เราทำไปเรื่อย ๆ อีกหลายปีเราจะรู้ผล เหมือนเด็กมันไม่รู้เรื่อง ของผู้ใหญ่ก็คิดได้แต่แบบเด็ก ๆ

กาลเวลามันเร็ว มันเป็นของมีค่า นักเรียนนักศึกษาอย่าได้ประมาทนะ...
อย่าเอาเวลาที่ดี ๆ มีประโยชน์ไปใช้ในทางที่ผิด คุยโทรศัพท์ ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เนท ดูคอนเสิร์ต มันเป็นการล้างผลาญ เผาผลาญ สร้างความเสียหายให้แก่ตนเอง

ความรู้ความสามารถของเรามันไม่พอ...

ถ้าเราเอาเวลาไปใช้อย่างนั้น ศักยภาพของเรามันก็ไม่ดีเท่าที่ควร ความเชื่อมั่นในตนเอง มันก็มีน้อย มันเป็นการบดบังเวลาที่เราจะทำความดี เราไปเอาสิ่งที่มันสกปรกมัวหมองมาใส่จิต ใส่ใจที่มันขาวสะอาด

ปกติจิตใจของคนเราเหมือนผ้าขาวที่สะอาดบริสุทธิ์ เราเอาสีไหนมาย้อมก็เป็นสีนั้น

 Large_td5408


เราอย่าไปทำตามเขาในสิ่งที่ไม่ดี ไม่เจริญ สิ่งที่ตกต่ำ

ความดีเป็นสิ่งที่ทวนโลก ทวนกระแสนะ...

ให้นักเรียนนักศึกษาทุกท่านเอาความดีเป็นกัลยาณมิตร ให้เอาพระเจ้าอยู่หัวเป็นตัวตั้ง เป็นตัวอย่าง

ที่กำลังเรียนกำลังศึกษา ให้เจริญเมตตามองเห็นทุก ๆ คนว่ารอการช่วยเหลือจากเรา

เมื่อครอบครัวเราลำบาก ประเทศชาติก็ลำบาก

เราอย่าคิดอย่างนั้นมันไม่ดี มันเสียหาย ถ้าเราทำอย่างนั้นผลที่ได้รับเรามีทุกข์ ญาติมีทุกข์ ประเทศชาติก็ยากจน

นักศึกษาทุกท่านเกิดมาเพื่อช่วยเหลือโลก มากู้สถานการณ์ที่มันไม่ดีที่มันเลวร้ายให้มันดีขึ้น เราจะมาปฏิบัติตนเป็นคนทำลายโลก เป็นคนหนักแผ่นดินไม่ได้

ถ้าเราไม่ตั้งใจจริง เอาเวลาในการศึกษา ในการทำความดีไปหลงความสุข ความสุขเหล่านั้นมันดูดเราไปไม่เหลืออะไร มันดูดเราไปหมด มันไม่มีอริยทรัพย์ในตัวเลย ไม่มีความดีในตัวเลย

เวลาเราสอบทีนี้เราก็รู้ผล จิตใจมันร้อนรน สมองมันตื้อ คิดไม่ออก เพราะความรู้ความสามารถเราไม่มี มือกำปากกาก็ทั้งสั่นทั้งเปียก “นักศึกษาเห็นมั๊ย นี่คือบาปที่เราไม่ตั้งใจ”

ทุกคนอยากให้คนรัก เคารพนับถือ ก็ไปประดับประดาอาภรณ์ต่าง ๆ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ ต่าง ๆ เสริมสวยต่าง ๆ จุดมุ่งหมายเพื่อให้คนอื่นเขารัก

 

คนเราถ้าคนอื่นรักมันสบายใจ มันภูมิใจ มันมีความสุข...

Large_td5409

ความรักที่ได้มาจากการประดับประดา มาจากการปรุงแต่งนั้นมันไม่จีรังยั่งยืน มันเป็น ความรักชั่ววูบชั่วคราว แต่ถ้าจะให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปต้องเป็นต้องเป็นความรักที่เกิดจากเราเป็นคนดี เป็นคนเสียสละ อยู่ที่เราเป็นผู้ให้ เราไม่เห็นแก่ตัว

“ความรักที่เกิดจากการเสียสละเป็นความรักอมตะ เป็นปูชนียะที่เคลื่อนไหวได้...”

อย่างเจดีย์ รูปปั้นนั้นเป็นอนุสาวรีย์ เป็นสัญลักษณ์ของคนดี
อย่างเรายังมีชีวิตอยู่ เราได้รับความรักความเคารพนับถือ ก็เท่ากับเป็นปูชนียะที่มันเดินได้ เคลื่อนไหวได้

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปได้นะ ถ้าทุกท่านทุกคนพากันประพฤติปฏิบัติ ก้าวไปด้วยความดี เป็นปฏิปทาทุก ๆ วัน

ต้นไม้ต้นใหญ่ ๆ มันทำความร่มเย็นให้โลก การปลูกต้นไม้ต้นใหญ่ ๆ ตอนแรก ๆ มันเล็ก นิดเดียว เราดูแลรักษาเขาก็โตของเขาไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าโตตอนเช้า ตอนกลางคืน เขาก็โต เป็นต้นไม้ใหญ่

เดี๋ยวนี้โลกกำลังร้อน กำลังอุณหภูมิสูงเพราะขาดคนดี ขาดคนมีคุณธรรม
ที่เรามาประพฤติปฏิบัติเพื่อที่เรามาเพาะเมล็ดพันธุ์ให้มันใหญ่ ให้มันโตให้กับโลก ให้กับสังคม

ปฏิปทาเป็นสิ่งที่สำคัญนะ... ปฏิปทาได้แก่การทำความดีอย่างต่อเนื่อง อย่ามีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องสม่ำเสมอ

เดี๋ยวนี้โลกเขากำลังรณรงค์ปลูกต้นไม้หลายล้านต้น เพื่อให้โลกกลับสู่ความร่มเย็น

การปลูกมันมีมาก เราสังเกตดูมีคนใจดีใจกุศลมาก ปลูกป่ามาก หลายหมื่นหลายล้านต้น แต่ส่วนใหญ่ต้นไม้มันตาย มันไม่รอด เพราะว่าไม่ได้ดูแลรักษา เท่ากับปลูกทิ้ง ปลูกให้มันตาย ฉันใดก็ฉันนั้น ความเห็นความตั้งใจของเรามันดี แต่การประพฤติปฏิบัติให้เป็นปฏิปทาสม่ำเสมอมันสำคัญ เพราะไม่อย่างนั้นความดีของเรามันจะตาย “เหมือนปลูกต้นไม้ ปลูกให้มันตาย ไม่ได้ปลูกให้มันโต...”

การศึกษาเพื่อพัฒนาตนเองต้องพัฒนาให้ต่อเนื่องให้สม่ำเสมอ จริงแท้แน่นอนต่อความดี ความดีถึงจะไม่ตาย ความเก่งของเรามันดีนะ แต่มันเก่งได้ไม่กี่วัน เพราะความประมาท ความชะล่าใจ มันเลยกลายเป็นความผิดหวังของชีวิต...!

ทำความดีมันเหนื่อยนะ มันยาก มันลำบาก แต่มันมีคุณมีประโยชน์ อดทนเอา เสียสละเอา สิ่งที่มันง่าย ๆ มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี

ชีวิตของเราต้องปฏิบัติบูชา...

ปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า ปฏิบัติบูชาพ่อแม่บรรพบุรุษ ปฏิบัติบูชาทุก ๆ คนที่เกิดมา
การปฏิบัติบูชาได้บุญมากกว่าการบูชาด้วยข้าวของเงินทองซึ่งเป็นอามิสบูชา

การเรียนการศึกษาการทำความดีนี่แหละคือการปฏิบัติบูชานะ นี่แหละคือตัวความดี คือตัวศาสนา

ศาสนาคือความดี คือเสียสละ

ถ้าเราไม่ทำความดี เราก็ไม่มีศาสนา ให้เราทุกคนเข้าใจว่า “ศาสนา...”
อย่าคิดว่า พุทธเป็นศาสนา คริสต์เป็นศาสนา อิสลามเป็นศาสนา ศาสนาเป็นชื่อของความดี “คนไม่มีศาสนา คือคนไม่มีความดี...”

หวังว่านักเรียนนักศึกษาทุกคนจะน้อมนำเอาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปใช้ทุกหนทุกแห่งที่เรามีลมหายใจ ให้เป็นคนดีเป็นคนเก่งตลอดกาล

สิ่งที่มันแล้วก็ให้แล้วไป ให้ตั้งใจใหม่ อธิษฐานจิตใหม่ อยู่ที่ความตั้งใจ เห็นคุณ เห็นประโยชน์ในการทำความดี


เราเป็นผู้มีบุญมีวาสนาได้มาใช้ทรัพยากรของโลกเพื่อสร้างบารมี สร้างคุณธรรม

พระพุทธเจ้าท่านห่วงเรา ท่านมีเมตตาต่อเรา แม้จะเสด็จดับขันธปรินิพพานท่านยังตรัส กับเราว่า “ขอให้ท่านทั้งหลายตั้งในความไม่ประมาท สร้างประโยชน์ตน สร้างประโยชน์คนอื่น ด้วยความไม่ประมาท นี่เป็นคำตรัสในครั้งสุดท้าย สำคัญมาก”

ให้ทุกท่านทุกคนตั้งใจ อย่าไปกลัวความดี อย่าไปเก้อเขินในการทำความดี
“คนดีต้องแก้ไขต้องปรับปรุง คนฉลาดต้องพัฒนา...”


ไม่มีใครมาทำความดีมาปฏิบัติให้เราได้ นอกจากตัวเราเองทุ่มเทกำลังกายกำลังใจว่า จะเข้มแข็ง จะไม่อ่อนแอ หนักก็เอา เบาก็สู้ เหนื่อยก็ไม่ท้อถอย จะอด จะทน เราเป็นผู้ให้ ไม่มุ่งหวังอะไรนอกจากความดี นอกจากตัวเราเอง

ด้วยอำนาจเมตตาบารมีของพระพุทธเจ้าผู้ไกลห่างจากิเลสตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นที่เคารพของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย


ด้วยพลังแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ ขออำนวยพระให้นักศึกษาทุกท่านทุกคน มีความสุข ความสมหวัง เป็นผู้หนักแน่นในพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้ทุกท่านทุกคนตลอดจนผู้ถือศีลปฏิบัติธรรม ขอให้ได้รับความสำเร็จตามจุดประสงค์ทุกประการ


สิ่งที่ติดขัดก็ให้มันโล่ง ให้มันสบาย ตั้งอยู่ในมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ...

 

พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยายให้กับคณะนักศึกษาโครงการ

"โฮมโซลูชั่น แคเรียช้อยส์" (HOME SOLUTION Career Choice : SGC)

เช้าวันพฤหัสบดีที่ ๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕


http://portal.in.th/i-dhamma

 http://www.scgbuildingmaterials.com/career/careerchoice.php