พูดถึงเทนส์ (tense) ในภาษาสันสกฤตหลายท่านอาจจะงง สงสัยว่าภาษาสันสกฤตก็มีเทนส์กับเขาด้วยหรือ

ภาษาสันสกฤตก็เหมือนภาษายุโรปหลายๆ ภาษา มีเทนส์ มีการเปลี่ยนรูปคำนาม เปลี่ยนรูปกริยา มีการประสมคำในแบบเดียวกัน และอื่นๆ อีกเยอะแยะ เพราะฉะนั้นผู้ที่เรียนภาษายุโรปมาก่อน เมื่อเรียนภาษาสันสกฤตก็พอจะจับทางได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ดีกว่าคนที่ไม่รู้ภาษายุโรปเลย ภาษายุโรปที่ว่านี้ก็เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน อิตาลี ฯลฯ ภาษาอังกฤษนั้นถือว่าหน่อมแน้มไปเลยเมื่อเทียบไวยากรณ์กับภาษาอื่น เพราะภาษาอังกฤษแจกรูปน้อย แต่ภาษาอื่น อย่างเยอรมัน หรือรัสเซีย แจกรูปมาก หลักเกณฑ์เยอะ

มาถึงเรื่องเทนส์ ภาษาอังกฤษมีเทนส์เยอะแยะตั้ง 12 แบบ ภาษาสันสกฤตนั้นมีน้อยกว่า คือ มี 10 เทนส์ แต่ว่าเยอะกว่า

หมายความว่ายังไง..

หมายความว่า ภาษาอังกฤษมี 12 เทนส์ก็จริง แต่ว่า แต่ละเทนส์มีรูปต่างกันแค่ 2 – 3 แบบเท่านั้นเอง อย่างเช่น

 

Past simple tense       

             to be    มี 2 รูป คือ was และ were   

                         เช่น   I was, you were 

              to go    มี 1 รูป คือ went       

                        เช่น       I went, he went, they went

Future simple tense   

             to do    มี 2 รูป คือ will do, shall do       

 

            ในภาษาสันสกฤตนั้น เทนส์หนึ่งมี 2 ชุด (กริยาของประธาน และกริยาของกรรม) และชุดละ 9 รูป  ตามประธาน คือ บุรุษที่ 1 บุรุษที่ 2 บุรุษที่ 3 และเอกพจน์ ทวิพจน์ พหูพจน์

               ยกตัวอย่าง ปัจจุบันกาล (ชุดที่ 1)

 

               กริยา นมฺ (nam) แปลว่า น้อมตัว, ก้ม, ไหว้

               ประธานบุรุษที่หนึ่ง               นมามิ      นมาวะ    นมามะ

               ประธานบุรุษที่สอง                นมสิ       นมถะ      นมถ

               ประธานบุรุษที่สาม                นมติ        นมตะ      นมนฺติ

              

               นี่แหละครับ นมฺ ตัวเดียว แปลงร่างเป็น นมามิ, นมาวะ, นมามะ, นมสิ, นมถะ, นมถ, นมติ, นมตะ และ นมนฺติ แค่เทนส์เดียวก็ท่องกันเหนื่อย

               อย่าเพิ่งไปดูรายละเอียดเลยครับว่าเปลี่ยนรูปเป็นอะไรบ้าง มาดูว่าเทนส์ทั้งหมดมีอะไรบ้างดีกว่า

 

               1. ปัจจุบันกาล ภาษาสันสกฤตว่า วรรตมานะ (วรฺตมาน) ใช้บอกเล่าเหตุการณ์ทั่วไป เล่าเรื่องในนิทานก็ใช้ปัจจุบันกาลนะครับ ปัจจุบันกาลจึงใช้มากในหนังสือสันสกฤต เช่น คจฺฉามิ (ข้าพเจ้าไปถึง), นมามิ (ข้าพเจ้าน้อมไหว้) นี่แหละ เป็นปัจจุบันกาล (ศัพท์ทั้งสองนี้ตรงกับบาลี)

               2. อาชญามาลา ภาษาสันสกฤตว่า อาชญารถะ (อาชฺญารฺถ) ใช้เป็นคำสั่ง หรือขอร้อง บางครั้งใช้แทนวิธิ เช่น โหตุ (จงเป็น), ศฺฤณุ (จงฟัง), อเปหิ (จงไป)

               3.  อดีตกาลไม่ใช่วันนี้ ภาษาสันสกฤตว่า อนัทยตนภูตะ (อนทฺยตนภูต) ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีต แต่ใช้ไม่มาก เช่น อภวมฺ (ข้าพเจ้าเป็นแล้ว) (คำว่า อนัทยตน แปลว่า กาลที่ไม่ใช่วันนี้)

               4. วิธิมาลา ภาษาสันสกฤต วิธยรถะ  (วิธฺยรฺถ) ใช้เป็นคำอ้อนวอน รำพึง บางครั้งก็ใช้แทนอาชญา เช่น กุรฺยาตฺ (เขาพึงทำ)

               5. อดีตกาลสมบูรณ์ ภาษาสันสกฤตว่า ปโรกษภูต (ปโรกฺษภูต) ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตทั่วไป เช่น อุวาจ (เขาพูดแล้ว)

               6. อนาคตกาลไม่ใช่วันนี้ ภาษาสันสกฤตว่า อนัทยตนภวิษยัน (อนทฺยตนภวิษฺยนฺ) ใช้บอกเหตุการณ์ในอนาคต ทั่วไปที่ไม่ใช้วันนี้ แม้เป็นอนาคต ตัวอย่างเช่น ทาตาสฺมิ (ข้าพเจ้าจะให้)  (คำว่า อนัทยตน ในชื่อเทนส์นั้นแปลว่า กาลที่ไม่ใช่วันนี้)

               7. อนาคตกาลธรรมดา ภาษาสันสกฤตว่า ภวิษยัน (ภวิษฺยนฺ) มักใช้บอกเหตุการณ์ในอนาคตวันพรุ่งนี้ แต่ในสมัยหลังมีใช้น้อยมาก

               8. อาศีรมาลา ภาษาสันสกฤตว่า อาศีรรถะ (อาศีรรฺถ) ใช้ในการให้พร เช่น ภูยาตฺ ขอให้เขาเป็น

               9. อดีตกาลภูตะ ภาษาสันกฤตว่า ภูตะ (ภูต) ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตทั่วไป เช่นเดียวกับอดีตกาลอื่น แต่มีใช้ไม่มากนัก ในสมัยโบราณอดีตกาลชนิดนี้มักหมายถึงเหตุการณ์ที่เพิ่มเสร็จสิ้น โดยที่ผู้พูดเคยอยู่ในเหตุการณ์นั้น เช่น ภูยาสมฺ ข้าพเจ้าเคยอยู่/เป็น

               10. สังเกตมาลา ภาษาสันสกฤตว่า สังเกตารถะ (สํเกตารฺถ) ใช้บอกเงื่อนไข แปลว่า คงจะ นับว่ามีใช้น้อยที่สุดในบรรดาเทนส์ทั้งหลายในฤคเวทพบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เช่น อทาสฺยมฺ ข้าพเจ้าคงจะให้

 

               แต่ละเทนส์ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก เช่น อดีตกาลภูตะนั้นแบ่งออกได้อีก 7 แบบ อดีตกาลแต่ละแบบมีความหมายไม่แตกต่างกันนัก แต่ความนิยมใช้แตกต่างกันไป

               รู้จักเทนส์กันแค่นี้ก่อน ส่วนการใช้เทนส์แต่ละเทนส์นั้นค่อยเรียนรู้กันไปนะครับ 

               อ้าว ลืมบอก คำว่า เทนส์ในภาษาสันสกฤตเรียกว่า ลการ ครับ