สวัสดีครับ คุณ
คุณ ศรี
บรมอีศวรี
ก็คุยกับเพื่อนๆ เหมือนกันว่า ทนเรียนกันได้ยังไง
เรียนก็ยาก งานก็ไม่ค่อยจะมี อิๆๆ
ภาษาสันสกฤตเป็นภาษาที่พัฒนาเป็นเวลานาน ก็เลยสะสมอะไรไว้มาก
แต่โชคดีที่เป็นภาษาแบบมีวิภักติปัจจัย ทำให้สืบสาวไปยังต้นตอได้ง่าย
ถ้าเป็นภาษาแบบไทย จีน ลาว แบบนี้ โอกาสจะสืบหาที่มานั้นยากมาก
ท่านปาณินิ เป็นผู้แต่งตำราไวยากรณ์ ไม่ได้สร้างไวยากรณ์ครับ ;)
ท่านไม่ได้กำหนดตายตัวนะครับ มีแบบแผนอื่นๆ ที่เป็นทางเลือก หรือสำเนียงอื่นในตำราของท่านเยอะเหมือนกัน
ภาษาพระเวทเป็นภาษารุ่นเก่า ใกล้ชิดกับภาษาในคัมภีร์อะเวสตะของเปอร์เซียมาก
เนื่องจากพระเวทเป็นคัมภีร์เกี่ยวกับบทสวดและสรรเสริญเทพเจ้า เนื้อหาจึงเป็นไปในแนวนั้น ไวยากรณ์จึงอยู่ในกรอบนั้นๆ แต่ไวยากรณ์มีความเป็นอิสระมากกว่า แต่ก็เข้าใจยากกว่าเพราะมีความหลากหลาย ภาษาสันสกฤตสมัยหลังเข้าใจง่ายกว่า เพราะมีหลักเกณฑ์ชัดเจนกว่า การเรียนสันสกฤตสมัยหลัง (เรียกว่าสันสกฤตแบบแผน) ทำให้เข้าใจภาษาพระเวทมากขึ้น ตำราส่วนมากจึงกำหนดให้เรียนภาษาแบบแผนก่อนภาษาโบราณครับ แล้วก็มีภาษาสันสกฤตผสมอีกกลุ่มหนึ่ง ใช้ในคัมภีร์พุทธศาสนาครับ
การออกเสียงถ้าจะให้แม่นก็ค่อนข้างยากเหมือนกันครับ โดยเฉพาะวรรค ฏ ออกเสียงยาก ลองเปิด youtube หาบทสวดฟังดูนะครับ แต่ผมก็ไม่มั่นใจมากนัก ว่าจะออกเสียงตรงกับสมัยพระเวทหรือเปล่า
การเีรียนสันสกฤตต้องมีสมาธิหน่อยครับ เพราะหลายเรื่องต้องเรียนต่อเนื่อง เนื้อหามาก หากขาดตอนไปก็เป็นอันจบข่าว ;)