สรุป แผนการใช้เงินค่าอาหาร ความจำเป็นพื้นฐานจึงเท่ากับ หกบาทต่อวัน หรือเท่ากับ หนึ่งร้อยแปดสิบบาทต่อเดือน
...
และเนื่องจาก เราจะต้องอยู่ให้ได้ด้วยเงินที่เหลืออีก สองร้อยหกสิบบาท(ปอนด์)ต่อเดือน
จึงยังมีเหลืออีก หกสิบบาทต่อเดือน มีค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง มีรายการแจงต่อค่ะ
ความเดิมจากตอนที่แล้วค่ะ
อย่างไรก็ตาม คิดว่าได้คุณค่าสารอาหารครบทุกวัน ได้สนุกกับการทดลองคิดเมนูใหม่ ๆ ลูกผสมระหว่างอาหารไทยและอาหารฝรั่ง หรือจริง ๆ แล้วคือการดัดแปลงใช้ส่วนผสม วัตถุดิบที่มีอยู่ที่นี่ เป็นของพื้นเมืองและราคาไม่แพง
ส่วนผสมหนึ่งที่ใช้บ่อย คือ สารพัดชี้ส
ค่ะ ชี้สเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อ มีมากมายหลากนานาชนิดให้เลือกใช้
ราคาถูกกว่าในเมืองไทย และคุณค่าทางอาหารสูง
มาดูกันค่ะ ว่าทำมื้อเย็นที่แสนอร่อย คุณค่าอาหารครบในราคาประหยัดอย่างไรดี
อาหารมื้อเย็น จะเป็นมื้อเดียวที่เราปรุงอาหารครบ
เริ่มตั้งแต่ หุงข้าวโดยไม่ใช้หม้อไฟฟ้า สืบเนื่องจากต้องการประหยัด และเมื่อพัฒนาปรับสูตรจนได้แน่นอน จึงไม่ซื้อหม้อหุงข้าว เพราะข้าวสวยที่ได้ สวย หอม และขึ้นหม้อ เวลาที่ใช้เพียงสิบนาทีกว่า ๆ เราทำกับข้าวอย่างอื่นไปพลาง ๆ ฝึกสมาธิไปด้วยตรงที่ต้องมาหรี่ไฟให้เป็นไฟกลาง และปิดสวิทซ์เลยให้ข้าวบ่มความร้อนอยู่บนเตาไฟฟ้าที่ปิดแล้วอีกห้าถึงสิบนาทีสุดท้าย
เท่ากับว่า ประหยัดพลังงานไฟฟ้าไปในตัว
กับข้าว เรามักปรุงสองอย่างค่ะ
แห้งหนึ่งอย่าง และมีน้ำซุปอีกหนึ่งอย่าง
เช่นวันนี้ ระหว่างเดินกลับบ้าน คิดทวนว่าเหลือวัตถุดิบอะไรบ้าง ไข่ไก่สด ผักฉ่อย หมูสับ แตงกวาญี่ปุ่น พริกขี้หนูไทย และชี้สชนิด cotta cheese ขนาดแพ็คเล็ก เป็นชี้สสีขาวนวล มีรสเค็ม ซื้อมาเพื่อใส่บนสลัด เป็นเดรสซิ่งและเพิ่มโปรตีน ทานยังไม่หมด จึงต้องพลิกแพลงนำมาทำอาหารบ้าง เดี๋ยวหมดอายุเสียก่อน
ลองคำนวณต้นทุนวัตถุดิบค่ะ
ไข่ไก่สด 15 ฟองราคา 1.25 ปอนด์ ฟองละ 0.08 ปอนด์(ประมาณ 4 บาทไทยกว่า ๆ)
ผักฉ่อย หนึ่งแพ็คเล็ก ทำกินได้สองมื้อ ราคา 1.25 ปอนด์ หนึ่งมื้อใช้ไปเท่ากับ 0.65 ปอนด์
หมูสับ หนึ่งแพ็คเล็ก ทำกินได้สิบมื้อ ราคา 2.00 ปอนด์ หนึ่งมื้อใช้เพียง0.20 ปอนด์
แตงกวาญี่ปุ่น ซื้อมาแค่ลูกยาวลูกเดียว กลัวกินไม่ทัน ราคา 0.50 ปอนด์
พริกขี้หนูไทย แพงกว่าเพื่อนแต่เป็นของจำเป็นต่อชีวิต ราคาหนึ่งแพ็คเล็ก 1.50 ปอนด์ค่ะ หนึ่งมื้อใช้เพียงเมล็ดเดียวค่ะ ประมาณราคาแล้วกันนะคะ เป็น 0.10 ปอนด์ก็แล้วกัน
ชี้สชนิด cotta cheese ขนาดแพ็คเล็ก กินได้ห้าวัน ราคา 1.75 ปอนด์ ราคาต้นทุนหนึ่งมื้อคือ 0.35 ปอนด์
ค่าข้าวสารอีกประมาณ 0.30 ปอนด์ต่อมื้อค่ะ
รวมต้นทุนประมาณ 2.18 ปอนด์
*ถ้าใช้ไข่มากกว่าหนึ่งฟองก็แพงขึ้นอีกนิดค่ะ
เอามาทำอะไรดี
ง่ายสุดคือ ข้าวโปะไข่เจียวค่ะบวกแกงจืดผักและหมูสับนั่นเอง
เทน้ำใส่หม้อต้มแกงจืด ตั้งไฟก่อนเลย เสร็จแล้วปั้นหมูสับลงน้ำ เทคนิคให้หมูอร่อย ใส่นมสด พริกไทยดำ ซีอิ๊วขาวอย่างละนิด และน้ำมันงาญี่ปุ่นอีกหน่อย วางพักไว้เพื่อหมักหมู ก่อนปั้นลงน้ำแกงจืดนั่นเอง
รอน้ำเดือดจัดค่อยใส่หมูแล้วตามด้วย ผักฉ่อยหั่นใหญ่ ๆ
รอเดือดอีกครั้ง เติมเกลือนิด ซีอิ๊วหน่อย ปิดไฟ เติมน้ำมันงาลอยหน้าอีกสองสามหยด อร่อยแน่นอนค่ะ
หันมาทำไข่เจียว สูตรนี้ขอตั้งชื่อเดี๋ยวนี้ว่า ไข่เจียวปุยหิมะค่ะ
ไข่เจียวปุยหิมะ
ตอกไข่หนึ่งถึงสองฟอง (วันนี้หิวขอเบิ้ลสองฟอง) ตีไข่ให้ฟู
สับพริกขี้หนูหยาบ ๆ
ยีชี้สสักหนึ่งถึงสองช้อนกาแฟ
ตั้งกระทะใส่น้ำมันนิดเดียว รอให้ร้อน ใส่พริกขี้หนูก่อน เมล็ดเดียวนั่นแหละค่ะ ต้องการความหอมและไม่เผ็ดนัก วันนี้เป็นลูกครึ่งนี่คะ
พอพริกขี้หนูหอม เทไข่ลงค่ะ แผ่ ๆ ให้ทั่วกระทะ อาจพลิกไข่ให้เกือบสุกทั้งสองด้าน
รอจนเห็นว่า ไข่เจียวเริ่มกรอบ สีเหลืองทองจึงใส่ชี้สที่เตรียมไว้ลงบนไข่ อาจเกลี่ยชี้สให้แผ่ไปบนไข่ เวลาเสริฟจะได้เห็นชี้ส
หรือทำแบบนี้ค่ะ
ใส่ชี้สบนไข่ รวม ๆ กันตรงกลางแล้วใช้ไข่ห่อค่ะ เวลาตักกินจะค่อย ๆ เห็นชี้สนุ่ม ๆ คล้ายปุยหิมะที่เริ่มละลาย
อ้อ ยังมีแตงกวา หั่นเฉียงให้สวยงาม ล้างน้ำก๊อกให้สะอาด
น้ำที่นี่สะอาดและเย็นมาก ล้างเสร็จแตงกวา เย็น กรอบ กินเป็นผักเคียงกับข้าวไข่เจียวปุยหิมะ
ไม่ต้องใส่เกลือหรือน้ำปลาในไข่นะคะ เพราะชี้สมีรสเค็มอยู่แล้ว
อืม อร่อยค่ะ
เบ็ดเสร็จราคาถูกกว่าที่คำนวณวางแผนไว้จากตอนที่แล้ว
ถูกลงไปอีกสองปอนด์
ยกยอดกำไรไปเป็น
โจ๊กใส่ไข่พรุ่งนี้เช้า แทนนมสดใส่ธัญพืชหนึ่งวันค่ะ
ไม่ทราบว่าแถวลอนดอนมี "end cut" (เศษชีสแถวหัวหรือท้ายที่ไม่ค่อยสวยแล้วมา pack รวมกันขายราคาถูก) ไหมครับ สมัยเรียนผมชอบซื้อกินครับ ของดีราคาถูก อาจจะรูปร่างบิดๆ เบี้ยวๆ ชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ก็อร่อยเหมือนกันครับ
end cut packs จะซ่อนอยู่แถวๆ ล่างๆ ของตู้ครับ
ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ยังไม่เคยเห็นนะคะ
ถ้ามีคงดีค่ะ เพราะส่วนใหญ่พี่ใช้ชี้สมาปรุงอาหาร นาน ๆ ก็ซื้อบลูชี้สกินแกล้มไวน์สักหนึ่งครั้งค่ะ
โปรตีนสูงและอร่อยดีค่ะ
ธนิตย์ สุวรรณเจริญ อิ อิ หลัง ๆ ใช้พริกครั้งละสอง สามเม็ดก็มีค่ะ เวลาเผ็ดเกินแล้วต้องทิ้ง เสียดาย
อยู่ที่นี่ได้ฝึกการใช้เงิน ทรัพยากร ผักฯ แบบพอเพียงจริง ๆ ไม่ควรเสียเงินตรงไหนก็พยายามไม่เสีย
แล้วก็พบว่า เราอยู่รอดได้แต่ต้องมีวินัยค่ะ