เกิดขึ้นที่นี่

 

 

 

ครั้งแรกของโลก ณ ที่นี่ ศรีลังกา

 

ผมเคยเล่าเรื่องวัดทีปทุตตมารามมาแล้วในหลายโอกาส อย่างไรก็ดีขอท้าวความนิดนึงว่าเป็นวัดพุทธในชานกรุงโคลัมโบที่มีชื่อเสียงในโคลัมโบเพราะมีเจ้าชายพระภิกษุจากสยามมาบวชและเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ พระชินวรวงศ์ได้สร้างประวัติที่โดดเด่นมากมายในศรีลังกาและในอินเดีย นอกจากจะเป็นพระภิกษุต่างชาติองค์แรกที่ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธในศรีลังกาแล้ว ยังพัฒนาวัดและสงเคราะห์ชาวพุทธในยามที่ถูกศาสนาอื่นรุกหนัก เป็นที่มาของการตั้งโรงเรียนเด็กยากจนสำหรับชาวพุทธที่สอนเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นโรงเรียนแรกในโคลัมโบ

แต่บันทึกนี้ขอข้ามเรื่องเด่นอื่น ๆ ไปก่อน จะขอกล่าวถึงครั้งแรกของโลก ณ ที่นี่ ศรีลังกาซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญยิ่ง นั่นคือธงพุทธซึ่งได้รับการออกแบบโดยคนศรีลังกา และถูกชักขึ้นเสาธงเป็นครั้งแรกของโลกที่จุดนี้ ในวัดแห่งนี้ ตรงที่ผมยืนในภาพนั่นแหละ

ธงที่ว่านี้คือธงพุทธศาสนา  (Buddhist Flag)  หรือธงฉัพพรรณรังสี ผู้ออกแบบคิดได้อย่างน่าทึ่งว่าเครื่องหมายที่จะเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์น่าจะใช้แสงที่ออกมาจากพระวรกายซึ่งมี 6  สี จึงเรียกว่าฉัพพรรณรังสี เนื่องจากคริสต์ก็จะมีรูปไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์ของคริสต์ศาสนา พุทธก็น่าจะมีเครื่องหมายอะไรแสดงเช่นกัน เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงออกแบบธงพุทธซึ่งมีทั้งแนวนอนแนวตั้งสำหรับใช้แขวนทั้งแนวนอนและแนวตั้งซึ่งต่อมาก็นิยมติดไว้ตาวัด ตามบ้านและสถานที่ต่างๆ ทั่วเกาะ ธงนี้ประกอบด้วยสี 6 สี คือ สีฟ้า หรือ นีละ (ซึ่งแทนความเมตตากรุณาและสันติสุข) เหลืองทอง หรือ ปีตะ (ซึ่งแสดงถึงทางสายกลาง) แดง หรือโลหิต (แทนพรอันประเสริฐจากการปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์) ขาว หรือ โอทตะ (แทนความบริสุทธิของพระธรรม ) ส้ม หรือ มันเชสตะ (แทนคำสั่งสอนของพระพุทธองค์) และสีแก้วผลึก หรือประภัสสระ (แก่นแท้ของแสง) ซึ่งเกิดจากนำสีทั้งห้าดังกล่าวมาผสมกัน สีทั้งหกนี้เป็นแสงสีที่เปล่งออกมาจากพระวรกายขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในขณะที่พระองค์ทรงบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ โดยสีฟ้ามาจากพระเกศา สีเหลืองทองจากพระฉวี สีแดงคือแสงจากพระมังสาและพระโลหิต สีขาวมาจากพระอัฐิและพระทนต์ และสีส้มคือแสงจากฝีพระโอษฐ์และฝ่าพระบาท

บัดนี้ ผมได้มายืนอยู่ในจุดที่สำคัญที่เป็นครั้งแรกของโลก ผมยืนแหงนหน้ามองธงที่อยู่บนยอดเสา และยืนนิ่งไว้อาลัยให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกคนในอดีตในช่วงนั้น  เป็นเพราะการต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกันแก่ชาวพุทธศรีลังกาในสมัยอาณานิคมของคณะกรรมการป้องกันพุทธศาสนา (Buddhist Defense Committee) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2428 โดยผู้ที่เป็นต้นตำหรับความคิดเรื่องธงฉัพพัณรังสีก็คือ พันตรี เฮนรี สตีล โอลคอตต์ (Colonel Henri Steel Olcott) อดีตนายทหารชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการดังกล่าวและเป็นแกนนำสำคัญของขบวนการฟื้นฟูพุทธศาสนาในศรีลังกา โดยหวังจะให้ธงนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สากลของพุทธศาสนาเช่นเดียวกับที่ไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์นั้นเอง ส่วนผู้ที่ออกแบบรูปลักษณ์และสีสันของธงก็คือนาย แคโรลิส ปูชิถะ คุณวรรเทนะ (Carolis Pujitha Gunawardena) ซึ่งเป็นเลขาธิการของคณะกรรมการดังกล่าวในขณะนั้น ธงนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นธงชาวพุทธทั่วโลกในการประชุมองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกครั้งแรกในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2498

 

 

ผมจึงอยากจะให้ชาวไทยได้เห็นความสำคัญของธงพุทธนี้ และต้องชื่นชมกับคนศรีลังกาที่ได้ต่อสู้รณรงค์ในการรักษาพระพุทธศาสนามาจนทุกวันนี้ ทุกอย่างมีที่มา มีต้นกำเนิด ซึ่งล้วนมีผลต่อทุกสิ่งทุกอย่างในปัจจุบัน

ลองคิดดูว่าถ้าศรีลังกาไม่ได้รับพุทธศาสนาจากสมณทูตของพระเจ้าอโศกมหาราชในครั้งนั้นและไม่ดูแลทะนุบำรุงพุทธศาสนา ซึ่งต้องผ่านวิกฤตมามากมายหลายประการ และในยามพุทธศาสนาเสื่อม จนไม่มีพระสงฆ์เหลืออยู่เลยสักองค์ หากไม่ตั้งใจจริง คงไม่ขอพระสงฆ์จากสยามมาช่วยฟื้นฟูการบวช ซึ่งการขอก็ไม่ได้ง่าย ส่งคณะทูตไปสยามถึง 3 ครั้ง 3 ครา เรืออับปาง 2 ครั้ง คณะทูตล้มตายทั้งสองครั้ง ก็ไม่ทำให้เลิกความพยาย่าม จนครั้งที่ 3 จึงรอดปลอดภัยไปถึงกรุงศรีอยุธยา  ฝ่ายไทยเองก็เช่นกัน เพราะเราเองก็ตั้งใจส่งสมณทูตไปช่วยศรีลังกาเช่นกัน หากคณะทูตอันมีพระอุบาลีเป็นหัวหน้าคณะไม่มีความตั้งใจจริง ไม่มีบารมีอันแรงกล้าที่จะรักษาสัจจะวาจาของกษัตริยแห่งสยามแล้ว ก็คงล้มเลิกการเดินทางไปแล้ว สยามวงศ์ในศรีลังกาก็คงจะไม่มีเหมือนเช่นทุกวันนี้

จึงจะเห็นว่าทั้งสองประเทศทั้งไทยและศรีลังกามีบารมีที่ต้องได้รับการชื่นชมด้วยกันทั้งคู่ การไปเยี่ยมวัดทีปทุตตมารามของผมจึงต้องรำลึกถึงเรื่องธงและเสาธงให้มากหน่อย เพราะหากไม่มีธงพุทธธงนี้ อาจจะไม่มีอะไรอื่นๆ ตามมาเช่นในปัจจุบันนี้

ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนในการต่อสู้เพื่อชาวพุทธนี้ ขอให้ท่านจงได้รับบุญกุศลจากการนี้ด้วย ชาวพุทธรุ่นหลังยังคงระลึกถึงบุญคุณของท่านเสมอมา ณ วันที่บันทึกเรื่องธงพุทธนี้ ทั่วศรีลังกากำลังประดับธงพุทธตามถนนหนทางเต็มไปหมดเพราะใกล้ถึงวันวิสาขบูชาประจำปี 2555 ซึ่งศรีลังกาฉลองวันวิสาขบูชาในวันที่ 7 พค.เร็วกว่าประเทศไทยเกือบ 1 เดือน จะเป็นการฉลองวันวิสาขบูชาครั้งแรกของผมในศรีลังกาด้วย ซึ่งจะได้นำเรื่องมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป