๑.
สัปดาห์ก่อนเราไปถ่ายรูปนกกันที่
Admiralty Park สวนสาธารณะใกล้บ้าน
นายแบบนางแบบที่เราตั้งใจไปหาก็คือนกกระจาบ (Baya weaver, Ploceus
philippinus)
ที่กำลังสร้างรังกันอยู่ที่มุมด้านในสุดของสวนที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน
ปีนี้เป็นปีที่สองที่เราเห็นนก เหล่านี้มาสร้างรังกันที่นี่
แต่ปีก่อนเราไม่ได้บันทึกภาพไว้เพราะไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปติดตัวไป
พอกลับไปอีกทีหนึ่งสัปดาห์จากนั้นปรากฎว่าไม่มีร่องรอยของรังนกใดเหลืออยู่เลย
ปีนี้ฉันจึงหวังเอาไว้ว่าคงจะไม่มีใครมาเก็บรังของพวกเขาไปอีก
เพราะกว่าจะได้สำเร็จเป็นรังที่เห็นกันนี้ นกตัวเล็กๆ
ที่มีวงจรชีวิตประมาณ 5 ปีเป็นอย่างมากเหล่านี้ต้องบินประมาณ 500
เที่ยวเพื่อไปเด็ดเอาใบหญ้ามาสานเป็นรัง
กว่าจะเสร็จแต่ละรังใช้เวลาร่วมเดือน
คนเรากว่าจะได้บ้านแต่ละหลังในชีวิตนั้นลำบากเพียงใด
นกเขาก็คงไม่แตกต่างเท่าไหร่
ในบรรดานกทั้งหลายนกกระจาบคงได้ชื่อว่าเป็นสถาปนิกฝีปากดีมากที่สุดชนิดหนึ่ง
ความประณีตในการใช้จงอยปากถักทอรังรักจนเป็นรูปร่างนั้นน่าชื่นชมยิ่งนัก
การสร้างรังเป็นหน้าที่ของกระจาบหนุ่มผู้รักในศักดิ์ศรีที่เขาจะเพียรสานรังขึ้นมาเพื่อแสดงถึงความจริงใจในการก่อร่างสร้างตัวและพร้อมที่จะมีบ้านเพื่อเป็นที่พักพิงของแม่บ้านและลูกที่จะเกิดมา
เมื่อสร้างรังเสร็จประมาณ 70% เขาจะไปเชิญกระจาบสาวมาดู
หากกระจาบสาวพอใจและเต็มใจก็จะเริ่มใช้ชีวิตคู่กันโดยแม่บ้านจะทำหน้าที่ช่วยในการต่อเติมปรับปรุงห้องฟักไข่
และสานทางเข้าออก
บางครั้งอาจใช้โคลนช่วยในการเสริมความแข็งแกร่งให้บ้านอีกด้วย
หากกระจาบสาวไม่พอใจกับรังที่สร้างก็จะผ่านไปเลือกรังต่อไป
กระจาบชายก็จะไปหาสาวตัวใหม่มาดูจนกว่าจะมีกระจาบสาวตัวใดตัวหนึ่งตกลงปลงใจด้วย
แม่บ้านจะทำหน้าที่ฟักไข่และเลี้ยงลูก
พ่อบ้านอาจช่วยเลี้ยงลูก
แต่บางตัวอาจไปสร้างรังใหม่เพื่อเป็นบ้านที่สองหรือที่สามในบริเวณใกล้เคียงกันก็ได้
เพื่อความสะดวกในการดูแลและความปลอดภัย
เพราะนกกระจาบจะสร้างรังอยู่เป็นกลุ่มๆ ในละแวกเดียวกัน
เรียกว่าจะมีบ้านใหม่ทั้งทีก็ยังมีมาเย้ยกันให้เห็นกันอย่างเปิดเผยอยู่แถบนั้นนั่นเอง
(ให้เป็นเฉพาะนกกระจาบก็แล้วกันนะคะ)
ฉันชื่นชมในความรับผิดชอบ
ความขยันหมั่นเพียรของนกกระจาบตัวพ่อบ้านที่ตั้งใจถักทอบ้านเพื่อสร้างครอบครัว
ให้ที่อยู่อันมั่นคงกับแม่บ้านและลูกๆ
ถึงแม้ฉันจะไม่ค่อยปลื้มการมีบ้านหลังที่สองของพวกเขาก็ตาม
แต่ทุกสิ่งมีชีวิตย่อมมีสองด้าน ด้านที่ดี ด้านที่ไม่ค่อยดีนัก*
มีอดีต มีอนาคต
ซึ่งเราจะต้องยอมรับและนับถือสิ่งเหล่านั้นในบุคคลที่เรารัก
และฉันก็กำลังพยายามทำอยู่
(* ด้านที่ไม่ค่อยดีนัก
ในมุมมองเรื่องการใช้ชีวิตเมื่อเทียบกับคน
แต่อาจดีมากในมุมมองของคนรักนกเพราะนั่นคือการเพิ่มจำนวนประชากรที่ดียิ่ง)
...
นกกระจาบสร้างรังอยู่เป็นหมู่ในละแวกเดียวกัน...

...
นกกระจาบตัวผู้กำลังต่อเติมเสริมสร้างรังให้เข้มแข็งเพื่อรอรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว

...

...
นกกระจาบตัวเมียก็ช่วยสานรังรัก..คนละไม้คนละมือ

...
ครอบครัวสุขสันต์...

...
๒.
นกกระจาบก็คล้ายๆ
กับนกกระจอกโดยทั่วไปที่กินเมล็ดพันธุ์พืชเป็นอาหาร
ในบางครั้งชาวนาอาจจะไม่ค่อยปลื้มพวกเขาเท่าใดนักที่เขาไปจิกกินเมล็ดข้าวที่ปลูกไว้
บ่อยครั้งที่นกกระจาบก็จะถูกกับดักไปพร้อมๆ กับนกกระติ๊ดขี้หมู
เพื่อนำไปขายให้คนนำไปปล่อยตามวัดวาอาราม และในช่วงเทศกาลสำคัญ
เช่นสงกรานต์ เป็นต้น
เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กวัยรุ่นและตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ
ฉันเองก็เป็นหนึ่งในบรรดาคนที่สนับสนุนการจับนกไปขายเช่นกัน
ด้วยความเห็นแก่ตัวที่รู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นนกบินออกจากกรงด้วยความเป็นอิสระ
และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่อยากเห็นนกไม่กี่ตัวมีอิสระ
แต่ทำให้นกอีกมากต้องถูกจับมาขายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ฉันเป็นลูกค้าประจำของแม่ค้าขายนกจนถึงขั้นที่ว่าหากวันใดฉันหายไป
แม่ค้าจะถามคนที่ไปด้วยกันว่าฉันหายไปไหน
พอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นฉันเริ่มหักห้ามความเห็นแก่ตัวนั้นด้วยความยากเย็น
เมื่อได้เรียนรู้ถึงกฎ demand และ supply
ทุกวันนี้ฉันต้องเดินหลีกหนีแม่ค้าขายนกให้ไกล
เพราะกลัวใจอ่อนไปสนับสนุนให้เขาทำในสิ่งที่จะทำให้ประชากรนกลดจำนวนลงเรื่อยๆ
แทนที่จะช่วยนกให้มีอิสระกลับกลายเป็นการทำร้ายทำลายเขาอย่างเลือดเย็น
ฉันเรียนรู้ที่จะรักให้ถูกทาง
และเมตตาด้วยเหตุผลขึ้นมาบ้าง
คนใกล้ตัวถามว่าทำไมฉันจึงชอบไปดูนกนัก
ฉันตอบเขาไปว่าคงเพราะรู้สึกผิดในสิ่งที่ทำมาและต้องการไถ่บาปให้ตัวเองมั้ง...
..
อีกครอบครัวหนึ่ง...พ่อบ้านกำลังดูแลความเรียบร้อย

...
นกกระจาบตัวผู้มีสีสันสดใสกว่าตัวเมีย (แต่สำหรับคนเราคุณผู้หญิงมีสีสันกว่าคุณผู้ชายนิดหนึ่ง)

...
เข้าบ้าน...

...
นกกระจาบตัวผู้สองตัวกำลังทะเลาะกันเสียงดังเชียว...

...
๓.
ขณะที่ดูนกกระจาบสร้างรังอย่างเพลิดเพลินวันนั้น ด้วยความที่อยู่กันหลายตัวเป็นกลุ่มใหญ่ ฉันสังเกตุว่านกตัวผู้ในกลุ่มจะวิวาทกันเป็นพักๆ ไป ทำให้ฉันนึกถึงนิทานชาดกเรื่องนกกระจาบขึ้นมา เรื่องมีประมาณว่า...
ในช่วงหนึ่งแห่งกาลเวลานานแสนนานผ่านมา ณ ป่าไผ่แห่งหนึ่งมีนกกระจาบอยู่ฝูงหนึ่งอาศัยหากินอยู่เป็นประจำ ต่อมามีพรานป่าผู้หนึ่งเที่ยวเสาะแสวงหาสัตว์ต่าง ๆ ผ่านมา เห็นฝูงนกจำนวนมาก ก็นึกพอใจในฝูงนกเหล่านั้นจึงได้แอบซุ่มอยู่ ณ ที่ไม่ไกลจากที่ฝูงนกหากิน จัดแจงเตรียมตาข่ายและเชือกอยู่ เมื่อพร้อมแล้วจึงเหวี่ยงตาข่ายเข้าคลุมฝูงนกทั้งหลาย ได้นกไปเป็นจำนวนมาก
เหล่านกกระจาบที่หลุดรอดจากการจับกุมจึงพากันไปปรึกษากับนกกระจาบผู้เป็นหัวหน้า
"นี่พวกเราจักทำอย่างไรดีเล่า นายพรานนั่นจับพวกเราไปมากมายแล้วนะท่านหัวหน้า" นกตัวหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เอาอย่างนี้ดีไหม" หัวหน้านกกระจาบเอ่ยขึ้นหลังจากไตร่ตรองอยู่สักพักใหญ่
"พวกเราทั้งหลายต่อไปนี้ถ้านายพรานมาอีก ขอให้ฟังสัญญาณจากเราให้ดี เมื่อเรากล่าวว่า "นายพรานเหวี่ยงตาข่ายแล้วนั่น ขอให้พวกเราร่วมใจกัน เร็วพลันบินขึ้นไปในทันที" ขอพวกเราจงบินขึ้นไปยังยอดไผ่เพื่อเอาตาข่ายไปแขวนไว้ แล้วเธอจงมุดลงมาทางด้านล่างของตาข่าย เพียงแค่นี้นายพรานก็มิอาจจะทำอะไรพวกเธอได้อีกต่อไป"
วันต่อมานายพรานมาซุ่มรอเหล่านกกระจาบอีก เขาซุ่มจ้องคลุมตาข่ายอยู่หลังพุ่มไม้ เมื่อฝูงนกระจาบบินมาจิกกินอาหาร เขาจึงปล่อยสายป่านตาข่ายคลุมตัว ฝ่ายหัวหน้านกกระจาบเห็นดังนั้นจึงกล่าวคำสัญญาณ
"นายพรานเหวี่ยงตาข่ายแล้วนั่น ขอให้พวกเราร่วมใจกันเร็วพลันบินขึ้นไปในทันที"
เหล่านกกระจาบเมื่อได้ยินสัญญาณนั้น ก็บินขึ้นไปยังยอดไผ่พร้อมกันยกเอาตาข่ายขึ้นไปแขวนไว้ได้ ทำให้นายพรานไม่ได้นกกลับไปสักตัวหนึ่งและยังต้องเสียเวลาแก้ตาข่ายออกจากยอดไผ่อีกด้วย
วันต่อมานายพรานมาซุ่มรอเหล่านกกระจาบอีก เขาซุ่มจ้องคลุมตาข่ายอยู่หลังพุ่มไม้ เมื่อฝูงนกกระจาบบินมาจิกกินอาหาร เขาจึงปล่อยสายป่านตาข่ายคลุมตัว ฝ่ายหัวหน้านกกระจาบเห็นดังนั้น จึงกล่าวคำสัญญาณ
"นายพรานเหวี่ยงตาข่ายแล้วนั่น ขอให้พวกเราร่วมใจกันเร็วพลันบินขึ้นไปทันที"
เหล่านกกระจาบเมื่อได้ยินสัญญาณนั้น ก็บินขึ้นไปยังยอดไผ่พร้อมกัน ยกเอาตาข่ายขึ้นไปแขวนไว้ได้อีก
ข้างฝ่ายนายพรานไม่ย่อท้อ ยังคงจ้องจับนกกระจาบอย่างนี้ ทุกวัน ทุกวัน ด้วยหวังว่าสักวันเมื่อนกกระจาบขาดความสามัคคี เมื่อนั้นเขาจะได้นกกระจาบทั้งฝูงกลับไปฝากภรรยาเป็นแน่ และแล้ววันของนายพรานก็มาถึง นกกระจาบตัวหนึ่งถลาร่อนหมายจะลงมายังพื้นดินหากแต่พลาดไปเหยียบเอาหัวของเพื่อนนกอีกตัวเข้า ทำให้นกตัวนั้นพอใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่านกตัวแรกจะขอโทษอย่างไรก็ไม่ยอมเกิดการทะเลาะกันใหญ่โต หัวหน้านกกระจาบเห็นดังนั้น ก็นึกรู้ว่าวันนี้หากนายพรานมา พวกนกทั้งหลายจะไม่ยอมสามัคคีกันอีกเป็นแน่ จึงรวบรวมพรรคพวกที่เชื่อฟังหนีไปยังที่ปลอดภัย แล้วกลับมาเฝ้าสังเกตฝูงนกที่เหลืออยู่
ไม่นานนักนายพรานก็มาซุ่มรอดูเหล่านกกระจาบอีก เขาซุ่มจ้องคลุมตาข่ายอยู่หลังพุ่มไม้ เมื่อฝูงนกระจาบบินมาจิกกินอาหาร เขาจึงปล่อยสายป่านตาข่ายคลุมตัว ฝ่ายหัวหน้านกกระจาบเห็นดังนั้น จึงกล่าวคำสัญญาณ
"นายพรานเหวี่ยงตาข่ายแล้วนั่น ขอให้พวกเราร่วมใจกันเร็วพลันบินขึ้นไปในทันที"
เหล่านกกระจาบเมื่อได้ยินสัญญาณนั้น ต่างก็เกี่ยงงอนกันไม่มีใครยอมยกตาข่ายขึ้นเมื่อนายพรานเห็นดังนั้น จึงรีบวิ่งเข้ามาคว้าเอานกที่ขาดความสามัคคีนั้นไปได้ทั้งหมด
ฝ่ายหัวหน้าฝูงนกกระจาบ เมื่อเห็นว่าตนช่วยเหลือเพื่อนผู้ไม่เชื่อฟังเหล่านั้นไม่ได้แล้วจึงบินกลับไปยังที่ที่ปลอดภัย และใช้ชีวิตอยู่กับเหล่านกกระจาบที่เหลืออย่างมีความสุขตลอดจนสิ้นอายุขัย
ที่มาของนิทานชาดกเรื่องนกกระจาบ
http://www.baanjomyut.com/library_2/ricebird/index.html
๔.
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับนกกระจาบธรรมดา
ชื่อท้องถิ่น นกจอกฟ้า
ชื่อสามัญ นกกระจาบธรรมดา Baya weaver
ชื่ออื่น ๆ นกจาบ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ploceus philippinus
นกกระจาบเป็นนกที่อาศัยอยู่ตามทุ่ง เป็นนกทุ่งเพราะตามท้องทุ่งมีแมลงมากมายหลายชนิดให้เลือกกิน อยู่อาศัยกันเป็นกลุ่มใหญ่ มักจะทำรังรวมกันเป็นเป็นกลุ่มใหญ่รวมกัน ในต้นไม้เดียวกันส่วนต้นไม้ที่ใช้ทำรังก็แล้วแต่ว่าตามแหล่งท้องทุ่งนั้นมีต้นไม้อะไรอยู่ เช่น ต้นตาล ต้นกระถินณรงค์ ต้นฉำฉา ปัจจุบันนกกระจาบธรรมดามีจำนวนที่มีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆเพราะถิ่นที่อาศัย แหล่งอาหารที่ลดลง
ลักษณะโดยทั่วไป เป็นนกขนาดเล็กลักษณะคล้ายพวกนกกระจอกบ้านปากอ้วนสั้นเป็นปากกรวย คอสั้น ปีกสั้น ปลายปีกมน หางค่อนข้างสั้น ขาสั้น ลำตัวด้านบนสีเหลืองสลับกันน้ำตาลเข้มลำตัวด้านล่างสีจางกว่าหรือเป็นสีขาวแกมเหลืองอ่อน หน้าอกไม่มีลาย ชนิดนี้มีชุมมากกว่าชนิดอื่นๆ ตัวผู้ช่วงฤดูผสมพันธุ์ กระหม่อมสีเหลืองใบหน้ามีลายขีดสีดำ ลำตัวด้านล่างไม่มีลายขีด
ตัวเมียและตัวผู้นอกฤดูผสมพันธุ์ อกมีลายขีด แต่ไม่เด่นชัดนัก ถิ่นที่อยู่อาศัย มีแหล่งกระจายมากที่สุด คือ ทุกภาคของ ประเทศไทย และเป็นนกที่คนไทยชอบเก็บรังมาขายเพื่อ ประดับตกแต่งบ้านมากที่สุด ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะการเอารังนกมาประดับตกแต่ง เท่ากับเป็นการไปรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัย ทำให้นกรู้สึกไม่ปลอดภัย ทำให้นกอพยพย้ายถิ่นอาศัยไปอยู่แหล่งอื่น นกกระจาบมักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ทำรังรวมกัน หลายๆรังบนต้นไม้ต้นเดียวกัน เวลาจะอพยพ หรือ ออกหาอาหารก็จะออกไปเป็นกลุ่มใหญ่
ที่มาของข้อมูลเกี่ยวกับนกกระจาบ http://bangphra.srirachaoutlook.com/bangpharlake/bayaweaver/bayaweaver-history-01.php
...
นกกระจาบหนุ่มตัวนี้กำลังสร้างรัง หญ้ายังเขียวอยู่เลย เพื่อรอกระจาบสาวมาพิจารณา...

..

..

...
รอ...เธอจะชอบไหมน๊า....

ขอบคุณที่เหนื่อยด้วยกัน....โบวี่
สวยมากครับ
สวยมากเลยคะ ไม่เคยเห็นรังที่มีนกจริงๆทำเอง
ปกติจะเห็นแค่รังนกที่ขายทั่วไปคะ
สวัสดีค่ะคุณครู ราชิต,
ขอบคุณมากค่ะ
:)
สวัสดีค่ะ EGA,
คนชอบไปเก็บรังนกมาขายให้คนเอาไปแต่งสวนค่ะ บางคนบอกว่าเอาเฉพาะรังที่ร้างแล้วเท่านั้น แต่ใจจริงไม่อยากให้เขาทำเช่นนั้นค่ะ เพราะในบางทีนกตัวผู้บางตัวอาจอยู่ในระหว่างการรอตัวเมียมาดูรังก็ได้ เลยยังไม่มีนกอยู่ แต่ที่ร้ายที่สุดคือการไปเอารังนกในขณะที่นกยังอยู่ นอกจากจะสร้างครอบครัวไม่ได้แล้ว นกอาจเตลิดไปที่อื่นเพราะกลัวคนไปยุ่ง ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลยค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่มาทักทายกัน :)
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
พยายามหาและถามไถ่ญาติโยมมานานแล้ว
เรื่องนกกระจาบ อยากไปถ่ายรังนกกระจาบ มาไว้ดูเล่นบ้าง
แต่ัยังไม่พบเลยสักรัง
หายากขึ้นทุกที เขาไปอยู่ที่ไหนกันหมดนะ
เมื่อก่อนเยอะจัง
วันนี้มีโอกาสดีมาพบที่นี่
คุณปริมเขียนและถ่ายภาพได้สวยงามมากเลย
พูดถึงนกกระจาบแล้ว
ก็มีกลอนเกี่ยวกับความสามัคคีของนกกระจาบมาฝากด้วย
เรื่องสามััคคี ประพันธ์โดยหลวงลุง
(พระครูโสภณคุณาภรณ์)วัดอัมพวันเจติยาราม
อำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม
สามัคคี โดยหลวงลุง
อยู่ด้วยกัน สามัคคี ต้องมีไว้
เหมือนกอไผ่ ร่วมแรง ดูแข็งขัน
ใครจะหัก ใครจะพราก ไม่จากกัน
สารพัน ภัยมีมา กล้าผจญ
หรืออย่างเช่น นกกระจาบ ทราบกันว่า
ถูกพรานป่า ขึงตาข่าย หมายถอนขน
แต่ว่านก สามัคคี มีในตน
ยกข่ายพ้น จากตาย สบายตัว
อยู่ด้วยกัน ต้องเป็นมิตร อย่าริษยา
มีเมตตา ต่อกันไว้ อย่าใฝ่ชั่ว
ทำความดี ทุกเวลา อย่าเมามัว
จงเกรงกลัว บาปกรรม เรื่องช้ำใจ
อย่าหูเบา ใจเบา ให้เขาแหย่
ฟังให้แน่ ดูให้เห็น ประเด็นใหญ่
ใช้ปัญญา ค่อยคิด พินิจไป
อย่าให้ใคร จูงเราเล่น ไม่เป็นการ
มีตักเตือน กันบ้าง อย่างพี่น้อง
อย่าจองหอง ใจดำ ทำห้าวหาญ
อย่าดูหมิ่น ลดเลี้ยว เที่ยวประจาน
อภัยทาน มีไว้บ้าง สร้างไมตรี
อยู่ด้วยกัน สามัคคี มีความรัก
ผูกสมัคร กายใจ ไว้เป็นศรี
ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้าง ในทางดี
แล้วจะมี ความสุขสันต์ ทุกวันคืนฯ
สวัสดี..เจ้าค่ะ..คุณปริม...."ธรรมชาติ..ละเอียดอ่อน..ทุกวงจรชีวิต..มีสิทธิ..ที่จะมีความสุข..และขอบคุณ..กับชีวิตร่วมกัน..รักกัน..แบ่งปันและไม่เบียดเบียน..ฤา เห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว.."...จริงๆเจ้าค่ะ..ขอบคุณกับบันทึกดีๆและละเอียดอ่อนเจ้าค่ะ...ยายธี
ผมจำไม่ได้แล้วว่าได้เห็นรังนกกระจาบครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่ทุกครั้งที่เห็นก็อดชื่นชมฝีมือการสร้างอันปราณีตบรรจงไม่ได้ เพิ่งรู้ว่านกกระจาบตัวพ่อต้องทุ่มเทสร้างมันด้วยชีวิต เพื่อที่จะสร้างรังรักครอบครัวที่อบอุ่น เป็นอะไรที่น่าเรียนรู้มาก เรื่องนกกระจาบสอนเราได้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง ขอบคุณเรื่องราวดีดี รูปภาพสวยๆ เออ.สงสัยใช้เลนส์อะไรครับ
ช่ายจริงด้วย
ด้วยรักที่ถักทอ
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนกระจาบสร้างรังค่ะ รวมทั้งได้เห็นนกกระจาบตัวผู้ชัดๆ สวยโดดเด่น
มีให้ชมหลายแง่มุม หลายอิริยาบถเสียด้วย ขอบคุณในความอุตสาหะของนกและคุณปริมที่ไปติดตามเก็บภาพ ได้ภาพเด็ดๆและ หาข้อมูลเรื่องราวมาถ่ายทอดอย่างน่าสนใจมาก
พี่เคยไปเดินตาม trail ที่เขาใหญ่ บางช่วงเห็นพวกนักดูและถ่ายภาพนกไปสร้างที่พรางตัวแถวริมน้ำคอยถ่ายภาพนกที่มาตามฤดูกาล พวกเราก็ต้องเดินกันค่อยๆ ไม่ส่งเสียง นึกในใจว่าช่างเป็นพวกติดตามนกอย่างเอาจริงเอาจังมาก มีความอดทนน่าทึ่งค่ะ
คุณปริมล่ะคะกว่าจะเก็บภาพชุดนี้ได้น่าจะมีวิธีการ กระบวนการที่น่าสนใจ
ถ่ายรูปเก่งมากมาก มิน่าล่ะ
คุณปริมครับ...
รูปนกสวยมากครับ...ชอบเนื้อหาเรื่องนกในบันทึกนี้ด้วยครับ
อดทึ่งกับความเพียรพยายามในการสร้างรัง
โดยใช้ใบไม้...เศษหญ้า
ถักทอเพื่อสร้างครอบครัวที่อบอุ่นครับ
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระมหาแล อาสโย,
นิมนต์พระคุณเจ้าบันทึกรูปนกกระจาบไว้ดูเล่นได้เลยค่ะ นำมาแบ่งปันเพื่อความรู้และความบันเทิงของทั้งคนเขียนและคนอ่านอยู่แล้วค่ะ
เห็นในเวปไซด์ต่างๆ บอกว่าจำนวนประชากรนกกระจาบลดลงเพราะถูกจับไปขายให้คนปล่อย และก็การนำเอารังของนกไปขายในฤดูผสมพันธุ์ ทำให้นกตื่นกลัวและหนีไปตั้งรกรากที่อื่นที่สงบกว่าค่ะ เห็นบอกว่าแต่ละรังหลายตังอยู่เหมือนกัน คนที่ชอบหากินแบบง่ายเอาก็เลยไม่ได้คิดว่านกจะเดือดร้อนอะไร
หวังว่าคนเราจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเมื่อมีการรณรงค์ให้เห็นถึงความเสียหายของการกระทำดังกล่าวค่ะ
กราบขอบพระคุณบทกลอนอันไพเราะและสื่อความหมายสรุปความนิทานชาดกเรื่องนกกระจาบ ค่ะ...
กราบนมัสการด้วยความเคารพอีกครั้งค่ะ
สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ
มันขึ้นอยู่ที่ว่าความพอดีของแต่ละคนมีขนาดเท่าใดนะคะ นกปรอดอาจสร้างรังที่พอให้แค่ตัวแม่นอนกกแล้วยามฝนตก แม่ก็เอาตัวบังลูกๆไว้ ซ่อนหัวตัวเองอยู่ใต้ปีก นั่นคือความพอของปรอด แต่ความพอของนกกระจาบจะต้องกันแดด กันลมฝนได้ด้วยน่ะค่ะ (ปริมก็ชอบบ้านที่อบอุ่นของนกกระจาบค่ะอิอิ)
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนนะคะคุณมะเดื่อ ;)
...
กว่าจะมีใครสักคนอดทนมาก
ยอมลำบากสร้างรังภวังค์หา
เธออยู่ไหน ฉันอยู่นี่ มิร้างลา
ฉันเที่ยวหาเธออยู่ เคียงคู่ครอง
เพียงสักวัน ฉันคิด ชีวิตฉัน
คงสักวัน ฉันเคียง เพียงเราสอง
เพียงวันไหน วันนั้น ฉันเคียงครอง
จักเป็นเพียง สำรอง ฉันก็รอ
...
(ให้ดอกไม้ทิ้งไว้ ๑ วัน, คิดบทกลอนอีก ๑ วัน และโพสวันนี้)
สวัสดีค่ะคุณยายธี,
ทุกชีวิตหากเราเปิดใจรับ เปิดใจสัมผัส ให้โอกาสความงดงาม ความมหัสจรรย์ของแต่ละชีวิตเข้ามาอยู่ใกล้ๆเรา ปริมเชื่อว่าแทบทุกคนจะต้องรัก เมตตา และชื่นชม พวกเขาค่ะ และเมื่อวันนั้นมาถึงไม่ว่าจะสี่ขา สองขา ขนาดใหญ่หรือเล็กก็จะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความผาสุก เพราะคำว่า "พวกเดียวกัน เพื่อนกัน หรือสิ่งที่รัก" คงจะมีน้ำหนักมากขึ้นก่อนที่จะทำการเบียดเบียนกันโดยไม่ได้กระพริบตา
ขอบคุณค่ะคุณยายที่เป็นแรงบันดาลใจให้ปริมอยากเห็นโลกที่คุณยายกล่าวถึงมาโดยตลอดค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องซอมพอ,
งานนี้ต้องยกนิ้วให้กับพ่อบ้านค่ะ อดทน มั่นคง พากเพียร มากถึงมากที่สุด เพื่อแม่บ้านและลูกๆ จะได้อยูในรังที่อบอุ่นพ้นแดด พ้นลมฝน น่าชื่นชมมากค่ะ
อืม ภาพชุดนี้ถ่ายจากกล้อง Canon PowerShot SX40 HS ค่ะ ไม่ใช่ DSLR เพราะเวลาถ่ายนกต้องซูมไกลค่ะ และตัวนี้ได้ระยะดีมาก และเบาด้วย จะได้นกตัวโตในระยะใกล้แต่ภาพจะไม่แจ่มเท่าที่ควร ไม่สามารถขยายใหญ่กว่านี้ได้
สำหรับทิวทัศน์และ macro ปริมใช้ Canon 5D markII ค่ะ ส่วนเลนส์ที่มีคือ Canon EF 24mm f/1.4L II USM Lens (สำหรับวิวมุมกว้าง) และ Canon EF 100mm f/2.8L IS USM Macro Lens นอกจากนี้ยังมีอีกตัวซึ่งเคยคิดว่าจะเอาไว้ถ่ายนกคือ EF70-300 f4.5-5.6 DO IS USM แต่พอใช้จริงๆกลับถ่ายได้ไม่ดีค่ะ ระยะยังไม่ถึงดี (หรืออาจจะฝีมือด้วย อิอิ) ก็เลยใช้กล้องตัวเล็กถ่ายนกไปก่อน คิดจะซื้อเลนส์ตัวใหม่ขนาด 400 up แต่ราคาแพงเหลือหลายค่ะ รอดูว่าจะทนกล้องตัวเล็กนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ดูว่าเมื่อไหร่กิเลสจะชนะค่ะ อีกอย่างปริมยังไมำนาญกล้องเท่าไหร่ค่ะ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ
ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะ
สวัสดียามดึกค่ะท่านอาจารย์โสภณ,
ปริมก็ว่านี่คงเป็นบันทึกที่มีชื่อเรื่องที่ดูดี ค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะอาจารย์
สวัสดีค่ะพี่นุช
โอว...ปริมไม่ได้จริงจังมากมายขนาดนั้นค่ะ ที่สำคัญการดูนก การถ่ายรูปก็เป็นงานอดิเรกที่เริ่มทำมาได้ปีกว่าๆ เองค่ะ ที่นี่ทุกวันนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมวันละมากกว่า 12 ชั่วโมง เสาร์อาทิตย์จึงออกไปดูสีเขียวบ้าง จะให้เข้าห้างช้อปปิ้งก็ไม่ชอบค่ะ (เป็นคนมีบุญ ที่ไม่ชอบจ่ายเงินแบบนั้น) นอกจากจะพักผ่อน อ่านหนังสือก็จะไปสวนสาธารณะค่ะ
ที่สิงคโปร์พื้นที่ป่าจริงๆ แทบไม่มีเลยนกที่มาออยู่ที่นี่จึงเป็นนกที่เราเห็นทั่วไปในบ้านเราค่ะ นกที่หายาก สวยๆ นั้นแทบไม่มี ในเมืองไทยมีที่ดูนกเยอะมากค่ะ เห็นแต่ละบล็อคของคนดูนกบ้านเราแจ่มๆ ทั้งนั้น ที่ปริมถ่ายภาพได้นี่เป็นนกธรรมดา พื้นๆค่ะ
แต่การถ่ายรูปที่ผ่านมาสอนให้เราอดทนขึ้น ยอมรับในสิ่งที่ไม่คาดฝันได้มากขึ้น มีสมาธิขึ้น ผ่อนคลายขึ้น มีความสุขมากขึ้นเพราะเดินช้าลง และผิวคล้ำขึ้นค่ะ กลับบ้านคราวก่อนมีแต่คนถามไปทำอะไรมา
ภาพชุดนี้ถ่ายได้แบบง่ายๆ เพราะมีกำบังเป็นหญ้ารกอยู่แล้วค่ะ ปริมใช้กล้องคอมแพ็คถ่ายเลยคล่องตัวเพราะไม่ได้ใช้ขาตั้ง ใช้เวลาอยู่ที่นั่นประมาณ 3 ชั่วโมงดูนกเขาบินไปเอาหญ้ามาสานแบบเต็มอิ่มค่ะ
เราแอบดูอยู่เงียบๆ มีแต่เสียงชัตเตอร์เคล้าเสียงลมพัดยอดหญ้านกเขาเลยไม่เขินเราค่ะ เป็นธรรมชาติมากๆ ทำได้อย่างที่เขาอยากทำ เราก็มีความสุขมากๆ ค่ะ
มีความสุขยามสายวันอังคารค่ะพี่นุช