จะเติมเต็มให้สมบูรณ์ คือ การบอกกล่าว พร่ำสอนนักเรียนอยู่เสมอ ว่า เสียดายเวลา เป็นอย่างไร นักเรียนอย่าเหมือนครูเลย

กลุ่มคำ  " เสียดายเวลา "  มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ใช้เวลาไปแล้ว  ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา  จึงพูดว่า  เสียดายเวลา

เวลาทุกคนมีเท่ากันคือ วันละ  24  ชั่วโมง  ครูสิริพร  เคยเขียนบันทึกเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง  ขอเรียนเชิญอ่านที่นี่ก่อน 

แต่วันนี้เกิดเอะใจขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงตามสายที่โรงเรียนเมื่อเช้านี้ว่า  เสียดายเวลา  ทั้งที่ไม่ได้ซื้อมาสักหน่อย

ขอขยายความเข้าใจเรื่อง  เสียดายเวลา  จากประสบการณ์เดิมของครูสิริพร  เผื่อว่าจะตรงกับความคิดท่าน หรือท่านอาจจะมีความคิดที่ผิดแผกแตกต่างไปบ้าง  ก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

เมื่อตอนที่รู้ตัวว่าอายุมากแล้ว  เกิดเสียเวลาหลายครั้งหลายครา  ถ้าจะให้เขียนวันนี้  คงจะไม่ได้สอนหนังสือแน่  จึงขอเขียนแต่เรื่องสั้นก่อน  และเข้ามาบันทึกเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อเวลาพัก

ครูสิริพร  เสียดายเวลา  เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น  วัยรู่นที่มีความคิดบรรเจิด  กล้าแสดงออก  และมีความคิดสร้างสรรค์  มีความน่ารัก และน่าเกลียด  อยู่ผสมกลมกลืนกัน  หากแต่ว่า  เจ้าของวัยนั้นรู้จักเลือกปฏิบัติ  เสียดายเวลาที่  น่าจะ

1.  เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องเรียนรู้

2.  เที่ยวหาประสบการณ์  ในสิ่งที่ดีงามให้เหมาะสมกับวัย

3.  รู้จักรักพ่อแม่ญาติพี่น้อง  และไม่เห็นแก่ตัว

ครูสิริพร  ได้เรียนตามวัยและอัตภาพของวัย  ไม่ได้มีการใฝ่รู้ใฝ่เรียนเลย  เรียนไปเท่าที่ได้เรียน  ไม่ได้หาประสบการณ์เพิ่มเติม  กลับคิดน้อยอกน้อยใจที่พ่อแม่ไม่รัก 

เสียดายเวลา  ที่ไม่ได้มีจิตใจที่ดี

ทั้งที่ไม่ได้ซื้อหาเวลามาสักหน่อย  แต่ครูสิริพร ก็เสียดายเวลาไปมากมาย  จะกลับคืนสู่วัยรุ่นอีกก็เป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

จึงได้แต่คิดอยู่ในใจว่า  เสียดายเวลา  และพยายามเติมเต็ม  ทดแทนส่วนที่บกพร่องอยู่เสมอ

และที่จะเติมเต็มให้สมบูรณ์  คือ  การบอกกล่าว  พร่ำสอนนักเรียนอยู่เสมอ  ว่า  เสียดายเวลา  เป็นอย่างไร  นักเรียนอย่าเหมือนครูเลย