จงขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้เราโหยไห้อาลัยหาความสุข.. เราไม่รู้หรอกว่าการยืนอยู่บนขอบเหวนั้นเปี่ยมล้นด้วยความสุขเพียงใด ถ้าครั้งหนึ่งเราไม่เคยล้มลุกคลุกคลานอยู่ใต้ก้นเหวมาก่อน สุดท้ายแล้ว... เราจะไม่รู้เลยว่าอิสรภาพมีคุณค่ามากแค่ไหน ถ้าเราไม่เคยสูญเสียอิสรภาพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "อิสรภาพทางใจ" ที่ไร้โลภ โกรธ หลง!!!

     การเข้าใจธรรมชาติของ "กฎไตรลักษณ์" คือ "สรรพสิ่งไม่เที่ยง คงทนอยู่ในสภาพเดิมตลอดไปไม่ได้และไม่สามารถบังคับให้เป็นไปตามปรารถนาและความต้องการของเรา" ทำให้เราตระหนักรู้และวางท่าทีในเชิงบวกต่อ  "โลกธรรม" คือ "มีลาภ ไร้ลาภ มียศ ไร้ยศ มีสุข ทุกข์ เสียงสรรเสริญ และนินทา" นั้นล้วน  "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามตัวแปรแห่งเหตุปัจจัย"

     ในสถานการณ์ที่เผชิญหน้ากับ "ความทุกข์ตรมระทมใจ" ความทุกข์ที่เห็นและเป็นอยู่นั้น เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่เข้ามาทักทาย และสอนใจเราให้มีสติมากขึ้น และไม่ประมาท ลุ่มหลง มัวเมาในทุกวินาทีแห่งลมหายใจของการใช้ชีวิต...

     จงขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้เราโหยไห้อาลัยหาความสุข.. เราไม่รู้หรอกว่าการยืนอยู่บนขอบเหวเปี่ยมล้นด้วยความสุขสนุกหรรษาเพียงใด ถ้าครั้งหนึ่งเราไม่เคยล้มลุกคลุกคลานอยู่ใต้ก้นเหวมาก่อน สุดท้ายแล้ว... เราจะไม่รู้เลยว่าอิสรภาพมีคุณค่ามากแค่ไหน ถ้าเราไม่เคยสูญเสียอิสรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "อิสรภาพทางใจ" ที่ไร้โลภ โกรธ หลง!!!