เทศกาลวันสงกรานต์ มีความหมายต่อสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง เป็นวาระสืบทอดประเพณีวันทำบุญตรุษสงกรานต์ วันปีใหม่ไทย วันครอบครัว รวมทั้งเป็นห้วงเวลาสำหรับการได้คืนถิ่นของผู้ที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปทำงานและศึกษาเล่าเรียน

ในอดีตนั้น ประเทศไทยถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ และก่อนหน้านั้น ก็ถือเอาวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ก่อนที่ต่อมาจะถือเอาวันที่ ๑ มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ดังในปัจจุบัน

ในช่วงที่ถือเอาวันที่ ๑ เดือนเมษายนเป็นวันเถลิงศกขึ้นปีใหม่นั้น ได้มีการแต่งเพลงเพื่อใช้เฉลิมฉลองบรรยากาศเถลิงศกไว้ด้วย ผู้แต่งคือพระเจนดุริยางค์ ซึ่งเป็นผู้แต่งทำนองเพลงชาติไทยที่ใช้ในปัจจุบัน นอกจากเพลงเถลิงศกที่สืบเนื่องกับเทศกาลสงกรานต์แล้ว ก็ขอเชิญชมภาพเขียนแนวจิตรกรรมไทยประเพณีของ ศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ จิตรไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งที่วาดรูปการถ่ายทอดวิถีชีวิตไทยในเทศกาลสงกรานต์ไว้อย่างงดงาม


ประเพณีสงกรานต์

ภาพจิตรกรรมไทยประเพณี ประเพณีสงกรานต์ สีน้ำมันบนผ้าใบ โดย ศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ ภาพจากหนังสือ ๘๔ ปีชาตกาล ศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) ปี ๒๕๓๑


เพลงเถลิงศก

 

ทำนอง  : ศาสตราจารย์พระเจนดุริยางค์ 
เนื้อร้อง : ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์)

 

วันที่หนึ่งเมษายน ตั้งต้นปีใหม่   
แสงตะวันพร่างพรายใส  สว่างแจ่มจ้า
เสียงระฆังหง่างเหง่งก้อง ร้องท้าทายมา 
ไตรรงค์ร่าระเริงปลิว พลิ้วพลิ้วเล่นลม

สิ่งใดแล้วให้แล้วไป ไม่ต้องนำพา
สิ่งผิดมาให้อภัย พาใจผ่องแผ้ว
สิ่งร้าวราน ประสานใหม่ ให้หายเป็นแนว
สิ่งใดแคล้วมาสอดคล้องให้ต้องตามกัน

มาจับมือแสดงยินดีในวันปีใหม่
มาทำใจให้เริ่มประเดิมปฐม
มาเถอะมาพวกเรามา มาปล่อยอารมณ์
มาชื่นชมยินดี วันปีใหม่เอย

(สร้อย) ยิ้มเถิดยิ้มเถิดนะยิ้ม ยิ้มแย้มแจ่มใส
สุขสำราญบานใจ ขอให้สวัสดี
ยิ้มเถิดยิ้มเถิดนะยิ้ม ยิ้มแย้มแจ่มใส
สุขสำราญบานใจ
ขอให้สวัสดี



ศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์

ศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ เป็นผู้มีบทบาทต่อศิลปศึกษาในประเทศไทยมากที่สุดผู้หนึ่งและเป็นที่ยอมรับในความเป็นเลิศหลายด้าน โดยเฉพาะการเขียนสีน้ำ การเขียนภาพวรรณคดี ประวัติศาสตร์ พุทธศาสนา และภาพประกอบหนังสือแบบเรียน การเขียนภาพวิถีชีวิตชนบท การเขียนภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ทุกรัชกาล และภาพจิตรกรรมไทยประเพณี พื้นเพเป็นคนอำเภอตระการพืชผล อุบลราชธานี เกิดเมื่อ ๒๔๖๐

ในปี ๒๔๗๗ ได้เข้าศึกษาศิลปะจากโรงเรียนเพาะช่าง โรงเรียนช่างศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศก่อนก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรในปี ๒๔๘๖ ในยุคที่หลวงกวีจรรยาวิโรจน์เป็นอาจารย์ใหญ่ ได้ศึกษาและฝึกอบรมทางศิลปะอย่างครบถ้วนจากหลายสำนัก ทั้งแบบช่างไทยดั้งเดิม ศิลปะญี่ปุ่นกับครูศิลปะญี่ปุ่น และศิลปะสมัยใหม่กับศาสตราจารย์ศิลป  พีระศรี

 

ศาสตราจารย์พระเจนดุริยางค์ (ปีติ วาทยะกร)
ผู้แต่งทำนองเพลงชาติไทย

ศาสตราจารย์พระเจนดุริยางค์ เป็นลูกครึ่งไทยเยอรมัน บิดาชื่อจอคอบไฟท์ มารดาชื่อทองอยู่ จบหลักสูตรวิชาสามัญอังกฤษและฝรั่งเศส จากโรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก และรับราชการในกรมรถไฟหลวงได้รับสัญญาบัตรเป็นขุนเจนรถรัฐ ขณะเดียวกันก็ศึกษาดนตรีสมัยใหม่ด้วยตนเองจากหนังสือตำราต่างประเทศด้วยการสนับสนุนของบิดาอย่างเคร่งครัด ทำให้มีความสามารรถแตกฉานทางดนตรีทั้งการเล่นหลายแนวและทางด้านทฤษฎีวิชาการมาตรฐานสากล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ย้ายจากกรมรถไฟไปรับราชการในกรมมหรสพแผนกดนตรีฝรั่งหลวง

ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๗ ได้บุกเบิกการตั้งโรงเรียนดุริยางค์สากลที่โรงเรียนสวนมิสกวัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต่อมาได้รับราชการในกองทัพอากาศและกรมตำรวจ เป็นผู้บุกเบิกการบันทึกเพลงไทยเป็นโน๊ตสากลคนแรกและเป็นผู้ร่วมกับหลวงสารานุประพันธ์แต่งเพลงชาติไทยที่ใช้กันในปัจจุบันนี้ โดยท่านเป็นผู้แต่งทำนอง เพลงเถลิงศก เป็นเพลงที่ท่านได้แต่งขึ้นเพื่อใช้เฉลิมฉลองและปลูกฝังวัฒนธรรมในยุคที่ประเทศไทยนับการขึ้นปีใหม่ในวันที่ ๑ เมษายน

   ข้อมูลและแหล่งอ้างอิง  

๑.หนังสือ ๘๔ ปีชาตกาล ศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ ศิลปินแห่งชาติ จัดพิมพ์เผยแพร่โดย คณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง (ในพระอุปถัมภ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา) และคณะกรรมการจัดทำหนังสือ ๘๔ ปีชาตกาล ศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ ศิลปินแห่งชาติ

๒. หนังสือ ครูเพลง เนื่องในวโรกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษ ๖ รอบ  ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ โดย ถวัลย์ สุรภาพประดิษฐ์