เป็นเรื่องกุศโลบายของการค้าอย่างหนึ่งที่เรียกลูกค้าๆเข้าร้านได้ดี ประกอบกับความโชคดีของลูกค้าที่ได้รับรางวัล คงจะงงนะคะที่ครูอ้อยขึ้นต้นเรื่องแบบนี้ มาขยายความกันนะคะ
*****
อุปนิสัยของครูอ้อยอย่างหนึ่งคือ การให้รางวัลกับคนรอบข้างเสมอ ทั้งญาติพี่น้องลูกหลานและเพื่อนๆร่วมงานตามแต่อัตภาพที่มีอยู่
*****
รางวัลที่ครูอ้อยมีอันได้แก่ สิ่งของที่ระลึกที่ได้มาจากต่างประเทศ หรือ การไปท้องเที่ยวและซื้อหามาไว้มอบให้คนรอบข้างเนื่องในโอกาสวันดีดี หรือ เทศกาลต่างๆ ครูอ้อยจะมีพร้อมไว้ในตู้เก็บของเสมอๆ
*****
ก็ไม่ทราบจะเก็บไว้ทำไม สิ่งของเหล่านี้ ครูอ้อยคิดเข้าข้างตัวเองว่า เมื่อมอบให้ใครแล้วเขาต้องชื่นชม โดยเอาความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง เพราะการให้นั้น เป็นสิ่งที่ดีที่ปุถุชนพึงกระทำ
*****
ปีนี้ ครูอ้อยมีของขวัญให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง สืบเนื่องมาจากการเล่าเรื่องในอดีตของพ่อบ้าน ที่เล่าเรื่องแม่ ให้ครูอ้อยฟังว่า.....เมื่อตอนที่เขายังเล็ก เขาเป็นลูกคนเดียวที่ได้สวมใส่สร้อยคอที่ทำด้วยนาค ในสมัยนั้น ราคาพอประมาณ แต่คุณค่าทางจิตใจคืิอ.....แม่รักเขามาก
*****
ครูอ้อยจึงไปร้านทองเพื่อหาซื้อสร้อยคอทองคำหนัก 1บาทให้แม่สามี ในขณะที่จะเดินเข้าร้าน ครูอ้อยก็นึกได้ว่า ใบสมนาุคุณที่ได้มาครั้งที่แล้ว ได้หมายเลข 331 กับ 332 เพื่อตรวจรับรางวัล ต้องนำติดมือไปด้วย
*****
เมื่อซื้อสร้อยทองที่เป็นข้อมือให้แม่สามีเสร็จแล้ว ครูอ้อยก็จะตรวจรางวัล และต้องดีใจมาก ที่ได้รับรางวัล เป็นแหวนทองคำ......หนักเพียงครึ่งสลึง.....แต่ดีใจมาก เพราะ ไม่ค่อยได้รับรางวัลแบบนี้มาก่อนเลย
*****
วันนี้ล่ะค่ะจะไปรับรางวัลนั้น.....โปรดติดตามรูปภาพประกอบการเล่าเรื่องนะคะ
*****
คงจะตรงกับความหมายของชื่อเรื่องนะคะ.....โชคดีกับเรื่องเล็กๆๆที่ยิ่งใหญ่
เหมือนเด็กๆเลย จะได้รับรางวัล ก็ดีใจไว้ก่อนแล้ว ดังนั้น ต้องเตรียมห่รางวัลไว้มากๆๆให้กับนักเรียนที่ทำงานดี เรียนดี เป็นเด้กดี พร้อมกับเพื่อนๆๆที่ดีกับเรา
จริงครับเป็นแนวคิดคนทำการค้า แต่ใช่ว่าลูกค้าจะใด้รับลางวัลทุกท่านนะครับ กรณีนี้ถือใด้ว่าคุณคูรโชคดีครับ อาดเป็นเพราะทำกุศลช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกมามากมายจึงมีลางวันให้ตอบแทนเป็นกำลังใจให้ครับ..
ไม่ได้เข้ามาอ่านบันทึกของครูอ้อยนานแล้ว วันนี้เห็นบันทึกใหม่จึงรีบเข้ามาอ่านทันทีค่ะ
โดยปกติแล้ว ผู้ให้จะมีความสุขมากกว่าผู้รับ จึงเชื่อว่า ครูอ้อยต้องมีความสุขเปี่ยมล้น เพราะได้ให้ทั้งที่เป็น "วิทยาทาน" จากการเขียนบันทึกมากมายใน GotoKnow และ "อามิสทาน" ดังเช่น ที่ครูอ้อยเขียนไว้ในบันทึกนี้
ครูอ้อยบอกว่า "...ดีใจมาก เพราะ ไม่ค่อยได้รับรางวัลแบบนี้มาก่อนเลย" แต่ครูวิกลับมักจะได้รับรางวัลแบบนี้เสมอ บ่อยครั้งเกินที่จะนำมาเล่า ณ ที่นี้ จึงขอยกเพียง 3 ตัวอย่างที่ได้รับในช่วงเวลาที่ต่างกัน (ขออภัยนะคะที่ความเห็นคงจะยาวกว่าบันทึก)
ตัวอย่างที่ 1 เกิดขึ้นประมาณ 20 ปีมาแล้วตอนที่ครูวินำเอกสารไปส่งที่สำนักงานคณะฯ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นเรื่องจริง เจ้าหน้าที่ที่สนง.คณะที่รายได้ไม่พอรายจ่าย (จริงๆ) บอกว่า อาจารย์ช่วยซื้อ...หนูหน่อย ครูวิตอบว่า "ขอโทษนะจ๊ะ ซื้อไม่เป็นจ้ะ" เธอก็บอกว่าเหลืออยู่แค่ 10 ตัวเองค่ะอาจารย์ ตัวละ 10 บาทอาจารย์ซื้อตัวไหนก็ได้ค่ะ รางวัลคือสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 สลึง (ซึ่งในแต่ละรอบจะมีแค่ 1 เส้น) อาจารย์เหมาหมดนะคะ ครูวิดูเงินในกระเป๋ามีแบ๊งค์ 500 และแบ๊งค์ 20 อย่างละ 1 ใบเลยใช้แบ๊งค์ 20 ซื้อไป 2 ตัวโดยเลือกตัวที่ชอบพอให้ได้ชื่อว่าไม่ได้ปฏิเสธเธอโดยไม่ได้สนใจรางวัลอะไร 2 วันต่อมาไปเจอเธอที่ตลาด เธอบอกว่า อาจารย์วันนี้อย่าลืมแวะไปรับสร้อยคอนะคะ...
ตัวอย่างที่สองเกิดขึ้นในงานสังสรรค์ปีใหม่ ที่คณะฯ จัดขึ้นในปี 2549 ในงานมีการจับฉลากที่เขียนชื่ออาจารย์และบุคลากรในสังกัดคณะทั้งหมด ถ้าฉลากที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นชื่อใครคนนั้นก็จะได้รับรางวัล ซึ่งได้จัดทำบัญชีไว้เรียงจากรางวัลเล็กไปถึงรางวัลใหญ่ มีการแบ่งจับฉลากเป็นระยะๆ ระยะละ 5 ชิ้น ชิ้นใหญ่สุดปีนั้นคือจักรยาน 2 ล้อ ซึ่งจะจับเป็นชิ้นสุดท้ายก่อนปิดงาน เป็นรางวัลที่ผู้ร่วมงานลุ้นและสร้างสีสันให้กับงานได้มากที่สุด ตอนที่เขาจะประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลสุดท้ายเขาก็มีลีลาเรียกความสนใจ ประกาศว่า "ผู้ได้รับรางวัลสุดท้ายเป็นอาจารย์...สตรี...มี ศ.ศาลา ในชื่อ-สกุล" เสียงผู้ร่วมงานตะโกนกันว่า "ผศ.ศรีสุรางค์" พิธีกร พูดต่อว่า ตัวศ.ศาลา อยู่ที่นามสกุล เสียงผู้ร่วมงานตะโกนกันว่า "ผศ.วิไลพร โกศัลวิตร" แต่พิธีกรเฉลยว่า "ผศ.วิไล แพงศรี" ผู้เขียนที่นั่งหันหลังให้เวทีต้องหันขวับไปและต้องขึ้นไปปั่นจักรยานลงมาจากเวทีตามที่พิธีกรบอกว่า ต้องรับโดยการปั่นลงมาเอง มีอาจารย์สาขาจิตวิทยาและการแนะแนวที่มาขอซื้อบอกว่าลูก (บุญธรรม) อยากได้จักรยาน ครูวิก็เลยบอกว่า "ขอโทษนะคะ ของที่ได้มาแบบนี้มันเป็นของพิเศษที่คงไม่มีใครขายให้ใคร เพราะอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึก จักรยานแบบเดียวกันนี้มีขายมากมายในร้าน ลูกคงไม่ปฏิเสธถ้าคุณแม่จะซื้อให้" จักรยานดังกล่าวเป็นพาหนะที่พ่อใหญ่สอได้นำไปใช้ในฟาร์มไอดิน-กลิ่นไม้ ในภาพข้าวเหนียว : องครักษ์พิทักษ์พ่อใหญ่สอรอพ่อใหญ่สอที่รถขณะพ่อใหญ่สอทำงาน
และตัวอย่างที่ 3 รางวัลจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุบลฯ ที่ประกาศเมื่อเดือนมกราคม 2555 ที่ผ่านมานี้เอง เป็นโครงการพิเศษที่สหกรณ์เปิดให้สมาชิกซื้อหุ้นๆ ละ 1,000 บาทและจะมอบคูปองให้หุ้นละ 1 คูปองให้กรอกข้อมูลเพื่อส่งไปชิงโชคที่จะมีการจับฉลากในวันประชุมสิ้นปี 2554 มีรางวัลตั้งแต่ 50,000 บาทลงมาจนถึง 1,000 บาท มีผู้ซื้อหุ้นมากมายมหาศาล เรื่องแบบนี้ครูวิไม่ได้สนใจแต่ได้รับการผลักดันจากคนใกล้ชิดที่เห็นว่าเรามักจะมีโชค จึงตัดความรำคาญซื้อหุ้นและได้รับคูปองมา 120 ใบ ครูวิต้องการให้นักศึกษาตรวจสอบว่า ตนเองจะมีโชคไหมในปีใหม่ จึงให้แต่ละคนเขียนคูปองชิงโชคและครูวิเขียนข้อมูลไว้ว่าใครเขียนหมายเลขใด ถ้าหมายเลขของใครได้รับรางวัลก็จะให้รางวัลแก่คนนั้น ปรากฏว่าได้รับรางวัลเล็ก 1,000 บาท (เพื่อนอาจารย์ที่ส่งชิงโชค 5,00 ใบบอกไม้ได้รับรางวัลใดๆ) แต่เจ้าหน้าที่ไม่ประกาศหมายเลขคูปองที่ได้รับรางวัล ประกาศเฉพาะชื่อผู้ได้รับรางวัลซึ่งก็คือ ผศ.วิไล แพงศรี จึงจำเป็นต้องเฉลี่ยรางวัลให้ผู้เขียนทุกคนตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ผู้ใกล้ชิดบ่นว่าถ้าครูวิเขียนส่งเองคงจะได้รางวัลใหญ่กว่านั้น
ขอบคุณมากค่ะ คุณล่าฝัน