ย้อนความไปเมื่อ 16 มีนาคม 2555 Novotel IMPACT เมืองทองธานี
เป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง "เพราะมีทุกข์จึงพบสุข"
เรื่องโดยท่ายปัญญานันทภิกขุ อาจจริงเหมือนที่ใครหลายคนว่า คนเราต้องทุกข์จนที่สุดจึงหันหาธรรมะ เราอาจโชคดีที่ไม่สุขมากจนลืมธรรมะ ไม่ทุกข์มากจน เศร้าโศกหาแก่นทางแก้ไม่เจอ จึงมาประจวบเหมาะได้อ่านหนังสือเล่มนี้
อ่านทีละบท อย่างช้าๆ เนิ่นนานในทุกตัวอักษร คิดและทบทวนทุกสิ่งอย่างที่ท่านได้แนะไว้ในหนังสือเล่มนี้
หนังสือได้ถูกซื้อมา เพื่ออ่านฆ่าเวลาในการเดินทาง ไม่คิดว่าประโยชน์ที่ได้มากกว่าการฆ่าเวลา กลับได้แสงส่องนำทางชีวิต หนังสือถูกหยิบมาอ่านในวันที่รู้สึกหดหู่เป็นทุกข์ ในวันที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง และเมื่อผิดหวังทุกอย่างแทบพังทลายลง ไม่มีเพื่อน ไม่มีใคร ภายในห้องอันเงียบงัน มีเพียงตัวเราเอง กับน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย ถามตัวเองซ้ำๆ ไม่มีคำตอบจากความเจ็บปวด ผิดหวังที่เผชิญอยู่ เก็บกระเป๋า เพื่อกลับบ้าน พลันสายตาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มนี้วางอยู่ ......หนังสือเล่มที่เปลี่ยนบางบทในชีวิตให้มองเห็นความงดงามของการมีชีวิตอีกครั้ง
ทุกข์ใหญ่ยากจะบอก หนักอกใจหน่วงดำมืดมิด เวลาผ่าน สว่าง...สงบ สุข
แล้วทุกข์-สุขทั้งหลายก็จะเวียนวนซ้ำไปซ้ำมาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ. ผู้ผ่านทุกข์ใหญ่สาหัสจนแทบทนไม่ได้ เมื่อจิตใจผ่องใสพอมักขอบคุณความทุกข์ที่เข้ามา
ยินดีกับความสุขค่ะ
ขอบคุณทุก comment คะ
บางครั้ง ถ้าเรามีสติในขณะเกิดทุกข์
อาจทำให้เราเจอหนทางแห่งความสว่างไม่ยากนัก
...บันทึกสั้นๆกระชับ แต่ยิ่งใหญ่ในการคันพบ ทางแห่งความสุข สงบที่แท้จริง บังเอิญเรื่องราวคล้ายกับตัวผมเองครับที่วันหนึ่งกำลังจะทิ้งหนังสือที่โดนปลวกกินเพื่อชั่งกิโลขาย แต่มีเล่มหนึ่ง ชื่อแก่นพุทธศาสน์ โดยท่านพุทธทาส ทำให้รุ้จักความทุกข์ ความสุข ความสงบ และเข้าใจในความเป็นพุทธมากขึ้นหลังจากผ่านมาสี่สิบกว่าปีเข้าไปแล้ว
ขอบคุณ พ.แจ่มจำรัสที่แลกเปลี่ยนค่ะ บางครั้งในช่วงที่ทุกข์ที่สุด หากสติยังอยู่เชื่อว่า ทางสว่างยังมีเสมอ....