ประสบการณ์เหล่านี้ล้วนผนึกแน่นอยู่ในความทรงจำ....ซึ่งหลายคนนำมาปรับใช้กับการเรียน-การทำงาน-การดำรงชีวิต....ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

มีการปรับเปลี่ยนกำหนดการเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม  โดยจัด Sessionแลกเปลี่ยนประสบการณ์แบบง่ายๆ  และการแนะนำประเทศที่น่าสนใจมาอยู่ในวันสุดท้ายของการประชุม   ทุกอย่างจึงลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ

แลกเปลี่ยนประสบการณ์แบบง่ายๆ  กับครูพร
      



                                                         เพื่อน- พี่-น้อง อาสาสมัคร

การมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่แดนอีสาน ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดความรู้สึกห่างไกลเลยสักนิด  เนื่องจากรู้จัก-มักคุ้นสนิทชิดเชื้อกับผู้เข้าร่วมประชุมหลายท่าน ในหลายบทบาท-หลายโอกาสด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของอาสาสมัครเอเอฟเอสโดยตรงซึ่งผูกพันมาเกือบ 20 ปี    บทบาทของครูสอนภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น  รวมทั้งบทบาทของผู้ประสานงานโรงเรียนคู่พัฒนาไทย-อินโดนีเซีย   จึงง่ายต่อการสื่อสารด้วยภาษาเดียวกัน

   
      

                                                คุณรัชนีกร  ภู่สุโข  พิธีกรคู่ขวัญกับครู Pually


การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่-ประชาสัมพันธ์ บล็อกคุณภาพของคนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเวปไซต์  Gotoknow.org เช่นเดิม   เพราะตระหนักถึงคุณค่าในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนสมาชิกหลากหลายรูปแบบที่ได้สาระ  เชื่อถือได้และเป็นที่ยอมรับจากแวดวงการศึกษาและภาคส่วนต่างๆทั้งของรัฐและเอกชน   ได้พบปะกับสมาชิก Gotoknow จำนวน 5 ท่าน ด้วยกัน  เป็นบรรยากาศอิงวิชาการที่ไม่เคร่งเครียด  พี่-น้องอาสาสมัครที่เข้าร่วมประชุมให้ความร่วมมือ-ร่วมใจรับฟังกันอย่างตั้งใจ 


 


                              อาสาสมัครเอเอฟเอสผู้เข้าร่วมโครงการ VTP จาก เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แนะนำประเทศที่น่าสนใจ
  
คุณชเนศ  นาคะวิทย์  ผู้อำนวยการฝ่ายธุรการและกิจกรรม เป็นผู้นำเสนอในSession นี้   โดยเชิญนักเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนฯ มาร่วมพูดคุยในรายการอยู่ 5  คน 




                              คุณชเนศ  นาคะวิทย์ กับคณะนักเรียนเก่าเอเอฟเอส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


คุณชเนศ  นาคะวิทย์
  เปิดตัวนักเรียนแต่ละคนด้วยคำถาม  เกี่ยวกับคำขวัญจังหวัดต่างๆ โดยอ่านคำขวัญให้ฟัง และให้ตัวเลือกคำตอบมา 2 จังหวัดที่เชื่อมต่อกันด้วยเสียงขึ้นต้นเหมือนกัน  นับว่าเป็นสีสันของรายการเลยทีเดียวได้สาระที่น่าสนใจสรุปความได้ดังนี้  
                                      

น้องกัณ(จิระ)  ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา รัฐอิลินอย  พักอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ครอบครัวเดียว   มีพี่น้องอยู่ 5 คน  มีฝาแฝด 1 คู่ แม่เป็นครู  พ่อเป็นวิศวะ โรงเรียนมีนักเรียน 3000 คน เวลาเลือกลงทะเบียนเรียน  จะเลือกแบบถนอมตนเองไม่ต้องวิชาการมาก  เช่นเรียนพละ ศิลปะ  จิตวิทยา  ได้ประสบการณ์ดี และสนุกสนาน เจ้าหน้าที่เอเอฟเอสประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือดีมาก จึงได้ประสบการณ์เพิ่มพูนมากขึ้น   ดีใจที่เข้าร่วมโครงการเอเอฟเอสที่ช่วยเปิดโลกให้กว้างขึ้น   นับว่าคุ้มค่ามาก ฯ



น้องภูมิ  ไปประเทศเยอรมนี  ปัจจุบันเรียน อยู่ชั้น  ม.6    พักอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์  3 ครอบครัว   ชาวเยอรมันมีระเบียบวินัย  ตรงต่อเวลา  ได้ใช้บริการ ทั้งรภบัส- รถไฟ  หากล่าช้าแค่ 30 วินาที รถก็ไม่รอแล้ว   ที่ประเทศเยอรมนีหาซื้อเบียร์ได้ง่ายมาก 
นำเสื้อม่อฮ่อมไปใส่ที่นั่นด้วย   ใส่ไปทุกงาน  ถือว่าเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรม  เคยใส่เข้าไปในสนามฟุตบอล  เขานึกว่ามาจากแอฟริกา
เอเอฟเอสประเทศเยอรมนี  ให้ความใส่ใจดีมาก  ดูแลเป็นอย่างดี  ทำอาหารไม่เป็นแต่นำตำราอาหารไทยไปด้วย  ครอบครัวชาวเยอรมนีเขาเปิดตำราอาหารไทยแล้วทำอาหารให้กินตามตำรา  
ก่อนไปทำอะไรไม่ค่อยเป็น   แต่พอไปแล้ว รู้สึกดีมาก รู้ว่าตนเองมีประโยชน์ต่อประเทศไทย

น้องอ๋อม รุ่น 46  ได้รับทุนเต็มจำนวน ไปประเทศเปรู  ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ไปพำนักอยู่ที่จังหวัดชินชา  สภาพค่อนข้างแห้งแล้ง พักกับครอบครัวอุปถัมภ์  2  ครอบครัว      
ครอบครัวแรกทำฟาร์ม   พี่สาวหนึ่ง น้องชาย  2 คน  แต่น้องชายกวนมากจึงขอเปลี่ยนครอบครัว  ไปถึงวันแรก  เขาคิดว่าเป็นคนจีน   ชาวเปรูมีมนุษยสัมพันธ์ดี  ไปเรียนในระดับชั้น ม. 4  และต้องใช้ภาษาสเปนสื่อสาร  จึงต้องพกดิกชันเน่อรี่ติดตัวตลอดเวลา   มีโอกาสไปช่วยค่ายที่ต่างอำเภอ  และท่องเที่ยวเองแต่ไม่ลำบากอะไร     รู้สึกว่าไม่เหมือนกับที่คาดการณ์ไว้   แต่ได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่ามาก
 

 

น้องมายด์  รุ่น 49  ไปประเทศญี่ปุ่นเรียน  ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม 6  พักกับครอบครัวอุปถัมภ์  2 ครอบครัว
ครอบครัวแรกอยู่ที่ชิบะ  บ้านมี 3 ชั้น  ประสบการณ์เรื่องแผ่นดินไหวทำให้ตกใจมาก  โต๊ะสั่น สิ่งของหล่นพื้น จึงมุดใต้โต๊ะตามที่เคยได้ยินมา  แต่เป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคนที่นั่น  พอเจอบ่อยๆ ก็เลยชิน   การเดินทางสะดวกมาก  ทานข้าวด้วยกันกับครอบครัวทุกวันตอน  3 ทุ่ม  ครั้งแรกพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลย แต่ภายใน 3 เดือนก็ดีขึ้น 
        
ครอบครัวที่ 2   อยู่ที่เมืองโตเกียว   เข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนที่วัดต่างๆ   ตอนนี้ยังติดต่อกับครอบครัวอุปถัมภ์   แม้ค่าครองชีพที่นั่นจะสูงมาก แต่ครอบครัวอุปถัมภ์จะจ่ายให้หมด   จึงใช้เงินส่วนตัวไปแค่สี่หมื่นบาท รู้สึกดีใจมากที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น ซึ่งต่างไปจากของไทยนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี 

น้องฝน
ไปประเทศเดนมาร์กในปี  2010 -2011    เดนมาร์กเป็นประเทศเล็ก ๆ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมัน มีประชากรเพียง 5 ล้านคน  พักอยู่กับครอบครัวอุปภัมถ์ที่เมืองเฮลล์ซิงก์กับพ่อ-แม่  เพราะคนอื่นๆโตแล้ว  สามเดือนแรกไม่รู้เรื่องเลย  แต่ได้เพื่อนดีมากช่วยสอนภาษาให้   จึงสื่อสารได้ดีขึ้น   เรียน 8 โมงเช้าเลิกบ่าย 2   จากนั้นจึงทำกิจกรรม    เสื้อกันหนาวควรไปซื้อที่นั่น  เข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชน โดยไปสอนรำไทย  มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยไปด้วยกัน 15 คน  ส่วนมากติดต่อกันทางเฟสบุ๊ค  จะไปไหนก็ขออนุญาตครอบครัวอุปถัมภ์ ได้รับคำแนะนำดีมาก  ดีใจที่ได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส  เพราะได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ  เช่น  ไปเข้าค่ายในป่าที่ไม่มีห้องน้ำ เป็นต้น


       
                                     ผู้เข้าร่วมประชุมยิ้มแย้ม-แจ่มใส รับฟังอย่างสนใจ       


***...ประสบการณ์เหล่านี้ล้วนผนึกแน่นอยู่ในความทรงจำ....ซึ่งหลายคนนำมาปรับใช้กับการเรียน-การทำงาน-การดำรงชีวิต....ได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า...***

            
  

                                                      ***... ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ  ...***