โรงเรียนญี่ปุ่น
วันก่อน คุณมะเดื่อดูทีวีรายการ "ดูให้รู้" ทาง
ไทยพีบีเอส ชอบใจกับการจัดการศึกษาระดับ
ประถมศึกษาของคนญี่ปุ่นจังเลย....ดูแล้วได้
ข้อคิดและคำตอบของคำถามที่ว่า " ทำไมคน
ญี่ปุ่นจึงมีระเบียบวินัย มีความคิดสร้างสรรค์
และขยันขันแข็ง ช่างคิด ช่างวิเคราะห์"
จึงเอามาฝากคุณครูทุก ๆ ท่าน ที่อาจจะไม่ได้
ชมรายการนี้นะจ๊ะ....
เด็กญี่ปุ่นเขาถูกปลูกฝังคุณลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์นี่มาตั้งแต่อ้อนแต่ออกแล้วค่ะ มาถึงมือครูนี่แทบไม่ต้องฝึกต้องสอนกันแล้วล่ะเด็กเขาดีมาจากบ้านแล้ว ส่วนเด็กไทยเราก็นะ.... ครูกายสอนมาก็เข้าปีที่ 24 แล้ว เด็กที่สอนง่ายที่สุดก็คือเด็กบนดอยครูกายไปอยู่กับชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง(ในสมัยโน่นนะคะกลางคืนต้องจุดเทียนสอนกันมีเด็กๆมาอยู่กินนอนที่โรงเรียนด้วยค่ะ สมัยนี้ไม่รู้เป็นไงเหมือนความเจริญเข้าไปถึงหมดแล้วมั้ง) ส่วนเด็กที่สอนยากก็คือเด็กที่ครูกำลังสอนอยู่ในปัจจุบันนี่แหละค่ะ
หวัดดีจ้ะคุณคครูกาย
คุณมะเดื่อก็อยู่ขอบ ๆ ริม ๆ
ในวงการศึกษาไทยเหมือนกัน
ได้เห็นการพัฒนาของเยาวชนไทยมาหลายระยะ จนถึงระยะนี้
ก็แทบจะพูดได้ว่า สถาบันหลักของสังคมล่มสลาย สถาบันหลักที่ว่านี้ก็คือ
"สถบันครอบครัว" ยุคนี้ ไม่มีทั้งครอบ ไม่มีทั้งครัว จ้ะ
โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ หรือชุมชนที่เจริญนะจ๊ะ
การพัฒนามันจึงขาดช่วงไปอย่างช่วยไม่ได้ พูดไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้หรอก
ต่อไปการศึกษาของ
เมืองไทยก็คงอยู่รั้งท้ายสุดของอาเซี่ยนแหละจ้ะ
ระบบโรงเรียนเขาผูกติดกับระบบสังคม กับการใช้ชีวิตจริงในสังคม กลายเป็นระบบการศึกษาที่มีการวางแผนมาอย่างละเอียดและรอบคอบ คิดถึงเ็กนักเรียนเป็นหลักจริงๆ
ขอบคุณค่ะที่นำสิ่งดีๆมาให้ชม
สวัสดีค่ะคุณมะเดื่อ
- ทั้งผู้ใหญ่...เด็กญี่ปุ่น....เขาถูกปลูกฝัง....คุณลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์...จริงๆๆค่ะ....P'Ple...Confirm ค่ะ
- รูปตอนไปญี่ปุนค่ะ
สวัสดีจ้ะคุณรัช
คนญี่ปุ่นเขามีการวางแผนในทุก ๆ
เรื่องมาอย่างรอบคอบและปลูกฝังไว้ในจิตสำนึกของคนรุ่นต่อรุ่น ทั้ง ๆ
ที่เมืองของเขาต้องประสบกับภัยพิบัติและต่อสู้กับปัญหาสารพัดมาตลอด
น่าชื่นชม...เมืองไทยคงทำได้ยากเนาะขอบคุณที่มาทักทายจ้ะ
หวัดดีจ้ะคุณยายคนสวย
หายไปนานเลยเนาะ เตรียมตัวไปเล่นสงกรานต์ที่ไหนเอ่ย
?
หวัดดีจ้ะพี่เปิ้น
(ขออนุญาตเรียกพี่ตามที่ P'Ple
ปูทางไว้นะ) คุณมะเดื่อชอบแนวคิดของคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะ
ผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองของเขาประการหนึ่งที่เขา "
ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์" ของเด็ก ๆ จริง ๆ
ซึ่งเมืองไทยก็คงทำได้แต่จะได้มากน้อยแต่ไหน ก็สุดจะเดา
เพราะคนไทยยังถือคติที่ว่า " เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไ่ม่กัด"
หรือ " อาบน้ำร้อนมาก่อน" อะไรทำนองนี้นะพี่เปิ้น
การเปิดกว้างยอมรับความคิดของเด็ก ๆ จึงเป็นไปได้ยากจ้ะ
ขอบคุณรูปภาพสวย ๆ ที่นำมาฝากจ้ะ สวยทั้งฉาก
สวยทั้งนางแบบเล้ยยยยย...!
...มาเยี่ยม..รร.ญี่ปุ่น..แล้ว..คิดถึง..ระบบการเรียน..ของ..เยอรมัน.."เขาเคยมีหลักการว่า..การเรียน..นั้น..เรียนกันได้..ทั้งชีวิต..และ..ประกาศนียบัตร..ไม่ใช่หลักประกันชีวิต.".(จึงไม่ต้องแจกกันเป็นพิธี..รีตรอง..เหมือนตำน้ำ พริก..ละลายแม่น้ำ..อิอิ..)..ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้..คน.พุทธในประเทศไทย..เปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ตาม..ที่พุทธองค์..สอนไว้..กลับไปว่าย(เอ้ยไหว้ต้นไม้)..แทนเป็นส่วนใหญ่..ไม่รู้ใครสอน...เห็นจะเป็นเพราะให้ที่ครูสอน...ให้เคารพเสาธง..ตะเบ็งร้องเพลงแบบบังคับ..อ้ะะะๆๆๆ..เพราะครูเขาก็ถูกสอนมาแบบนั้น..กระมัง...อ้ะะะๆๆๆ...หากไม่เคารพ..อาจ(..)..ไม่รู้..ตรงนี้.......ยายธีก็เป็นคนๆหนึ่งที่...เป็นคนไทย..จริงๆเหมือนกัน...กว่าจะเรียน..ข้ามถนนในเยอรมัน..ไฟแดง..ต้องรอ..จนไฟเขียว...(ไม่เคยรอเหมือนคนเยอรมัน)...เห็นไม่มีคน..วิ่งจู้ดเลย...เฮอๆๆ(แถมยังไปแอบว่าเขาในใจอีก....)...จนป่านนี้ไทๆๆคงอยู่"ไม่"รอดเพราะคงจะเป็นที่.."เห็นรูป..จูบกระดาษที่วาดไว้.".มากันนมนาน...ไดโนเสา..อิอิ......ยายธี
หวัดดียายธี
เหลียวหลังแลหน้าดูการศึกษาเมืองไทยแล้ว ....
คงวิ่งตามคนเมืองอื่นเขายากมาก ๆ นะ จะไปทางไหนก็ไม่ไป
วนอยู่แต่ในอ่าง มองไม่ออก
สอนไปสอนมาเด็กต่างชาติเก่งภาษาไทยมากกว่าคนไทยซะอีก
ขอบคุณยายธีจ้ะ