การที่เด็ก ๆ ฝังใจว่าพ่อแม่ไม่รัก ผมคิดว่าน่าจะมีผลต่อพฤติกรรมในวัยผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมแปลก ๆ ทั้งทางลบและทางบวก ทางบวก เช่น แรงจูงใจใฝ่สูง อยากดี อยากเด่น อยากดัง อยากมั่งคั่งตำแหน่งสูง อยากจูงใจให้คนเอาเห็นด้วย ทางลบ เช่น อยากรวยทางลัด อยากขจัดคนไม่เห็นด้วยกับตนเอง อิจฉาริษยา มองโลกในแง่ลบ และก้าวร้าว คิดไปเองว่าสาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความคิดฝังลึก "พ่อแม่รังแกฉัน"
เป็นไปได้ไหมว่าพฤติกรรมเหล่านี้ เกิดขึ้นเพราะขาดความรัก ความอบอุ่น ขาดควาเอาใจใส่ดูแลในวัยเด็ก เมื่อโตขึ้น (ลึก ๆ ที่ตนเองก็ไ่ม่รู้ตัว) จึงต้องการชดเชยส่วนที่ขาดไป (อาจจะมีอยู่ในทฤษฎีทางจิตวิทยาหรือไม่ ยังไ่ม่ได้ศึกษาลึก ๆ ใครรู้ก็ช่วยเสริมด้วยนะครับ)
คนที่มีพฤติกรรมทางบวก นับเป็นสิ่งที่ดี ถ้าความเป็นบวกที่คงที่สม่ำเสมอ ไม่ถูกพฤติกรรมลบมาแซงหน้า จนกลายเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียรติ เช่น ชอบอิจฉาริษยาผู้อื่น ก้าวร้าวแบบเงียบ อยากเป็นลูกพี่ที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หัวหน้าคน หัวหน้าม็อบ หัวหน้าค้ายาเสพติด หัวหน้าโจร หัวหน้าขบวนการก่อการร้าย
ท่านใดที่เคยมีความคิดในวัยเด็กว่า "พ่อแม่รังแกฉัน" ลองทบทวนตนเองนะครับว่า ที่ว่าพ่อแม่รังแกฉันนั้นมันจริงหรือหรือไม่ แล้วหันกลับไปทำความเข้าใจท่าน เข้าถึงท่าน และพัฒนาตัวเองโดยทบทวนว่า ณ วันนี้ เรามีพฤติกรรมทางบวกอะไรบ้าง ทางลบมีอะไรบ้าง บวกกับลบอันไหนมากกว่ากัน และคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้มีบวกมาก ๆ เพื่อตัดวงจรลบ ไม่ให้สืบทอดไปยังบุตรหลานอีกต่อไป ที่สำคัญท่านจะได้ เป็นที่รักของคนรอบข้าง มีชีวิตอยู้อย่าง มีความสุขตลอดไป
ด้วยความปรารถนาดีครับสำหรับท่านที่เคยคิดว่าพ่อแม่รังแก่ฉัน