ผลของการใช้เทคนิคผังกราฟฟิกในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการนำเสนอข้อความรู้ด้วยผังกราฟฟิกและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยประสบปัญหาหลายประการ
เช่น การสอนโดยครูเป็นครูเป็นศูนย์กลาง ครูมีบทบาทมากกว่าผู้เรียน
วิธีสอนเน้นการบรรยายเป็นหลักโดยเน้นเนื้อหาความรู้มากว่ากระบวนการค้นหาความรู้
การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์เช่นนี้ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาทั้งในด้านทักษะการคิด
ทักษะการสื่อสารเพื่ออธิบายความและสื่อสารความคิด
ความสามารถของเด็กไทยโดยเฉลี่ยอ่อนลงทั้งในด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์อย่างมีเหตุผล การริเริ่มสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา
รวมทั้งความรู้ทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญคือ
จากการศึกษาด้านผลสัมฤทธิ์ในโครงการวิจัยและประเมินผลวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นานาชาติครั้งที่
3 พบว่า
ชนิดของข้อสอบมีผลต่อคะแนนผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นอย่างมาก คือ
นักเรียนส่วนใหญ่ทำข้อสอบที่เป็น
ข้อสอบแบบอธิบายความหรือแสดงวิธีทำไม่ได้ ส่วนใหญ่จะไม่ทำข้อสอบ
หรือเขียนตอบอธิบายไม่ได้ใจความ ทำให้มีผลต่อคะแนนในภาพรวม
การจัดการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาด้านต่างๆ นั้น
แนวทางที่สำคัญคือต้องเน้นการฝึกให้
ผู้เรียนมีทักษะกระบวนการคิด ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญ
การที่ผู้เรียนจะมีทักษะกระบวนการคิดได้นั้น
จะต้องได้รับการฝึกให้เป็นผู้มีทักษะการคิดขั้นพื้นฐานและทักษะการคิดขั้นสูงมาตามลำดับก่อนแนวทางการสอนเพื่อพัฒนาและฝึกความสามารถในการคิดแนวทางหนึ่งคือ
การใช้เทคนิคผังกราฟฟิก
ซึ่งมีนักการศึกษาหลายท่านยอมรับว่าเทคนิคนี้สามารถนำไปใช้พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงของผู้เรียนได้
จากสภาพปัญหาของการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ดังกล่าว ทำให้
ศิริลักษณ์
แก้วสมบูรณ์ ได้วิจัยผลของการใช้เทคนิคผังกราฟฟิกในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการนำเสนอข้อความรู้ด้วยผังกราฟฟิกและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ผลของการใช้เทคนิคผังกราฟฟิกแบบต่างๆ
ที่มีผลต่อการนำเสนอข้อความรู้ด้วยผังกราฟฟิก 2)
ผลของการใช้เทคนิคผังกราฟฟิกแบบต่างๆ
ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ 3)
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้เทคนิคผังกราฟฟิกและกลุ่มที่เรียนโดยใช้การสอนตามแบบปกติ
กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนนวมินทราชูทิศกรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
กลุ่มทดลองจำนวน 39 คน และกลุ่มควบคุมจำนวน 41 คน
เรียนโดยใช้เทคนิคผังกราฟฟิก
และเรียนโดยใช้การสอนตามแบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ
1) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์
ที่มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.81 ค่าความยากง่ายอยู่ในช่วง 0.18-0.77
และค่าอำนาจจำแนกอยู่ในช่วง 0.22-0.73 และ 2)
แบบวัดการนำเสนอข้อความรู้ด้วยผังกราฟฟิก ที่มีค่าความเที่ยงเท่ากับ
0.70 ค่าความยากง่ายอยู่ในระหว่าง 0.57-0.75
และค่าอำนาจจำแนกอยู่ในช่วง 0.27-0.38
วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมตรฐานและสถิติทดสอบค่าที
(t-test) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1)
นักเรียนที่เรียนโดยใช้เทคนิคผังกราฟฟิกแบบต่างๆ
ได้คะแนนการ
นำเสนอข้อความรู้ด้วยผังกราฟฟิกต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ ต่ำกว่าร้อยละ
70 2) นักเรียนที่เรียนโดยใช้เทคนิคผังกราฟฟิกแบบต่างๆ
ได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์สูงว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือ
สูงกว่าร้อยละ 70 3)
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
1
ที่เรียนโดยใช้เทคนิคผังกราฟฟิกสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้การสอนตามปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
0.05
จากผลการวิจัย จะเห็นว่าเทคนิคผังกราฟฟิก
เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่จะนำมาใช้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป
อ้างอิง
ศิริลักษณ์ แก้วสมบูรณ์. (2543).
ผลของการใช้เทคนิค
ผังกราฟฟิกในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการนำเสนอข้อความรู้ด้วยผังกราฟฟิกและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น.
วิทยานิพนธ์ ค.ม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.