วันนี้มีเรื่องเอามาเล่าสู่กันฟังครับ... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมบ้านนอก (เซาะกราว) เกินไปหรือไม่ที่เพิ่งรู้ว่าวันนี้ ห้างชั้นนำได้นำระบบที่จอดรถอัจฉริยะมาใช้กันแล้ว..
ใครจะเรียกว่าอะไรไม่รู้ แต่ผมขอเรียกว่าที่จอดรถอัจฉริยะละกัน เนื่องจากแต่เดิม ขับรถไปหลาย ๆ ห้าง กว่าจะวนหาที่จอดรถได้แต่ละครั้ง ต้องมีอาการหงุดหงิดทุกที เพราะไม่ค่อยรู้ว่าชั้นไหนมีที่ว่างตรงไหนบ้าง ว่างเท่าไร บางทีวนตั้งแต่ชั้นแรกยันชั้นสุดท้ายก็ยังหาที่จอดไม่ได้ เปลืองอารมณ์ เปลืองเวลา เปลืองน้ำมัน ฯลฯ
แต่วันนี้ ออกจากที่ทำงานแวะมาทำธุรที่ Central ปิ่นเกล้า ได้พบกับสิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้รู้สึกดี ๆ กับการขับรถมาจอดในห้างแห่งนี้...
เริ่มตั้งแต่ทางเข้าสู่ที่จอดรถ จะมีป้ายไฟ ที่คอยอำนวยความสะดวกในการบอกว่า แต่ละชั้นจอดรถนั้นมีจำนวนที่ว่าง (หรือจำนวนรถที่จอด) อยู่เท่าไหร่ ...อันนี้ทีแรกก็แปลกตา แต่ไม่ได้สนใจที่จะจดจำรายละเอียดมากนักว่าคืออะไร และต้องใช้ความระมัดระวังในการขับเข้าที่จอดรถด้วย จึงไม่ได้เก็บภาพไว้
จากนั้นพอเข้ามาสู่บริเวณที่เป็นลานจอดรถ ก่อนจะเข้าสู่ที่จอดตรงทางเข้าของแต่ละช่วงจะมีป้ายบอกให้รู้ว่า ช่องนี้ มีที่ว่างให้จอดได้กี่คัน หรือช่องนี้เต็มแล้ว หรือถ้ามีรถคันไหนออกจากที่จอดรถก็จะมีการส่งสัญญาณมาว่า มีที่ว่างเพิ่มขึ้นให้จอดได้กี่คัน..
รูปนี้แสดงว่าช่องนี้จอดได้อีก ๒ คัน ส่วนรูปนี้แสดงว่าช่องนี้เต็มแล้ว
พอเราเห็นแบบนี้แล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาวนเข้าไปดู ก็ข้ามไปหาที่ใหม่ได้เลย ดีไหม...
ส่วนพอไปถึงที่จอดรถแล้วก็จะเห็นว่า บนเพดานเหนือช่องสี่เหลี่ยมที่กำหนดให้เป็นที่จอดรถแต่ละคันนั้นจะมีอุปกรณ์ที่น่าจะเป็น เซ็นเซอร์ ตรวจสอบการจอดรถติดไว้เหนือบริเวณที่จอดรถ
อุปกรณ์ตัวนี้จะมีไฟสีแดงติดเมื่อรถจอดอยู่ข้างใต้ และจะดับเมื่อไม่มีรถจอดอยู่
หลายห้าง เวลาวนขึ้นที่จอดรถมียามคอยจัดการเรื่องจอดรถ บางทีก็โบกอย่างเดียว โดยไม่ได้ดูว่าจะจอดได้หรือไม่ ก็เสียอารมณ์กันไป หรือบางที ขับตามกันมาหลายคัน แต่ดันมีที่จอดแค่ที่เดียว ก็หงุดหงิดอีก แต่ถ้ามาเจอที่จอดรถแบบนี้แล้ว ก็ลั้นลากันน่าดูล่ะ ไม่ต้องเสียเวลาวนไปวนมา ประหวัดเวลา ประหยัดน้ำมัน ช่วยลดโลกร้อน และลดอาการใจร้อนได้ดียิ่งนัก
นี่แหละ... ความทันสมัยที่ถูกใจอีกเรื่อง คิดว่า หลาย ๆ คนคงอาจจะเจอกันบ้างแล้ว ส่วนผมมัวแต่เดินอยู่บนเส้นทางจำเจเดิม ๆ (บ้าน ที่ทำงาน ฟิตเนต บ้าน แล้วก็วนไปวนมาไม่ค่อยออกนอกเส้นทางเท่าไร) มาคราวนี้เห็นแปลกใหม่ดี ก็เลยเก็บมาเล่า เอามาฝากกันนะครับ