เมื่อลูกเล็ก ๆ ระดับอนุบาล พ่อแม่มือใหม่ของผมและภรรยา ต้องปวดหัวกับเรื่องลูกไม่ยอมไปโรงเรียน หลังจากไปเข้าเรียนเพียงไม่สองสามเดือน เราตระเวนไปหลายโรงพยาบาลในกรุงเทพ เพราะลูกอาเจียนจดเลือดปนออกมาด้วย เมื่อไปพบหมอ มีพยาบาล แพทย์ฝึกหัด เข้ามามุงซักประวัติ กันทุกที่ ให้ยามาทานมากมาย ก็ไม่หาย จนเราไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร
วันหนึ่งอุ้มลูกขึ้นรถเมล์ไปส่งโรงเรียน ย่างขึ้นรถอ๊วกแตกทันที ก็ฝืนไปจนถึงโรงเรียนแล้วก็กลับ เพราะลูกไข้ขึ้น ก็ไปหาหมอ และก็รับยา ดังที่กล่าวมาแล้ว หยุดเรียนไประยะหนึ่ง ลูกดีขึ้น ก็ชวนไปโรงเรียนอีก พอออกปากชวนอาการออกอีก แม่จึงจับไต๋ได้ว่า เจ้าหมอนี่น่าจะเป็นโรคภูมิแพ้โรงเรียน จึงเก็บเครื่องเรียนใส่ถุง ยัดเข้าตู้ล็อคกญแจ และบอกว่าเราจะไม่ไปโรงเรียนอีก ได้ผลชงัด อาการป่วยไข้ที่ยืดเยื้อมาประมาณสามเดือน หายเป็นปลิดทิ้ง และให้หยุดเรียนไปหนึ่งปี
ยาหยุดเรียนที่คิดขึ้นใช้เองในครอบก็ได้ผลดีกว่าคุณหมอจากหลายโรงพยาบาลที่ขาดประสบการณ์การเลี้ยงลูกที่เป็นโรคภูมิแพ้โรงเรียน ซึ่งยานี้อาจนำไปปรุงใหม่ เป็นยาเปลี่ยนโรงเรียน เปลี่ยนครูสอน ตามความมากน้อยของอาการภูมิแพ้โรงเรียนของลูก
จึงเล่ามาเพื่อพ่อแม่มือใหม่ หรือ มือเก่า อาจนำไปใช้ได้
ก็ตรงไปตรงมาครับ เค้ายังไม่พร้อมก็ ต้องรอ ผมคิดอย่างนั้นครับ
ขอบคุณมากครับท่านเพชร ที่มาแสดงความคิดเห็นซึ่งอยากได้มาก ๆ ในทุกเรื่องที่โพสต์เข้ามาเพราะจะเกิดหลายมุมมอง สำหรับนี้ๅ...เรื่องของเรื่องเป็นอย่างนี้ครับ ตอนที่ไปเข้าเรียนสดใส แต่พอไปสักพักก็ทรุดโทรมจนเราไม่รู้สาเหตุ พูดคุยกันก็ยังไม่รู้เรื่องเพราะลูกชายหูหนวกครับ ภายหลังสืบทราบสาเหตุ คือ ครูทิ้งห้องสอน นักเรียนมีทั้งหูหนวก หูตึง ลูกของเราปรับตัวปรับใจไม่ได้ ก็กลายเป็นโรคภูมิแพ้ครับ ที่ท่านแสดงความคิดเห็นมานั้นถูกต้องแล้วครับ ขอบคุณครับ