ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง (ร้อยแก้ว)

  ติดต่อ

  พระนางเลือดขาว คือ หญิงพัทลุงคนแรก หญิงไทยคนแรกที่เดินทางไปต่างประเทศศรีลังกา หญิงที่นำ พระพุทธรูป “พุทธสิหิงค์” องค์จริงสู่ประเทศไทย หญิงพัทลุงคนแรกที่เดินทางไปสุโขทัย เป็นผู้สร้างมหาธาตุเจดีย์บางแก้ว หญิงผู้เลื่อมใสพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า สร้างวัดไว้ถึง 5 จังหวัด สงขลา พัทลุง ตรัง ภูเก็ต นครศรีธรรมราช  

ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง

(เรื่องตามเค้าเดิมอ่านได้ที่นี่)

     ผมได้ตำนานฯ ฉบับที่เป็นร้อยแก้วมาแล้วนะครับ ซึ่งมีการพิมพ์ไว้ในหนังสือวรรณกรรมอนุสรณ์ เนื่องในงานฌาปนกิจศพผู้ใหญ่สมจิตต์ (เต้ง) สุขสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2548 ที่ผ่านมานี้เอง จึงขอนำมาลงไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การศึกษาค้นคว้าต่อไป ดังนี้

     “พระนางเลือดขาว” เป็นคนพัทลุงที่มีศรัทธาแรงกล้าในพุทธศาสนา มีความสามารถสูง จดหมายเหตุพงศาวดาร ตำนาน ประวัติศาสตร์ ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเชื่อถือได้ ถึงปัจจุบันนับจำนวนได้เป็นพันปี ถึงแม้หลักฐาน พ.ศ./สมัย ไม่ตรงกันบ้างแต่บุคคลมีอยู่จริง ข้อความในวงเล็บผู้เขียนอธิบายเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจง่ายขึ้น
     พงศาวดารเมืองพัทลุง ฉบับหอสมุดแห่งชาติภาค 15 และหนังสือประวัตินางเลือดขาวเขียนไว้ว่า นางเลือดขาวเป็นบุตรบุญธรรม ของตาสามโมและยายเพชร เกิดที่บ้านพระเกิด (ปัจจุบันบ้านพระเกิด ต.ฝาละมี อ.ปากพยูน จ.พัทลุง) ปละท่า (ฝั่ง) ตะวันตกของทะเลสาบ ตายายเป็นหมอสดำ (หมอจับช้าง, ควาญช้าง) หมอเฒ่า (สัตวแพทย์) นายกองช้าง เลี้ยงช้างส่งเจ้าพระยากรงทอง เจ้าเมืองพัทลุง (ขณะนั้นเมืองพัทลุงตั้งที่สทิงพระ)
     นางมีผิวพรรณ เลือด ที่ออกจากร่าง “ขาว” จึงเรียก “นางเลือดขาว” หลักฐานว่านางเลือดขาวเป็นบุตรลับๆ พ่อแม่ไม่กล้าเลี้ยงเพราะเลือดไม่เหมือนคนทั่วไป จึงมอบให้เป็นบุตรลับบุญธรรมแก่ตายายเลี้ยง ตาสามโม ยายเพชร เป็นตายายที่ใจบุญ รับเด็กหญิงมาเลี้ยงขณะที่ขณะนั้นได้มีบุตรบุญธรรมเลี้ยงอยู่แล้วหนึ่งคนชื่อกุมาร เมื่อทั้งสองเจริญวัยขึ้นเป็นหนุ่มสาว ตายายก็ให้หนุ่มสาวแต่งงานกัน กุมารกับนางเลือดขาวย้ายจากบ้านเกิดไปที่ใหม่ ณ บางแก้ว (ระยะทางปัจจุบันประมาณ 15 กม.) เมื่อตายายถึงแก่กรรม กุมารกับนางทำฌาปนกิจศพแล้วนำอัฐิไปฝังไว้ในถ้ำคูหาสวรรค์ กุมารกับนางได้รับมรดกเป็นนายกองช้าง ต่อมามีกำลังมากขึ้นทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ทั้งสองมีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่อไปอยู่ที่บางแก้วไดสร้างวัดบางแก้ว วัดสทัง วัดสทิงพระ พร้อมๆ กันสามวัด เพื่อสร้างอุทิศส่วนให้สองตายาย
     สิ่งก่อสร้างของวัดบางแก้ว (ปัจจุบันวัดเขียนบางแก้ว ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน พัทลุง) พระเจดีย์ อุโบสถ วิหาร กุฏิ พระพุทธรูป ได้จารึกเรื่องราวของการสร้างวัดลงในแผ่งทองคำ ตามหลักฐานสร้างเสร็จ พ.ศ.1492 และได้จัดฉลองรวมกันทั้งสามวัด (จากการคำนวณศักราชของศาสตราจารย์ฉ่ำ ทองคำวรรณ ตรงกับ พ.ศ.1582 รวมถึงไม่สัมพันธ์กับการเดินทางไปกรุงสุโขทัย) การเดินทางไปลังกา อดีตสมัยนั้นยากลำบากและกันดารมาก ต้องเดินทางโดยเรือ เรือมักประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตระหว่างการเดินทางเสมอ แต่พระนางเลือดขาวเดินทางได้สำเร็จ เพราะก่อนเดินทางได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้เดินทางโดยปลอดภัย และก่อนลงเรือที่เมืองถลาง (อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ปัจจุบัน) พระนางเลือดขาวได้สร้างวัดขึ้น 1 วัด คือวัดพระนางสร้างเกี่ยวกับวัดพระนางสร้างหรือวัดนางสร้างมีตำนานอยู่ที่เมืองภูเก็ตรู้กันอยู่ว่าบริเวณหลังวัดนี้เดิมเป็นสมรภูมิ เมื่อครั้งเมืองถลางเกิดศึก โดยคุณหญิงจันและคุณหญิงมุกใช้พระอุโบสถของวัดนี้เป็นที่ตั้งมั่นในการรบกับพม่า
     พระนางเลือดขาว เมื่อกลับจากลังกา (สันนิษฐานว่าเรือต้องไปขึ้นฝั่งที่ตรัง) ได้สร้างวัดที่ตรัง 2 วัด ตามตำนานบันทึกคือ วัดพระพุทธสิหิงค์ เป็นวัดเก่าแก่ร่วมสมัยกับพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช และเจดียบางแก้ว พัทลุงพระแม่เจ้าอยู่หัวเลือดขาว ได้พระพุทธสิหิงค์มาแต่ลังกาทวีป เรือล่มตรงปากอ่าวเมืองตรัง (กันตัง) ที่หน้าบ้านม่วง แต่ก็ยังรักษาองค์พระไว้ได้พระแม่เจ้า โปรดให้ต่อเรือใหม่ ล่องทวนน้ำสู่คลองนางน้อย (ปัจจุบันชื่อคลองยังเรียก “นางน้อย” เช่นเดิม) ถึงทำเลปฏิรูป ทุ่งนาโยง (อำเภอนาโยงปัจจุบัน) จึงโปรดให้สร้าง “วัดพระศรีสรรเพชรพุทธสิหิงค์” และได้โปรดประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ ณ พระอุโบสถ พัทสีมาในวัดนี้ (ที่ตั้งปัจจุบัน เส้นถนนพัทลุง-ตรัง ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาโยง 1 กม. คนใต้เรียกวัดนี้ว่า วัดหิงค์)
     สำหรับวัดพระงาม แม่เจ้าอยู่หัวเลือดขาว โปรดให้สร้างพระพุทธรูปด้วยทองคำที่เหลือจากการสร้างพระธาตุนครศรีธรรมราช (ที่ตั้งวัดพระงาม ปัจจุบันเส้นทางพัทลุง-ตรัง ก่อนถึงอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ 2 ก.ม. มีทางแยกด้านซ้ายมือ)
     เมื่อเดินทางจากลังกา สร้างวัดที่ตรังเสร็จแล้ว พระบรมสารีริกธาตุ ไปบรรจุที่พระธาตุแก้ว มีการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์ได้แสดง ปาฏิหาริย์ให้ปรากฏแก่คนทั้งหลาย
     จากนั้นมา ชื่อพระนางเลือดขาว ลือเลื่องปรากฏถึงฝ่ายเหนือกรุงสุโขทัยพระเจ้าแผ่นดินโปรดให้พระยาพิษณุโลกกับนางทองจันทร์ คุมนางสนมมารับนางเลือดขาวที่นครศรีธรรมราช เพื่อจะทรงเลี้ยงเป็นมเหสี ครั้งนางเลือดขาวเข้าไปถึงกรุงก็ไม่ได้ขึ้นเป็นมเหสี หรือนางสนมพนักงานไม่ ด้วยนางนั้นมีสามีและมีครรภ์ติดมาแต่สามีเดิมแล้วครั้งถึงกำหนดและนางคลอดบุตรเป็นชาย ครั้นกุมารเจริญวัยขึ้นพระเจ้าแผ่นดินทรงขอไว้
     นางเลือดขาวทูลลากลับบ้านเดิม จึงโปรดให้ส่งกลับพัทลุง ครั้งนั้นนางเลือดขาวเดินทางมาทางคลอดปากพนัง ได้พักอยู่ที่บริเวณนี้ ได้สร้างวัดไว้ที่บ้านควง ในคลองควง ซึ่งแยกจากแม่น้ำกาเกตและคลองปากพนัง เรียกกันว่า วัดแม่อยู่หัวเลือดขาว (ปัจจุบันข่าวว่าเป็นวัดร้าง เมื่อครั้นที่เจ้าคุณรัตนธัชมุณี (ม่วง) วัดท่าโพธิ์ นครศรีธรรมราชได้เล่าให้พังที่วัดคงคา พัทลุง พ.ศ.2464) สุดท้ายชีวิตนางเลือดขาว พระยากุมารสามี อยู่ด้วยกันที่บางแก้วพัทลุง จนอายุชราประมาณ 70 ปี ถึงแก่กรรม ภายหลังบุตรนางเลือดขาวได้ออกจากกรุงสุโขทัยมาเป็นคหบดีอยู่ที่บ้านพระเกิด พัทลุง ชาวเมืองเรียกว่า “เจ้าฟ้าคอลาย” ด้วยเข้าใจว่าเป็นพระราชบุตรพระเจ้าแผ่นดิน และที่คอมีลายสักแบบชาวเหนือ จากตำนานพงศาวดารเมืองพัทลุง เล่ม 12 ได้กล่าวเกี่ยวกับ “พระนางเลือดขาว” ว่า ประมาณ พ.ศ.1800 เจ้าเมืองพัทลุงที่สทิงพระชื่อ พระยากรุงทอง มีบุตรชายชื่อ พระกุมาร เมื่อพระกุมารเป็นหนุ่มได้ไปดูแลกอทัพช้างของบิดาที่บ้านพระเกิด ฝั่งทะเลตะวันตก โอกาสครั้งนั้นพระกุมารได้พบหลงรักนางเลือดขาวกุลธิดาผู้สวยงามของนายกองช้าง คือตาสามโม ยายเพชร ต่อมาพระกุมารก็ได้นางเลือดขาวเป็นชายา จากนั้นด้วยการสนับสนุนของพระยากรุงทอง กับตาสามโม ยายเพชร พระกุมาร นางเลือดขาว ก็ยกไพร่พลไปทางทิศเหนือ ไปตั้งเมืองใหม่ขึ้นที่ฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ ตรงฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางแก้วบริเวณที่เรียกว่า “โคกเมือง” ต่อจากนั้นก็เรียกกันว่า พระยากุมาร พระนางเลือดขาว เป็นปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเมืองพัทลุงใหม่ มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงของพัทลุงที่สทิงพระ ครั้งนั้นเมืองลูกหลวงของพระยากุมาร พระนางเลือดขาวมีอาณาเขตปกครองประชาชนพลเมือง ทางฝั่งทะเลสาบตะวันตกทั้งหมด
     พงศาวดารเมืองพัทลุง เล่ม 12 บันทึกว่า เมืองพัทลุงใหม่ที่โคกเมืองบางแก้วเมื่อ พ.ศ.1832 ได้เจริญรุ่งเรือง มีเจ้าเมืองสืบต่อกันมา เป็นเวลาประมาณ 300 ปี พ.ศ.2180 ได้ถูกกองโจรสลัดอุชงตะนะ กองทัพศาสนาอิสลามโจมตีอย่างหนัก หลายครั้งหลายหน เมืองพัทลุงแตก ต้องไปสร้างเมืองใหม่ที่เขาชัยบุรี ควนมะพร้าว ลำปำและวังเนียงคูหาสวรรค์ (ตามหลักฐานพัทลุงย้ายเมืองแล้ว 12 แล้ว)
     จากจารึกในเพลาเมืองสทิงพระ กรมศิลปากร มีความว่า “ศุภมัสสุ 651 ศกระกา นักบัตร เอกศกจำเดิมแต่แรกตั้งเมืองพัทลุง ครั้งเมื่อตั้งพระ วัดเขียน วัดสทัง วัดสทิงพระ คณะสามป่าแก้ว อนุโลมเป็นหัวเมืองสทิงพระ” ตามข้อความนี้ หมายความว่า จุลศักราช 651 ตรงกับ พ.ศ.1832 ตรงกับสมัยกรุงสุโขทัย คือเมื่อ พ.ศ.1832 นั้น วัดเขียน วัดสทัง วัดสทิงพระ รวมเป็นเมืองขึ้นอยู่เมืองสทิงพระ ประโยคที่ว่า “ครั้งเมื่อตั้งพระ” หมายความว่า ตั้งพระประธานในโบสถ์วัดเขียน วัดสทัง และวัดสทิงพระอาณาจักรศรีวิชัย (พ.ศ.1300-1836) ตั้งก่อนกรุงสุโขทัยกว่า 500 ปี ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยนั้น ปรากฏว่าเมืองพัทลุงเป็นเมืองอยู่แล้ว โดยมีเมืองขึ้นอยู่ในปกครอง 11 เมือง คือ
          1. เมืองปะเหลียน
          2. เมืองชะรัด
          3. เมืองกำแพงเพชร (รัตภูมิ)
          4. เมืองจะนะ
          5. เมืองเทพา
          6. เมืองสงขลา
          7. เมืองสทิง
          8. เมืองพิพัทสิงห์
          9. เมืองระโนด
          10. เมืองปราณ (ท่าเสม็ด)
          11. เมืองศรีชะนา (ท่ามิหรำ)
     อาณาจักรศรีวิชัย มีอิทธิพลตามประวัติศาสตร์ตั้งแต่เกาะชวา แหลมมาลายูเหนือสุดถึงเมืองไชยา อาณาจักรนี้เชื่อว่าตั้งอยู่ที่เกาะสุมาตรา เมืองพัทลุงก็เคยอยู่ในปกครองของอาณาจักรนี้แล้วด้วย และยังมีนักประวัติศาสตร์หลายท่านเชื่อว่า พัทลุงบางแก้ว (ปาฏลีบุตร) เป็นที่ตั้งของอาณาจักรศรีวิชัย
     หลักฐานเพิ่มเติม เรื่องของนางเลือดขาว ตามที่อ้างแล้ว เมื่อครั้งเจ้าอินทร์ (พ.ศ.2057 สมัยอยุธยา) ได้ปฏิสังขรณ์วัดเขียนบางแก้ว และวัดสทัง ได้นำไม้แก่นแคฝอยแกะเป็นนางเลือดขาวและพระพุทธรูปเรียกว่า “ประทุมกาศเทวานางเลือดขาว”
     การสร้างพระธาตุเจดีย์ในปักษ์ได้ ซึ่งถือว่าได้มาจากลังกานั้น พระบรมธาตุที่เก่าแก่ และมีฐานะเสมอเหมือนกัน 3 แห่ง คือ
          พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช
          พระบรมธาตุ บางแก้ว พัทลุง
          พระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี
          พระบรมธาตุทั้งสามแห่งมีสมณศักดิ์พระครูชั้นสัญญาบัตร ประจำพระบรมธาตุทั้ง 4 ทิศ นัยว่าได้ตั้งชื่อตามชื่อกา ซึ่งได้เฝ้าพระบรมธาตุทั้ง 4 ทิศ คือ
          พระครูกาแก้ว (กาขาว)
          พระครูกาชาด (กาแดง)
          พระครูการาม (กาลาย)
          พระครูกาเดิม (กาดำ)
     ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์วัดเขียนบางแก้ว กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถานของชาติ พ.ศ.2523 ทางวัดได้ทำการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุที่ประชาชนพบในละแวกชุมชนรอบวัดเขียนบางแก้วจากท้องไร่ ท้องนา และในทะเลสาบ เพื่ออนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา “พระนางเลือดขาว” เป็นบรรพบุรุษ “คนพัทลุง” เป็นหญิงแกร่ง เก่ง ดี รวย สวย เป็นคนจริง มีแต่ให้ เสียสละเพื่อส่วนรวม
     การนำเสนอ “นางเลือดขาว” สู่มวลชน เพื่อสดุดีเทิดพระเกียรติท่าน เพื่ออนุชน ปัญญาชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำประเทศ องค์กรเอกชน ได้รับรู้ถึงมรดกที่ท่านสร้างไว้ พระพุทธรูป “พระพุทธสิหิงค์” อันล้ำค่าสูญหายไป อยู่ในครอบครองของท่านผู้ใด วัดพระงาม วัดพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดตรัง วัดพระนางสร้าง จังหวัดภูเก็ต วัดสทิงพระ จังหวัดสงขลา วัดเขียนบางแก้ว วัดสทัง จังหวัดพัทลุง ได้รับการดูแลบูรณะ มีความมั่นคง วัดแม่อยู่หัวเลือดขาวที่ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดร้างไป ชาวพุทธผู้ใจบุญทั้งหลายช่วยเสียสละอีกครั้ง น่าจะมีโอกาส
     สุดท้ายเพื่อให้ผู้อ่าน “บอกต่อ” ว่า พระบรมธาตเจดีย์บางแก้ว มีมานานตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย พร้อมๆ กับพระบรมธาตุไชยา พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ได้เปิดกว้างสู่การท่องเที่ยวกราบไหว้บูชา เป็นโบราณวัตถุ โบราณสถาน ของชาติบ้านเมืองที่ต้องบำรุงรักษา เพื่อชนรุ่นหลังสืบไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากพ่อ

หมายเลขบันทึก: 4829, เขียน: , แก้ไข, 2015-03-19 08:27:50+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 33, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ภูมิปัญญา#เรื่องเล่า#ความเชื่อ#เมืองลุง#ตำนาน#นางเลือดขาว

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (33)

มาม่าซัง
IP: xxx.120.205.4
เขียนเมื่อ 
น่าสนุกดีค่ะ  แต่ว่าที่ดูมาเค้าเล่ากันว่า พระนางเลือดขาวในตอนหลังตายนี่คะ

เรียน ผู้ที่โทรหาผมที่แจ้งว่าโทรจากภูเก็ตเมื่อวานนี้

       พอดีเมื่อวานตอนที่โทรมานั้นผมมีประชุมแกนนำอยู่ที่วัดเขาเจียก เลยไม่ได้เก็บรายละเอียดไว้ อยากให้ท่านได้ Post ไว้หน่อยนึงนะครับว่าองค์กร/หน่วยงานใดที่แจ้งผมไว้ว่าจะนำเนื้อหาตำนานนางเลือดขาวทั้งหมดนี้ไปจัดพิมพ์ ซึ่งผมได้อนุญาตไปแล้วนั้น เพื่อเป็นแผนที่ความรู้ที่เชื่อมโยงต่อถึงกันได้ในภายหลัง ครับ

    
 

น้องไม่บอก
IP: xxx.113.71.200
เขียนเมื่อ 
แต่ที่คนอื่นเค้าเล่าให้น้องฟัง พระนางเลือดขาวในตอนสุดท้ายตาย เพราะถูกใส่ร้ายจริงหรือเปล่า
พิม
IP: xxx.170.219.159
เขียนเมื่อ 

น่าจะคนละคนกันนะคะ

     น้องไม่บอก และคุณพิมครับ เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ "นางเลือดขาว" มีตำนานเล่าขานกันหลายพื้นที่ในแถบนี้ แตกต่างกันไปในสาระของตำนาน แต่เคยตริตรองบ้างแล้วครับ ว่าน่าจะมีประเด็นร่วมอะไรบางอย่างกันครับ

คนอยากรู้
IP: xxx.112.34.37
เขียนเมื่อ 

นางเลือดขาวที่ถูกใส่ร้ายและฆ่าตายนั้นเป็นเรื่องของ พระนางมะซุหรี ที่ได้ชื่อว่าพระนางเลือดขาวเพราะว่าก่อนตายได้สาปแช่งคนคิดร้ายไว้และขอให้เลือดนางเป็นสีขาวถ้านางบริสุทธิ์จริงค่ะ คนละคนกัน

สวัสดีครับ  คุณอยากรู้

     ด้วยความยินดียิ่งสำหรับข้อมูลที่นำมาฝากเพื่อใช้พิจารณาและจัดการกับความรู้ครับ

สวัสดีคะ

เรื่องราวที่เล่ามาน่าสนใจมากคะ

แต่จะให้ดีช่วยบอกแหล่งที่มาด้วยคะ

จะได้หาอ่านเพิ่มเติมได้เองนะคะ

สวัสดีครับ คุณ=ปลายฝน=

     ยินดีครับที่จะเกิดประโยชน์บ้างนะครับ
     สำหรับผมการอ้างอิงสำคัญมากนะครับ แต่อ้างอิงในแบบฉบับของการเขียน Blog ก็ได้ทำ link ไว้แล้วครับข้างต้น ที่บอกว่า--> ซึ่งผมเขียนไว้ตั้งแต่ต้นในส่วนย่อหน้าแรกครับ ทีนี้ผมลองทำ ตัวหนาเอียง ไว้ให้อีกครั้งนะครับ

ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง

(เรื่องตามเค้าเดิมอ่านได้ที่นี่)

     ผมได้ตำนานฯ ฉบับที่เป็นร้อยแก้วมาแล้วนะครับ ซึ่งมีการพิมพ์ไว้ในหนังสือวรรณกรรมอนุสรณ์ เนื่องในงานฌาปนกิจศพผู้ใหญ่สมจิตต์ (เต้ง) สุขสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2548 ที่ผ่านมานี้เอง จึงขอนำมาลงไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การศึกษาค้นคว้าต่อไป ดังนี้

ขอบคุณคะ

P ชายขอบ

แต่ หนังสือดังกล่าวจะหาอ่านได้เฉพาะจังหวัดพัทลุง

อย่างเดียวหรือเปล่าคะ?

   ยิ้มเลยครับคุณ=ปลายฝน= หนังสือดังกล่าวคงจะหาอ่านได้ตามที่ว่านะครับ ส่วยการยกระดับความรู้จากหนังสือนั่นมาไว้ที่นี่ ก็เป็นหนทางหนึ่งครับที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น หากมีข้อเสนอที่จะทำให้ง่ายกว่านี้ โดยมีค่าใช้จ่ายน้อย ๆ เพราะเราไม่ได้มีทุนรอนอะไรเลย ก็จะน้อมรับครับ

     เข้ามาตอบคุณ=ปลายฝน=อีกครั้ง ผมชักไม่แน่ใจว่าคุณทำหน้าที่อะไร หรือยังไงนะครับ แต่ที่ Comment มา 2 คห.ข้างต้นนั้น ผมซีเรียสเมื่อกลับมาอ่านซ้ำ จึงอยากให้ทบทวนนะครับ เหมือนคุณดุผมยังไงยังงั้น อ่านยังไงก็ห้วน ๆ แข็ง ๆ และต่อไปก็จะไม่ขอ คห.ใด ๆ ในทำนองนี้จากคุณนะครับ

แขก จีโอ
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

พอดีผ่านมา เลยได้รับความรู้และข้อมูลที่ถูกใจอย่างแรง และขอเป็นกำลังใจสำหรับการทำงานในรูปแบบนี้ อย่างน้อยก็ช่วยธำรงค์รักษาประวัติศาสตร์ของมาตุภูมิบ้านเรามิให้เลื่อนหายไปกับกาลเวลาและกระแสสังคมยุคใหม่ที่เชี่ยวกราดอยู่ในขณะนี้ ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ คุณชายขอบ

บอย
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

เยี่ยมมากเลยครับทั้งเนื้อหาทั้งความตั้งใจที่จะนำเรื่องที่ควรรักษาและน่าที่จะถ่ายทอดไม่ให้สูญหายไปที่มีคุณค่ายิ่งของบ้านเรา

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเล็กน้อยผม ชื่อบอย บ้านอยู่ที่ อ.กงหรา พื้นเพเดิมคูณพ่อเป็นคนเขาชัยสน และมีความสนใจในเรื่องของประวั๖ศาสตร์ของบ้านเรา ภาคใต้ และความเป็นมาของสยามประเทศ ลักษณะของวิถีชีวิต มรดกทางวัตณธรรมผ มว่าเป็นเรื่องที่น่าจะให้ความใส่ใจให้มาก ความเป็นมาของบ้านเราก็ยิ่งน่าจะมีการเผยแพร่และควรมีการสนับสนุนด้านการฟื้นฟูและการท่องเที่ยวให้กว้างมากยิ่งขึ้น ส่วนนี้ผมไม่เข้าใจนะว่าทำไมพระบรมธาตุบ้านเราถึงไม่ค่อยเป็นที่รุ้จักเหมือนกับ นครฯ หรือ สุราษฯ ผมเคยตั้งข้อสังเกตุว่าอาจเป็นเพราะในปัจจุบันที่บริเวณวัดเขียนบางแก้วไม่ได้มีความเป็นเมืองหรืออยู่ในที่ๆเป็นเมืองมั้ง นี่เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตุของผมเอง ผมคิดว่าถ้าเมืองไม่ได้ย้ายไปไหนและย่านการค้าได้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบันป่านนี้คงจะมีชือเสียงมากกว่านี้ก็ได้

ผมเคยอ่านตำนานเมืองพัทลุงและตำนานเมืองเก่าของสงขลาในหนังสือที่ หอสมุดมทร. ศรีวิชัย มันมีความเกี่ยวโยงกันตั้งแต่ตั้งเมืองพัทลุงครั้งแรกจนมีเมืองสงขลาและก็การตั้งเมองใหม่ของพัทลุง ย่อมมีความเป็นไปได้ ผมเคยอ่านเจอในหนังสือตนานนางเลือดขาวหรือพงศาวดารพัทลุงแล้วไม่แน่ใจตอนั้นด้อ่านที่ห้องสมุด วิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ ในห้องหนังสืออ้างอิง และมีการอ้างถึงเมืองพัทลุงที่เคยตั้งที่ ท่าเสม็ด อ.ชะอวดแต่ไม่ได้มีความบอกถึงรายละเอียด พอดีคุณ แม่เป็นคนชะอวดและผมเคยถาม พ่อเฒ่ากับแม่เฒ่า(ตากับยาย)แต่ไม่มีใครรู้ก็เลยอยากทราบว่าจะพอหาอ่านได้ที่ไหนบ้างรบกวนช่วยให้ข้อมูลด้วย

บอย กงหรา

foxdevil
IP: xxx.175.70.163
เขียนเมื่อ 

อยากทราบข้อมูลเรื่องพระนางเลือดขาวไปอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากลังกาหน่อยครับ เพิ่งเคยเห็นข้อมูลครั้งแรก เพราะตอนนี้ประวัติพระสิหิงค์มีหลายตำนานแยกออกไป และพระสิหิงค์ก็มีหลายองค์ ซึ่งขึ้นตามแต่ละพื้นที่

รบกวนด้วยนะครับ

.........
IP: xxx.47.178.38
เขียนเมื่อ 

hello

เด็กหลังห้อง
IP: xxx.47.5.39
เขียนเมื่อ 

สนุกมากๆครับสุดยอด

หมิว
IP: xxx.25.101.115
เขียนเมื่อ 

การถอดร่าง

1.ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

5.กลั้นหายใจ10วินาที

6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่นก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป

มีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ

na
IP: xxx.42.85.65
เขียนเมื่อ 

การถอดร่าง

1.ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

5.กลั้นหายใจ10วินาที

6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่นก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป

มีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ

IP: xxx.42.85.65
เขียนเมื่อ 

การถอดร่าง

1.ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

5.กลั้นหายใจ10วินาที

6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่นก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป

มีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ

ปิงปิง
IP: xxx.173.216.48
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากคะ สามารถนำไปทำงานกลุ่มได้เลยนะคะ แต่ถ้าหนูไม่ได้คะแนนเต็มอะนะ หนูจะ จะ (จะทำไรดี)ช่วยตอบหน่อยดิ พี่รับประกันมาด้วยนะ

  • ไม่ค่อยได้ตอบในในบันทึกนี้ แต่วันนี้จะตอบคุณปิงปิง
  • ที่ตอบด้วยเหตุผลที่จะชี้ให้เห็นประเด็นบางประเด็น
  • คุณปิงปิง เอางานนี้ไปแล้วได้คิดต่อยังไงบ้าง หรือว่าลอกไปส่งอาจารย์ แล้วบอกว่าเป็นงานกลุ่ม ซึ่งหากอาจารย์ให้ทำด้วยมุ่งหวังที่จะให้นักเรียนฝึก searching ก็ไม่เป็นไร หากไม่ใช่ อาจารย์ก็ต้องทบทวนว่าที่นักเรียนส่งไปนั้นได้ทำการละเมิดฯ มาหรือไม่ หากใช่ผมมองว่าอาจารย์ไม่ควรรับงานชิ้นนี้ไว้ครับ

แพนเค้ก
IP: xxx.173.152.68
เขียนเมื่อ 

ชายขอบบันทึกไว้ดียาวมากแพนอ่าน 3 ยังไม่หมดแต่ขอขอบคุรสำหรับข้อมูลนี้ค่ะ

I LOVE U

แพนเค้ก
IP: xxx.173.152.68
เขียนเมื่อ 

Hello มีใครอยู่บ่ ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลนี้

แสงเทียน
IP: xxx.173.153.172
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์อนุชา ใช่มั๊ยค่ะ

สวัสดีครับคุณแพนเค้ก

  • ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน ครับผม
  • ภาษาไทยของคุณแพนเค้ก ผมอ่านแล้ว ไม่ค่อยเข้าใจครับ เข้าใจว่าไม่ได้เพียงพิมพ์ผิด แต่เหมือนประโยคจะไม่สมบูรณ์ด้วยนะครับ 
  • หากความยาวเท่านี้ เป็นปัญหาเสียแล้ว ก็นึกสงสารหนังสือทั้งเล่ม ที่ผู้เขียนเขาพยายามเขียนกันนะครับ
  • แซว ๆ กันนะครับ

สวัสดีครับคุณแสงเทียน

  • ใช่ครับ
  • แล้วคุณแสงเทียนคือใครครับ

IP: xxx.123.177.177
เขียนเมื่อ 

การถอดร่าง

1.ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

5.กลั้นหายใจ10วินาที

6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่นก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป

มีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ

IP: xxx.123.177.177
เขียนเมื่อ 

การถอดร่าง

1.ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

5.กลั้นหายใจ10วินาที

6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่นก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป

มีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ

20.

ไม่แสดงตน [IP: 119.42.85.65]

เมื่อ จ. 29 มิ.ย. 2552 @ 15:56

#1377810 [ ลบ ]

การถอดร่าง

1.ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

5.กลั้นหายใจ10วินาที

6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่นก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป

มีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ

IP: xxx.123.177.177
เขียนเมื่อ 

การถอดร่าง

1.ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น

2.จุดธูปไว้หัวนอน3ดอก

3.นอนหลับตาแล้วตั้งสมาธิให้ดี

4.นึกถึงที่ๆเราจะไปเปนอันดับแรก

5.กลั้นหายใจ10วินาที

6.จาดนั้นคุณก้อจะไปในที่ที่คุณต้องการ

7.เมื่อคุณรูสึกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเข้าไป

8.ถ้าคุณกลับไปไม่ทันคุณจะกลับไปไม่ได้อีกเลย

9.ถ้าทำเกิน2ครั้งอายุของคุณจะสั้นครั้งละไป99วัน

ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีน่ะถ้าอยากจะสนุกก้อต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนและนั่นก้อหมายถึงชีวิตของคุณเองนั้นแหละได้มาจากคัมภีย์เขมรโบราณ

คำเตือน ผู้ใดที่อ่านแล้วต้องนำไปโพสต่ออีก5ครั้งไม่งั้นอีก7วันต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป

มีเรื่องของการถอดวิญญาณเพื่อออกจากร่างและคุณจะไปได้ทุกที่ๆต้องการ

20.

มุก
IP: xxx.204.220.23
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ หนูกำลังจะศึกษาเรื่องตำนานพัทลุง เกี่ยวกับพระนางเลือดขาว เพื่อนำมาทำวิจัยในรายวิชาวรรณกรรมท้องถิ่นค่ะ หนูได้เข้ามาอ่าน ถือว่าเป็นความรู้อย่างยิ่งเลยค่ะ ตอนนี้หนูกำลังจะไปศึกษาที่วัดเขียนบางแก้ว เห็นว่ามีตำนานพระนางเลือดขาวด้วย หนูเลยอยากขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยได้ไหมค่ะ

ลูกหลานพัทลุง
IP: xxx.158.165.136
เขียนเมื่อ 

ขอขมาลาโทษนะครับจิงไม่ครับ พมได้รู้มาว่า วัดเขียนเกิดจากการสร้างของผู้ที่จะไปทำบุญที่ธาตุนครแต่มีอุปศักหลายอย่างทำไห้ไปไม่สำเร็จฝนครั้งนั้นจึงได้สร้างพระธาตุไว้โดยการไห้ผู้ทีไปเห็นพระธาตุนครเขียนร่างพระธาตุขึ้นมาพายหลังจึงเรียกกันว่า วัดเขียนบางแก้ว(นางแก้ว) นางแก้วคือผู้นำคณะ และทองโบราณที่พบในอำเภอเขาชัยสนเป็นทองแห่งเดียวกันกับทองที่ยอดพระธาตุวัดเขียนในกาลก่อนที่เหลือจากการศูนย์หายที่ทุ่งอ้อ ต.เขาชัยสนเพราะลมพัดเรือล่มและได้ไปขึ้นที่วัดนางหลงเมือก่อนยังไม่เป็นวัดแต่ได้สร้างพระธาตุองค์เล็กไว้โดยใช้ชั่งเดียวกันกับวัดเขียนต่อมาได้มีวัดขึ้นชาวบ้านจึงเรียกวัดนางหลงครับ


ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะทำให้ได้รู้ประวัตินางเลือดขาวและตำนานเมืองพัทลุง ติดตามอ่านเรื่องดีๆอย่างนี้อีกค่ะ

ฝากติดตามด้วยนะคะ https://www.gotoknow.org/posts/615817