29 กย 48

ดิฉันกับดร.ธวัชชัย ไปรับ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ที่สนามบิน เครื่องลงจอดตามกำหนดเวลาพอดี ดร.ประพนธ์มาถึงหาดใหญ่พร้อมรอยยิ้ม

ช่วงหกโมงเย็นถึงสามทุ่มวันนี้ นศ. MBA จำนวน 56 คนจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านอาจารย์ประพนธ์ ในหัวข้อการบริหารการจัดการความรู้ในองค์กร และประสบการณ์ในการทำ KM Workshop

บรรยากาศในห้องเรียนเป็นกันเองสบายๆ คะ ท่านอาจารย์ประพนธ์เรียกเสียงฮาจากนศ.ได้ตลอดเวลา ส่วนนศ.เองก็ผ่อนคลายและถามคำถามกันโดยตลอดด้วยความกระหายใคร่รู้จากบุคคลสำคัญของประเทศด้าน KM โดยตรง

ดิฉันและนศ.รู้สึกขอบคุณในความกรุณาของท่านอาจารย์ประพนธ์มากคะที่อุตส่าห์เดินทางไกลมาเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนกับนศ. มอ. คะ 

เพียงแค่สามชั่วโมง ดิฉันได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นมากมาย และคงจะเช่นเดียวกันกับนศ. ทั้งหมด

หลายๆ ประเด็นที่ท่านอาจารย์ประพนธ์พูดถึงและดิฉันเห็นว่าสำคัญมาก จึงขอนำมาถ่ายทอดไว้ในบล็อก

1) "ภาษา" เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน เช่น หากให้คนไทยโดยทั่วไปเล่าเรื่องแห่งความสำเร็จ คนไทยมักจะเล่าไม่ได้ เพราะติดในวัฒนธรรมของการถ่อมตน แต่หากเปลี่ยนเป็นพูดว่า ให้เล่าเรื่องแห่งความภูมิใจ ผู้เล่าก็มักจะเล่าออกมาได้

2) การทำ KM Workshop อย่าไปยึดติดกับเกณฑ์ที่สร้างขึ้น เกณฑ์สามารถเปลี่ยนไปได้ เกณฑ์เป็นเพียงสิ่งสมมุติที่ใช้ในการประเมินทีมเพื่อหาผู้ไฝ่รู้และผู้พร้อมให้ เกณฑ์ถือเป็นบันไดสู่การพัฒนา และการสร้างเกณฑ์ควรมองตามสภาพความเป็นจริงขององค์กร เกณฑ์แต่ละระดับให้ยึดคำหลักเป็นหลักในการเขียนเกณฑ์

3) ผู้เข้าทำ Workshop ต้องพร้อมที่จะรับและให้

4) คุณอำนวยต้องเป็นตัวจริง ต้องรู้จักสงบใจอย่าเอาแต่พูด คอยดูบรรยากาศให้ผ่อนคลายชื่นชม ต้องทำตัวให้ Low Profile หน่อย (บทบาทน้อยหน่อย แต่เน้นให้คุณกิจมีบทบาทเยอะๆ)

5) ตัวชี้วัดในความสำเร็จของการทำ KM Workshop คือ การเกิด Action Plan ที่จะทำในการจัดการความรู้ขององค์กร

6) ปัญญาญาน (Intuition) หรือการหยั่งรู้อันเกิดได้จากการทำสมาธิ ทำให้เกิดการสร้างความรู้ใหม่และความรู้ที่สร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่งจำเป็นต่อองค์กรแห่งการเรียนรู้

... และอื่นๆ อีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์สำหรับนศ. MBA ที่บ้างก็ได้ริเริ่มโครงการ KM ในองค์กรไปแล้ว และบ้างก็กำลังคิดโครงการอยู่

ขอบคุณสำหรับความรู้แบบ Actionable Knowledge จากท่านอาจารย์ประพนธ์คะ

จันทวรรณ