ผมไม่รู้ว่า... สิ่งที่ทำไปจะเกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงหรือไม่

รู้เพียงว่า ผมทำไปแล้วมีความสุข เลยทำอย่างไม่ลังเล

อยู่หัวไร่ปลายหน้าก็ไป...แต่ถ้ายุ่ง ๆ ช้าบ้าง แต่ไปแน่นอน

บึ่งรถมอเตอร์ไซด์ไปตะลอนเลาะบ้าน

 

 

ล้างแผล  ฉีดยา หรือเข้ายาตามแพทย์สั่ง...ให้คนไข้  ผู้พิการ จิตเวช ผู้เฒ่า ที่มาอนามัยไม่ได้

หรือเปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ...สิ่งเหล่านี้ ทำให้ผมมีความสุข

ทั้งที่ไม่ได้เงิน และไม่ขอรับเงิน 

เพราะผมเต็มใจทำให้จริง ๆ  ทั้งที่ไม่ทำก็ได้

แต่บางอย่างถ้าให้ผมจริง ๆ ผมก็ขอรับไว้ อย่างไม่ขัดศรัทธาผู้ให้

เช่น ขนม ผลไม้  กระทียม หอม  หรือของแห้ง ๆ หรือพระเครื่องก็มีครับ

 

 

 

ผมมองน้องหรือพี่หมออนามัยเล่าถึงความรู้เช่นเดียวกับผม

ผมถือว่า เป็นเสน่ห์ของหมออนามัยครับ

สิ่งที่เราได้กลับมามากมายนัก ซึ่งใครเอาของเราไปไม่ได้ นั่นคือ การเรียนรู้

เพื่อเข้าใจตนเอง  เข้าใจผู้อื่น และโลก

บางวันผมเผลอยิ้มคนเดียวอย่างมีความสุขที่คิดถึง

 

 

ผมชอบการเดินทาง และงานศิลปะทุกอย่างที่สร้างจากมือของมนุษย์

แต่ด้วยวาระของเวลา โอกาสอันลงตัว และเงื่อนไขการเงิน

ทำให้ผมไม่สามารถโบยบินไปตามที่ใจต้องการ

แต่เมื่อผมไปทำหัตถการให้ผู้ป่วยที่บ้าน

ผมได้เรียนรู้ชีวิต ที่มาของศิลปะ และศิลปะที่งดงามของชาวบ้านด้วย

นับเป็นการทดแทนที่มีค่าของผมอย่างยิ่ง

 

 

อย่างเช่น การทำผ้าห่มจากเศษผ้า

แม่ผู้ป่วยของผม...ซื้อเศษผ้าจากตลาดกิโลละ 50 บาท

นำมาต่อกันเป็นรูปดอกไม้ หรือรูปตามชอบใจ

ใช้ผ้าขอบ อีกกิโลละ 50 บาท

แม่ใช้เวลาทำแต่ละผืน สั้นสุด 3 วัน

มากที่สุด 3 เดือน แล้วแต่อารมณ์ และโอกาส

 

 

ผ้าห่มหนึ่งผืนก็ใช้ประมาณ 3 กิโล หรือ 150 บาท

แม่ขายให้ผู้มาขอซื้อที่บ้านผืนละ 500 บาท

มีผู้มาซื้อผ้าห่มแม่ตลอดฤดูกาล...แม้กระทั่งยามหน้าร้อนเช่นนี้

พอได้ค่ารถ.. ค่าอาหาร พาลูกชายไปหาโรงพยาบาล

 

 

ผมจึงขอตั้งชื่อบันทึกบันทึกนี้ของผมว่า…

วันที่ฟ้าสีคราม...เปลี่ยนเป็นฤดูกาลอบอุ่น