
Richard Davidson เป็น ศาสตราจารย์ทางจิตวิทยาสมอง (Neuropsychologist) ทำงานที่ U.of Wisconsin ทำงานวิจัยเรื่องของการฝึกจิตโดยเฉพาะทางสายพุทธ เพื่อดูว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสมองอย่างไร
หนังสือเล่มนี้ได้แบ่งอารมณ์ความรู้สึกออกเป็น 6 มิติดังนี้
- Resilience: หมายถึง การกลับคืนสู่อารมณ์ปกติ (เร็ว/ช้า)
- Outlook: หมายถึง มุมมองทัศนคติที่มีต่อโลกภายนอก (+/-)
- Social Intuition: หมายถึง การปรับตัวเข้ากับสังคมภายนอก
- Self-Awareness: หมายถึง การมีสติรับรู้ถึงความรู้สึกภายในตัวเรา
- Sensitivity to Context: หมายถึง ความไวในการการรับรู้และควบคุมความรู้สึกของตัวเองต่อสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
- Attention: ความสามารถที่เฉียบคมและชัดเจนในการจดจ่อกับสิ่งที่ต้องการ
เจ้าอารมณ์ความรู้สึกทั้ง 6 มิตินี้ มีรูปแบบเฉพาะที่ชัดเจนของการทำงานของเซลล์ในพื้นที่ต่างๆของสมอง และแน่นอนครับก็จะไปมีผลต่อการพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของเราด้วย
จากความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์สมอง ทำให้ค้นพบว่าสมองของมนุษย์นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้(neuroplasticity) และการฝึกจิตก็คือเครื่องมือในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการทำงานของเซลล์สมองนั่นเอง(Train your mind change your brain)
เครื่องมือในการฝึกจิตนั้นมีมากมายครับ แต่ใครจะใช้อะไรอย่างไรแล้วได้ผล ก็คงขึ้นอยู่กับบริบทของคนๆนั้นครับ
แต่ที่ได้ผลดีและมีอยู่ใกล้ตัวเรามากๆก็คือ การฝึกจิตทางสายพุทธเรานี่แหละครับ ทีมนักวิจัยทางสมองได้ทดสอบมาแล้วพบว่า
การฝึกจิตโดยวิธี "การเจริญสติ(Mindfulness meditation)" และ "การเจริญเมตตากรุณา(Compassion meditation)" เป็นสุดยอดของเครื่องมือในการฝึกจิตครับ
ดังนั้นถ้าอยากมีสุขภาพจิตดี สุขภาพกายดี ก็หมั่นฝึกจิตบ่อยๆนะครับ
ขอบคุณค่ะ อาจารย์มีประโยชน์มาก ที่ รพ.พิมาย มีการสับสนุนให้บุคลากรฝึกเจริญสติ ในช่วง 10.00 น. และเวลา 14.00 น. โดยใช้เสียงระฆัง 3 ครั้ง ดีมากค่ะอาจารย์ บางครั้งเรากำลังอารมณ์ขึ้นกับคนไข้ พอได้ยินเสียงระฆังมันช่วยในการ เรียกสติกลับมาได้ ไม่ถึงกับฟิวล์ขาดค่ะ
ชอบครับ อยากทำวิจัยเรื่องนี้ในการฝึกผู้ป่วยstrokeจังเลย แต่ระหว่างนี้จะเอาไปทดลองใช้ก่อนนะครับ