ฮิคารุ
นพ. วิโรจน์ ตระการวิจิตร

No.2: สรุปย่อบางส่วนของหนังสือ "The Emotional life of your brain"


อารมณ์ความรู้สึกต่างๆของมนุนย์เป็นผลมาจากการทำงานที่มีรูปแบบของสมอง การฝึกจิตสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบนั้นได้

         Richard Davidson เป็น ศาสตราจารย์ทางจิตวิทยาสมอง (Neuropsychologist) ทำงานที่ U.of Wisconsin ทำงานวิจัยเรื่องของการฝึกจิตโดยเฉพาะทางสายพุทธ เพื่อดูว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสมองอย่างไร 

         หนังสือเล่มนี้ได้แบ่งอารมณ์ความรู้สึกออกเป็น 6 มิติดังนี้

  1. Resilience: หมายถึง การกลับคืนสู่อารมณ์ปกติ (เร็ว/ช้า)
  2. Outlook: หมายถึง มุมมองทัศนคติที่มีต่อโลกภายนอก (+/-)
  3. Social Intuition: หมายถึง การปรับตัวเข้ากับสังคมภายนอก
  4. Self-Awareness: หมายถึง การมีสติรับรู้ถึงความรู้สึกภายในตัวเรา
  5. Sensitivity to Context: หมายถึง ความไวในการการรับรู้และควบคุมความรู้สึกของตัวเองต่อสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่
  6. Attention: ความสามารถที่เฉียบคมและชัดเจนในการจดจ่อกับสิ่งที่ต้องการ

        เจ้าอารมณ์ความรู้สึกทั้ง 6 มิตินี้ มีรูปแบบเฉพาะที่ชัดเจนของการทำงานของเซลล์ในพื้นที่ต่างๆของสมอง และแน่นอนครับก็จะไปมีผลต่อการพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของเราด้วย

       จากความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์สมอง ทำให้ค้นพบว่าสมองของมนุษย์นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้(neuroplasticity) และการฝึกจิตก็คือเครื่องมือในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการทำงานของเซลล์สมองนั่นเอง(Train your mind change your brain)

       เครื่องมือในการฝึกจิตนั้นมีมากมายครับ แต่ใครจะใช้อะไรอย่างไรแล้วได้ผล ก็คงขึ้นอยู่กับบริบทของคนๆนั้นครับ

       แต่ที่ได้ผลดีและมีอยู่ใกล้ตัวเรามากๆก็คือ การฝึกจิตทางสายพุทธเรานี่แหละครับ ทีมนักวิจัยทางสมองได้ทดสอบมาแล้วพบว่า

       การฝึกจิตโดยวิธี "การเจริญสติ(Mindfulness meditation)" และ "การเจริญเมตตากรุณา(Compassion meditation)" เป็นสุดยอดของเครื่องมือในการฝึกจิตครับ

      ดังนั้นถ้าอยากมีสุขภาพจิตดี สุขภาพกายดี ก็หมั่นฝึกจิตบ่อยๆนะครับ 

 

        

  

หมายเลขบันทึก: 482342เขียนเมื่อ 18 มีนาคม 2012 11:14 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 กันยายน 2012 09:49 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

ขอบคุณค่ะ อาจารย์มีประโยชน์มาก ที่ รพ.พิมาย มีการสับสนุนให้บุคลากรฝึกเจริญสติ ในช่วง 10.00 น. และเวลา 14.00 น. โดยใช้เสียงระฆัง 3 ครั้ง ดีมากค่ะอาจารย์ บางครั้งเรากำลังอารมณ์ขึ้นกับคนไข้ พอได้ยินเสียงระฆังมันช่วยในการ เรียกสติกลับมาได้ ไม่ถึงกับฟิวล์ขาดค่ะ

ชอบครับ อยากทำวิจัยเรื่องนี้ในการฝึกผู้ป่วยstrokeจังเลย แต่ระหว่างนี้จะเอาไปทดลองใช้ก่อนนะครับ

฿666.00 -74.89%
฿1,300.00 -49.54%
฿130.00 -42.31%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี