ก่อนการเดินทางไปยังกรุงเทพฯ มีเวลาได้นั่งนิ่งและสำรวจตู้หนังสือตัวเองอีกครั้ง หลังจากว่างเว้นมายาวนาน
ตอนนี้ในตู้หนังสือของผมอัดแน่นด้วยหนังสือและนิตยสารในราวๆ 5 พันกว่าเล่ม ปลายทางแห่งความฝันอันสูงสุดคือการหอบหนังสือเหล่านี้กลับบ้านเกิด เพื่อสร้าง "แหล่งเรียนรู้เล็กๆ ที่บ้านไร่ปลายนา" ของผมเอง
ผมเชื่อและศรัทธาว่า "การอ่าน" คือกระบวนการเติบโตของชีวิต เป็นการเติบโตทั้งในมิติ "โลกทัศน์" และ "ชีวทัศน์"
ในห้วงของการรอการเดินทาง ผมหยิบหนังสือมาอ่านคั่นเวลาไปพรางๆ ครั้งนี้หยิบจับหนังสือ "คัมภีร์จีน" ที่แปลและเรียบเรียงโดย "อาจารย์วุฒิชัย มูลศิลป์" มาอ่าน พิมพ์และจำหน่ายเมื่อปี 2529 โดยสำนักพิมพ์ต้นอ้อ ซึ่งผมซื้อมาครอบครองไว้กับตัวเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2543
หนังสือเล่มดังกล่าวนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาสังเขปฉบับย่อเกี่ยวกับราชวงศ์สำคัญของจีน นอกจากนั้นก็เป็น "ปรัชญา" ของนักปราชญ์จากสำนักต่างๆ ที่กลั่นออกมาในรูปของคัมภรี์ต่างๆ อาทิ คัมภรี์ขงจื้อ คัมภีร์เต๋า คัมภีร์ม่อจื๊อ คัมภีร์ฝ่าเจีย
ภายในตัวเล่ม เป็นคำคมปรัชญาสั้นๆ ชวนอ่าน ชวนคิดและชวนจำ มีภาพวาดในแบบฉบับของชาวจีนประดับอยู่แทบทุกหน้า พลอยให้เพลินตา และชื่นเย็นใจเป็นที่สุด
และนี่คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวแก่นคิดที่ปรากฏในหนังสือที่ว่านี้...
คัมภีร์ขงจื้อ
ขงจื้อจับปลาด้วยเบ็ด ไม่ใช่แห
และไม่ยิงนกด้วยเกาทัณฑ์
ขณะที่นกกำลังหลับ
...
ขงจื้อกล่าวว่า
เมื่อเดินไปด้วยกันสามคน
ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจะต้องมีครูเสมอ
โดยเลือกเอาคุณสมบัติที่ดีมาประพฤติตาม
และหลีกเลี่ยงไม่ประพฤติตามคุณสมบัติที่เลว
...
มีอยู่สี่อย่างที่ขงจื้อปรารถนาจะขจัดให้หมดสิ้น
คือ จิตที่ลำเอียง การตัดสินโดยปราศจากเหตุผล
ความดื้อดึง และการเอาตนเป็นศูนย์กลาง
...
ขงจื้อกล่าวว่า
คนดีจะต้องทำได้ก่อนที่จะพูด
และจากนั้น
จึงจะพูดในสิ่งที่เขาได้กระทำไปแล้ว
...
คัมภีร์เต๋า
เต๋าให้กำเนิดสรรพสิ่ง
คุณธรรมเป็นผู้เลี้ยงดู
วัตถุธาตุให้รูปร่าง
สภาพแวดล้อมทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์
...
(มนุษย์) ที่ดีที่สุดเปรียบเสมือนน้ำ
น้ำเป็นสิ่งที่ดี
เพราะอำนวยประโยชน์แก่ทุกสิ่ง
และไม่ชิงดีชิงเด่นกับใคร
น้ำย่อมอยู่ในที่ต่ำ
ซึ่งคนทั้งหลายรังเกียจ
ดังนั้น น้ำจึงอยู่ใกล้เต๋า
...
เมื่อไม่ยกย่องสิ่งที่มีค่า
ประชาชนก็จะไม่แข่งขันกัน
เมื่อไม่ประเมินค่าสมบัติที่หายาก
ประชาชนก็จะไม่ลักขโมย
เมื่อไม่แสวงหาวัตถุที่เย้ายวน
จิตใจของประชาชนจะไม่ถูกรบกวน
ดังนั้นปราชญ์จึงปกครองโดย..
ทำจิตใจของเขาให้ว่างเปล่า
ทำท้องของเขาให้เต็ม
และทำกระดูกของเขาให้แข็งแกร่ง
...
คัมภีร์ม่อจื๊อ
ทุกคนมีมาตรฐานความถูกต้อง
หรือความผิดของตนเอง
ยิ่งมีคนมาก
ก็ย่อมมีมาตรฐานของตนเอง
และประณามมาตรฐานคนอื่น
ดั้งนั้นผู้คนจึงประณามมาตรฐานซึ่งกันและกัน
...
ผู้ซึ่งมีคุณธรรม
จะต้องอุทิศตนเพื่อผลประโยชน์ต่างๆ ของโลก
และขจัดความหายนะทั้งปวง
...
กษัตริย์ผู้เป็นปราชญ์ในสมับโบราณ
ทรงเน้นการยกย่องคนดี
และจ้างผู้ที่มีความสามารถทำงาน
คนดี...จะต้องได้รับการยกย่องและสนับสนุน
...
คัมภีร์ฝ่าเจีย
เมื่อนักปราชญ์ปกครองแว่นแคว้น
เขาไม่ได้หวังให้ประชาชนทำดีเพื่อตนเอง
แต่จะใช้มาตรการนั้น
เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนทำชั่ว
...
ถ้าใครคาดหวังว่า
จะได้ลูกศร ซึ่งตรงโดยธรรมชาติ
ในชั่วอายุร้อยคน ก็คงหาไม่ได้
แต่ในทุกชั่วอายุคนก็มีคนยิงนกได้
ทำไม จึงเป็นเช่นนั้น
ก็เพราะเขาใช้เครื่องมือทำให้ลูกศรตรง...
ทำนองเดียวกัน
ผู้ปกครอง จะต้องใช้รางวัลและการลงโทษ
(เพื่อเป็นเครื่องมือทำให้คนเป็นคนดี)
...
ความจริงแล้ว
ในสมัยโบราณและสัมยปัจจุบัน
ย่อมมีวัฒนธรรมแตกต่างกัน
คนปัจจุบันกับคนสมัยก่อน
ก็มีความประพฤติแตกต่างกัน
การที่จะนำเอา
หลักคุณธรรม และความรัก
มาใช้ปกครองประชาชน
ในยามที่เต็มไปด้วยความยุ่งยาก
ก็เหมือนกับความพยายามขี่ม้าป่า
โดยปราศจากบังเหียน และแส้ฉะนั้น
นี่เป็นทุกข์ที่เกิดจากความโง่เง่า
ตอนนี้ถึงสนามบินเเล้วไหมครับ... ยินดีต้อนรับนะครับ ส่งสาวสวยไปถือป้ายรอรับที่สนามบิน
ผมเพิ่งค้นพบหนังสือที่คุณพนัสให้ผมเมื่อครั้งก่อน เเละเปิดอ่านอย่างจริงๆจังๆเช้านี้ มีประโยชน์มาก ตรงกาล ตรงเวลาพอดีสำหรับการใช้ครับ
หนังสือวิถีครูเพื่อศิษย์ ผมได้ขอโควต้าให้เเล้วครับ จะนำไปให้ที่มหาสารคามในเร็ววันนี้
โอโหน้องแผ่นดิมีหลายเล่มเลย ชอบร้านหนังสือที่น้องแผ่นดินทำ รออ่านโครงการส่งหลานน้อยไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก 555
*ขอบคุณค่ะ..ได้คติดีๆมาเป็นแนวคิด..
*ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ..นับเป็นอานิสงค์สูงในการจะแบ่งปันหนังสือเป็นวิทยาทานแก่เยาวชนเช่นนี้ค่ะ..
ชาว SCB ชวนกันทำความดีSCB ชวนกันทำดี จัดห้องสมุดให้กับโรงเรียนจตุวัฏมหาราชานุสรณ์ จ.สมุทรสงคราม
มาแอบเปิดตู้หนังสือคุณแผ่นดิน
ขงจื้อบอกว่า ทำให้ได้ก่อนแล้วจึงพูด
แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป
เพราะวันๆเห็นแต่มีคนพูดๆๆๆๆๆ
แต่ไม่ลงมือทำสักที
ทองคำสีเหลืองมีเนืองนองแผ่นดิน.. แต่..เพื่อนที่ยังคบกันจนผมเปลี่ยนสี จะมีสักกี่คน????