ความคิดเปลี่ยน เมื่อ 6 ปี ก่อน หลังจากโค่นป่าหมาก บนพื้นที่กว่าไร่  ที่เห็นว่า… หากปล่อยให้หมากที่ปลูกไว้เดิมโตขึ้นเรื่อย ๆ   วันเวลาเปลี่ยนแปลงไป ร่างกายก็มีแต่จะโทรมลง และแก่ลงทุกวัน  เมื่อถึงวันนั้น แล้วใครจะมาขึ้น มาแหงนคอสอยหมากเหล่านี้ไปขายให้นะ  (ไม่คาดหวังว่าเด็ก ๆ สมัยนี้ จะพิสมัยการปีนหมากขึ้นหมากเป็นอาชีพเสริมแบบเราเป็นแน่แท้)  มีหวังว่า…หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้น  นั่งหลับตานึกสภาพของสังขาร เมื่อบั้นปลายชีวิตแล้ว ….คงจะไม่ไหว..…

 

 

 

  

มาวันนี้ ผืนดินที่เหลืออยู่ว่าไร่นั้น ถูกเปลี่ยนสภาพเป็นแปลงยางพาราผืนน้อย อีกผืนหนึ่ง ที่เริ่มให้ผลผลิตแล้วหลังจากที่ใช้ระยะเวลาการดูแลรักษาพวกเค้าอยู่ร่วม 6 ปี

 

 

 

 

ยางใหม่กว่าไร่ นี้ มีความแปลกตากว่าสวนยางเดิมที่มีทุเรียน มังคุด และลองกอง แซมอยู่ระหว่างอกยาง

นั่นคือ… ต้นเนียง(ไม่ใช่ต้นเหรียงนะ!!) ที่ปลูกแซมไว้กับต้นยางเมื่อ 6 ปีที่แล้วเช่นกัน 

 

ณ เวลานี้.....วันนี้ ผลผลิตที่ต้นเนียงเค้ามอบให้เราจึงไม่น้อยหน้าไปกว่า…เกลอยาง….เพื่อนร่วมชีวิต ที่เติบโตมาพร้อมๆ กัน

 

 

 

ลำต้นของต้นเนียงดูแข็งแรง บึกบึนกว่าต้นยาง เมื่อ เปรียบเทียบกัน แบบต้นต่อต้น 

(แสดงว่า…สภาพแวดล้อมแบบเดียวกัน  หากแต่มิต้องบำรุงด้วยปุ๋ย ก็สามารถเติบโตเป็นต้นเนียงที่แข็งแรงสูงใหญ่ได้ง่ายกว่า ยางพาราเป็นไหนๆ )

ทำให้รู้ว่าหน่วยก้านต้นเนียงเนี่ย!! หากเปรียบมวยกับต้นยางแล้ว คงไม่ต้องบอกว่า ….ใครจะชนะ!!

 

 

 

เงยคอ…มองดูลูกเนียง ช่อน้อย ๆ เหล่านี้…. อดกลืนน้ำลายไม่ได้เชียว

คิดถึงอาหารมื้อเย็น… น้ำพริกลูกเนียงอ่อนที่กำลังกิน  รวมถึงใบไม้ใบหญ้า ที่ปลูกไว้ข้างบ้าน ทั้ง ยอดเหรียง ยอดมันปู ยอดตำลึง และอีกสารพัดยอดผัก ที่เด็ดกินได้รอบบ้าน

 

 

 

ความเป็นสวนผสมผสานเนี่ย…. มันมองดูมีชีวิตชีวาดีนักเชียว

ทำให้อดคิดถึง พ่อหลวงไม่ได้   พระองค์ท่านสอนให้เรารู้จักการทำไร่นาสวนผสม  มีความสุขด้วยวิถีชีวิตแห่งความพอเพียง ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย 

ชีวิตที่เป็นอยู่ ณ เวลานี้  จึงพอที่จะเรียกว่าการบูรณาการงานที่ชีวิตเลือกได้ อย่างมีความสุข….อีกรูปแบบหนึ่งจริง ๆ นะ