การสอนดีต้องมียิ้ม? (๓)

 

การเป็นคนมีอารมณ์ขันเป็นสิ่งที่ดี ผมเองก็เชื่อตามกระแสกะเขาด้วย เช่นเวลาถูกชะตากรรมอะไรเล่นงาน หรือถูกเจ้านายดุ ถ้ามีอารมณ์ขันมันก็ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ กล่าวคือ มองเห็นว่าเป็นเรื่องตลก จิตใจก็เลยไม่เครียดมากเท่าคนที่ไม่รู้จักมองโลกในแง่ขำขันเสียบ้าง

 

แต่การมีอารมณ์ขันกับการสอนให้ตลกขบขันนั้นมันคนละเรื่องกันนะครับ

 

 

สมัยผมเรียนภาษาอังกฤษที่รร.นายเรือ ครูฝรั่งท่านหนึ่งท่านตั้งใจสอนมาก โดยท่านไม่ได้ตั้งใจให้ตลก แต่สำหรับผมแอบขำในใจแทบกลิ้งๆ เช่น พอท่านสอนคำศัพท์ว่า adhere (การติดหนึบ)  ท่านก็เอามือไปลูบฝุ่นชอล์คแล้วเอามาทาหน้าท่านเอง เพื่อจะบอกเราว่า นี่ไงคือการ   adhere   เวลาท่านสอนศัพท์ instability (ความไม่เสถียร) ท่านก็คว้าเก้าอี้นั่งมา แล้วเอาขาข้างหนึ่งของมันมาตั้งบนจมูกของท่าน ซึ่งเก้าอี้ก็จะล้ม ท่านก็บอกว่านี่ไง มันไม่เสถียร

 

บางทีผมก็ปล่อยมุกตลกแปลก ด้านๆ ระหว่างการสอนเหมือนกัน เช่น เวลาผมสอนเรื่องการแพร่ของโมเลกุล (molecular diffusion) ของอากาศ ผมอาจยกตัวอย่างว่า เวลาคนเราตดนั้นลมตดมันแพร่ออกไปได้ในวงกว้าง และจะแพร่ออกไปทั่วทั้งโลกในที่สุด ดังนั้นลมตดของคนที่คุณเกลียดที่สุดนั้นคุณก็สูดเข้าจมูกวันละหลายร้อยโมเลกุล นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่ามนุษย์เราเกี่ยวดองกันอย่างแน่นแฟ้น ดังนั้นอย่าเกลียดโกรธกันเลย รักกันไว้เถิดดีกว่า  (ถือโอกาสทำตามพรบ.การศึกษา คือสอนความรู้คู่คุณธรรมซะเลยอีกต่อ)

 

แต่นี่เป็นการตลกในกรอบ ไม่ได้นอกกรอบ ก็คงพอได้อยู่นะครับ  อิอิ

 

..คนถางทาง (๘ มีนาคม ๒๕๕๕)