ความจริงผมนั้นมีพรสวรรค์ด้านตลกพอควร ถ้าจะสอนแบบแทรกมุกตลกผมคงทำได้ดีไม่แพ้ใคร แต่ผมละเว้นการทำเช่นนั้น เพราะเห็นว่ามันจะทำลายบรรยากาศอัน”ศักดิ์สิทธิ์”ของการสอน
การออกมุกตลกของมนุษย์นั้นผมเห็นว่า เป็นการอวดอีโก้อย่างหนึ่ง กล่าวคือทำเพื่อให้คนชื่นชมตนนั่นเอง
การสอนแบบแทรกอารมณ์ขันนั้นยังเป็นการเอาเปรียบครูอาจารย์ท่านอื่นที่ไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ เนื่องเพราะมันมักถูกกับจริตเด็ก ทำให้เป็นครูยอดนิยมของเด็กส่วนใหญ่โดยปริยาย ทั้งที่วิชาความรู้ที่สอนนั้นก็อาจงั้นๆแหละ (เพราะเอาเวลาไปคิดหามุกตลกมากไปหน่อย เลยไม่ค่อยมีเวลาเตรียมความรู้เพื่อเอาไปสอน .ฮา)
การสอนแบบตลกยังอาจเป็นการบ่มเพาะนิสัยที่ไม่ดีให้กับเด็กโดยไม่รู้ตัว เช่นอาจมีผลกระทบต่อความเคร่งครัดในการทำงาน ผมไม่ทราบว่าในทฤษฎีจิตวิทยาจะได้มีการศึกษาประเด็นนี้ไว้บ้างหรือไม่ แต่เท่าที่ผมเห็นคือ นิสัยคนไทยเราชอบแซวกันแบบตลกๆ ส่วนฝรั่งไม่ค่อยมีนิสัยนี้ และน่าสังเกตไหมว่าฝรั่ง”จริงจัง” กับการทำงานมากกว่าคนไทย
...คนถางทาง (๘ มีนาคม ๒๕๕๕)
คิดว่าพรสวรรค์ในการถ่ายทอดให้สนุก (คงไม่ต้องถึงตลก) น่าจะช่วยให้ความรู้เข้าถึงผู้เรียนและจุดประกายให้อยากเรียนมากขึ้นนะคะ และอาจจะขึ้นกับสิ่งที่เราจะสอนด้วยไหมคะ เช่นถ้าสอนภาษา เอาแบบไม่ตลกเลยก็คงเคร่งเครียด
ขอบคุณบันทึกชุดนี้ค่ะ อ่านแล้วกระตุ้นความคิดเห็นดีค่ะ