จากการทำงานในพื้นที่สนามหลวงพบว่า ยังมีหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ยังลงพื้นที่แบบไร้ทิศทาง ต่างคนต่างทำ ไม่มีการประสานงานร่วมมือกันทำงานเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาอย่างแท้จริง จะเห็นได้จากการทำงานในพื้นที่ ในช่วงเวลาปกติ (๐๘.๐๐ ๑๖.๓๐) ที่มีหลายหน่วยงานลงทำงานในช่วงเวลาดังกล่าว ที่มีกลุ่มเป็นหมาย เป็นคนเร่ร่อน เด็กเร่ร่อน คนขายบริการในพื้นที่ ที่มีหน่วยงานมากกว่า ๓ ๔ หน่วยงาน ที่ ต่างคนต่างลงมาในพื้นที่ และแย่งชิงความนิยมจากกลุ่มเป้าหมายอย่างเมามันและดุดันในบางช่วงบางขณะ ซึ่ง เหล่านี้ ได้รับการบอกเล่าจากกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ที่อิสรชน ลงทำงานในช่วงเวลากลางคืน ( ๑๘.๓๐ ๐๓.๐๐) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว มี หน่วยงานของภาครัฐที่ทำงานด้านการปราบปราม ทั้งในท้องที่ และ นอกพื้นที่ ทำงานอย่างดุดัน และ สม่ำเสมอ จน หลายครั้ง อิสรชน ได้รับการร้องเรียน จากกลุ่มเป้าหมายถึงพฤติกรรมการแสดงออกต่อ กลุ่มเป้าหมายที่ไม่เหมาะสมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ...???

จากเหตุการณ์ดังกล่าว พอจะอนุมาณได้ว่า ปัญหาจากการทำงาน ในช่วงที่ผ่านมานั้น เกิดจากการไม่ประสานงานในรายละเอียดในขั้นตอนการทำงานในระดับพื้นที่กันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับ หน่วยงานด้านการปราบปรามของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ขาดทักษะ หรือละเลยการปฏิบัติต่อกลุ่มเป้าหมายในฐานะของพลเมืองที่ควรจะได้รับอย่างเท่าเทียม ??

การทำงานแก้ไขและบรรเทาปัญหาในพื้นที่สนามหลวง สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือ ความร่วมมือที่เกิดจากความเข้าใจในสภาพปัญหาอย่างแท้จริง และที่สำคัญการแสดงออกต่อกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ ที่มีทั้ง เด็กเร่ร่อน คนเร่ร่อน คนขายบริการ คนไร้บ้าน ที่ต้องการการแสดงออกที่ ไม่ใช่พฤติกรรมความรุนแรง อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น คือ การ พูดคุย สร้างข้อตกลง และ ความร่วมมือกันในการทำงานระดับพื้นที่ อย่างแท้จริง ที่ต้องไม่ก่อให้เกิดความหวาดระแวงกันและกัน เจ้าหน้าที่ภาครัฐเอง ต้องไม่แสดงพฤติกรรมข่มขู่ และพฤติกรรมความรุนแรงต่อ คนทำงานในพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมาย คนทำงานภาคเอกชน ในพื้นที่ ก็ควรทำงานในฐานะการแสวงหาความร่วมมือและประสานงานการทำงานเชิงบวกกันอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ควรจะเร่งดำเนินการทำอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ การจัดเวทีภายในของคนทำงานที่มาจากหลากหลายหน่วยงาน ให้ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลและสถานการณ์ในระดับพื้นที่ในการทำงานเพื่อหาแนวทางการแก้ไข หรือบรรเทาปัญหาที่รุมเร้าในพื้นที่สนามหลวง อย่างเป็นรูปธรรมและต้องเร่งด่วนที่สุด ความร่วมมือดังกล่าว หาก สามารถทำได้อย่างแท้จริง และต่อเนื่อง สนามหลวง ก็ จะสามารถเป็นกรณีตัวอย่างในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่าง คนในพื้นที่ และผู้รับผิดชอบภาครัฐ