รายได้มวลรวมประชาชาติของเรานั้น กว่า 2 ใน 3 เป็นรายได้ของนักลงทุนจากต่างชาติ
หลักฐานดูได้จากความแตกต่างของ GDP กับ GNP เพราะ GDP (gross domestic product) คือรายได้ของคนทั่วโลกบนแผ่นดินไทย ส่วน GNP (gross national product) คือรายได้ของคนไทยทั่วแผ่นดินโลก
ข้อมูลปี 2543 จากนิตยสาร Asiaweeks ระบุว่า GNP ของเราน้อยกว่า GDP ประมาณ 3 เท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก เพราะชี้ให้เห็นว่าคนต่างชาติหยิบมือเดียวมีรายได้มากกว่าคนไทยทั้งประเทศสองเท่า
แต่ก็ไม่เห็นมีนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ท่านใด หรือ รัฐบาลชุดไหนตระหนกตกตื่น หรืออาจถึงกับไม่ทราบข้อมูลนี้ด้วยซ้ำไป เห็นมีแต่คุยว่าเรารวยแล้ว เพราะ GDP สูงและเพิ่มขึ้นทุกปี โดยหารู้ไม่ว่า 2 ใน 3 ตกอยู่ในมือของนักลงทุนต่างชาติไม่กี่คน (และ 1 ส่วนของเรานั้นก็อยู่ในมือคน”ไทย”ไม่กี่ตระกูลที่ร่วมลงทุนกับนายทุนต่างชาติอีกต่างหาก)
เศษเงินเล็กน้อยที่นายทุนชาติ สมคบกับนายทุนต่างชาติ โยนให้คนไทยทั่วประเทศคือค่าแรงขั้นต่ำที่พอประทังชีวิต ที่ต้องแลกมาด้วยความล่มสลายของครอบครัวไทยทุกหัวระแหง เพราะพ่อแม่เดินทางมาหากินแรงงานตามนิคมอุตสาหกรรม ปล่อยให้ลูกเล็กอยู่กับปู่ย่าตายายตามยถากรรมในภูมิลำเนา ช่วงเทศกลาปีใหม่หรือสงกรานต์นั่นแหละจึงจะได้ฝ่าภยันตรายและความยากลำบากของการจราจรคับคั่งทั่วประเทศกลับไปหาลูกเต้าที่บ้านเกิดเมืองนอนสักที
...ในขณะที่นายทุนชาติและต่างชาติ นอนเล่นสบายที่ดาดฟ้าเรือยอร์ชราคาหลายล้านหยดเม็ดเหงื่อของแรงงานคนไทยรากหญ้าผู้ต่ำต้อย
...คนถางทาง
เศษเงินเล็กน้อยที่นายทุนชาติ สมคบกับนายทุนต่างชาติ โยนให้คนไทยทั่วประเทศคือค่าแรงขั้นต่ำที่พอประทังชีวิต .....น่าคิดนะครับ
ฮึ่ม..นี่มาติดย้อนหลัง ก็ใช่เลยครับ
สรุปคือประเทศไทยเรานี่มันราคา แสนถูก จริงๆ
คิดดูว่า AIA GE Apple CP AIS มันมีเงินเท่าไร เพียงแค่มันลงขันกันคนละหยิบมือ มันก็ซื้อประเทศเราได้แล้ว ผ่านมือนักการเมืองขายชาติโง่ๆ เลว ๆ พวกนี้
ต้องไม่ลืมด้วยว่า มันลงทุนซื้อชาติเราเพียง "ครั้งเดียว" แต่มันกินชาติเราไปได้อีกนานแสนนาน แบบนี้มันระบบนายทุนกินรวบนี่หว่า