จักรยาน แบ่งประเภท ตามลักษณะการใช้งาน คร่าวๆ   เช่น

  • Touring :   ไม่มีทั้ง shock หน้า  และ หลัง    ตะเกียบหน้าแบบยืดหยุ่นไม่ได้     ขนของ เดินทางท่องเที่ยว   สบายๆ ทางไม่โหด    มีตระกร้าจ่ายกับข้าว   นั่งซ้อนท้ายก็ได้ 

ข้อดี  คือ การที่ ไม่มี shock หลัง  ทำให้ เวลาขึ้นเขา  ไม่กินแรง

ข้อเสีย คือ เวลา off road จะ กระด้าง  กระเทือนมากๆ  และ ตะเกียบหน้า  แตกหักได้ถ้าขี่แบบ off load

  • Hard Tail  :  มี Shock หน้า   แต่ไม่มี shock หลัง   ขี่แบบ cross country ดี    ขึ้นเนิน ไม่กินแรง เพราะ ล้อหลังไม่ยวบลงไป 
  • Full suspension : มีทั้ง shock หน้า  และ ระบบกันกระเทือนล้อหลัง     ขี่แบบ cross country ก็ได้   ขี่แบบ free  ride ( กระแทกแรง กระโดดข้ามอุปสรรค ) ก็พอได้ 

 มีบางประเภท ที่ใช้ shock รุ่นใหม่ๆ  อัตโนมัตไม่ยุบบนทางเรียบ แต่ จะยุบเมื่อทางไม่เรียบ  แต่ ราคารถจะแพง    

  • Free ride:  มีShock หน้า ยุบมากๆ  เกิน 4 นิ้ว  ใช้ ขี่ กระโดดลงจากที่สูงได้    ขี่ทางวิบากมากๆ  ไต่ข้ามก้อนหินได้    การที่ล้อหลังยุบ ทำให้กินแรงเวลาขี่ขึ้นเนินชันๆ
  • Down hill:   มี Shock หน้า ยุบได้มากๆ     เบาะนั่ง จะเตี้ยกว่าประเภทอื่นๆที่อธิบายไปแล้ว  เพราะ เน้นลงเขาสถานเดียว   เวลาจะขี่ ต้องให้เพื่อนพาไปส่งยอดเขา ยอดเนิน    แล้วให้เพื่อนมารอรับที่ปลายเนิน     ขับแบบนี้ อุปกรณ์กันเข่า แข้ง ข้อศอก มีมากมาย  หมวกกันน็อค จะปิดคาง (คล้ายจักรยานยนต์) คนขี่ ต้องมีข้อมือ ข้อแขนดีๆ ควบคุมรถขณะไหลลงเร็วๆได้   
  • เสือหมอบ :   วิ่งบนถนนดีๆ   ยางจะหน้าแคบ  แฮนด์จะงอแบบเขาแกะ  ขี่ทางไกลดี  รถมีน้ำหนักเบา  ความเร็วสูง   พวกเสือหมอบนี้เอามาขี่ off road ไม่ได้      

เสือภูเขา  คือ  เราจะเจอพวก Hard tail เป็นส่วนมาก  ส่วนพวก full suspension พบเห็นได้บ่อยๆ  แต่  Free ride และ  downhill ไม่ค่อยเห็น   หรือ พบในสนามแข่ง