เมื่ออากาศเปลี่ยนไป ก็นึกถึงสมัยหนุ่ม ๆ

  ติดต่อ

  ชีวิตที่เป็นอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะดนตรี ขับกล่อมจิตใจ ขัดเกลาอุปนิสัย   

วันนี้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ครับ

ในช่วงกลางวันผมได้มีโอกาสไปดูภาพยนต์เรื่องหนึ่งที่เฝ้ารอมานาน

"Season Change เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย"

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีเนื้อหาที่ดีมาก ๆ ครับ ประมาณว่าเอาเรื่องแฟนฉัน เรื่องเพื่อนสนิท แล้วก็เรื่องโหมโรงมาผสมกัน

แต่กระนั้นก็อย่าพูดเรื่องหนังมากเลยครับ เดี๋ยวจะหาเป็นการโฆษณาเกินไปครับ

สิ่งที่ทำให้ผมนึกอยู่ตลอดเวลาที่ชมหนังเรื่องนี้ ก็คือ

ตอนนั้นถ้าเราตัดสินใจไปเรียนดนตรี ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรนะ

จะเป็นแบบในหนังไหม หรือว่าจะเป็นอย่างไร

ชีวิตผมเคยเกือบเลือกเดินทางนั้นมาแล้วครับ

 

หลาย ๆ คนสงสัย ว่าหน้าอย่างผมเนี่ย เล่นดนตรีเป็นด้วยเหรอ

5555 เป็นครับ พอได้เลย

เพราะชีวิตที่เป็นอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะดนตรีเนี่ยแหละครับ

ขับกล่อมจิตใจ ขัดเกลาอุปนิสัย และสร้างผมให้เป็นผมมาได้จนทุกวันนี้

 

 

 

ชีวิตเมื่อสมัยหนุ่ม ๆ มีความสุขกับเสียงดนตรีครับ

จนครั้งหนึ่งอาจารย์ผมเคยถามว่า เรียนจบแล้วไปเรียนต่อเอกดนตรีไหม

ตอนนั้นผมกำลังจะสอบเปียโนเกรด 6 ของโรงเรียนสยามยามาฮ่าครับ

อาจารย์บอกว่า ถ้าได้เกรด 6 ได้โควต้าเขามหาวิทยาลัยเลยนะ

แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าสิ่งใดมาลิขิตชะตาชีวิตครับ 

ตกลงว่าผมปฏิเสธเลือกเดินทางนั้นครับ

เพราะอาจารย์ของผมเองอีกนั่นแหละครับ มาบอกว่า

"เล่นดนตรีเพื่อเป็นฐานชีวิต เรียนอย่างอื่นแล้วก็ยังเล่นดนตรีได้" คำพูดของอาจารย์ณรงค์ รัตนไทรแก้ว ครับ เป็นอาจารย์สอนดนตรีที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตผมครับ

ตอนนั้นเรียนดนตรีหนักมากครับ

วันละประมาณ 4-5 ชั่วโมง จันทร์-ศุกร์ครับ (เรื่องค่อนข้างยาวครับคอยติดตามได้ในไดอารี่ชีวิตนะครับ) 

พอเรียนไปตอนนั้นมีอาจารย์สองท่านครับที่สอนเปียโนผมก็คือ

อาจารย์โตครับ พันโทพิสิฐ อัจฉรากร และอาจารย์เก๋ครับ อาจารย์อิทธิพล ท่านจบมาจากมหาวิทยาลัยพายัพครับ

ตอนนั้นได้มีโอกาสไปแสดงดนตรีบ่อย ๆ ครับ

เล่นคอนเสิร์ตเหมือนในหนังเลยครับ แต่เป็นการแสดงเดี่ยวเปียโน

พอดูหนังแล้วคิดถึงสมัยหนุ่ม ๆ เลยครับ ว่าความสุขจากการเล่นดนตรีนั้น "มีสุขอย่างไร"ครับ

เรียนและเล่นอย่างมีความสุข

ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเรียนพิเศษตอนเย็นครับ

ตอนเย็นเลิกเรียน เล่นดนตรี ซ้อมดนตรีครับ

ดนตรีมีประโยชน์มาก ๆ ครับ ที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะมีดนตรี

จิตใจ สมาธิ เป็นฐานที่สำคัญยิ่งในการเรียน

นอกจากจะเป็นฐานในการเรียนแล้วยังสามารถสร้างงานสร้างอาชีพได้อีกด้วยครับ

ซึ่งผมได้มีโอกาสไปอบรมการสอนเปียโนของโรงเรียนสยามกลกาลที่เชียงใหม่ครับ แล้วก็กลับมาสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ 

พอกลับมาปุ๊บก็ต้องตัดสินใจว่า

เราจะไปเอาโควต้าเพื่อเรียนต่อเอกดนตรีที่กรุงเทพฯ หรือว่าจะเรียนสาขาอื่นโดยกลับไปอยู่ที่บ้าน

และแล้ว ผมก็เลือกกลับบ้านครับ

กลับไปเรียนบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรครับ

คิดผิดไหมเหรอครับ

ไม่มีผิดมีถูกหรอกครับ ใครจะรู้ว่าเดินไปอีกทางแล้วจะเป็นอย่างไร

แต่ทางนี้เป็นทางที่เราเลือก และเป็นทางที่ดี เกียรตินิยมอันดับ 1 ที่ได้มาก็เพราะดนตรี

ไปไหนไม่เคยห่างหายจากดนตรี

ดนตรีคือชีวิตและจิตใจ Mind & Body

ไม่ได้เล่นก็ขอให้ได้ฟัง ไม่ได้ฟังก็ขอให้ได้ร้อง ไม่ได้ร้องก็ขอให้ใจได้คิด

คิดถึงสิ่งที่มีความสุข

วันนี้นอกจากจะได้สุขในพักผ่อน ยังได้สุขที่ย้อนกลับไปคิดถึงสมัยหนุ่ม ๆ อีกครับ 

สุขใดจะเท่าความสุขที่เกิดขึ้นจากจิต

เป็นจิตที่ดีงาม

เป็นจิตที่ถูกหล่อหลอมและขัดเกลามาอย่างถูกต้องและเหมาะสม

เปลี่ยนแปลงความสุขนั้นมาเป็นการทำประโยชน์ให้สังคม

เพื่อให้โลกนี้หมดความทุกข์ระทม สดใสและงดงามตลอดไป

 


ขอพลังแห่งความสุขจากดนตรีจงสถิตกับทุกท่านตลอดไปครับ

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 48036, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 9, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ดนตรี#ความสุข

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (9)

  • คนที่อายุมากขึ้น(แก่) มักจะ(ชอบ) เล่าเรื่องตอนหนุ่มๆ เพราะมีความสุข
  • สุขมาก-สุขน้อย อยู่ที่ใจเรา และพลังใจนั้นเราต้องฝึกสร้างมันขึ้นมาได้ด้วยตัวของเราเอง
  • ยินดีด้วยที่อาจารย์มีความสุข  ขอให้ความสุขนั้นยั่งยืนตลอดไป...ครับ

 

  • รูปตอนหนุ่มๆ นี่ เอ๊าะ มั่กๆ ขอบอกGirl 2  อืม...จริงอย่างที่พระท่านว่า อนิจจัง สังขารคนเราไม่เที่ยง ดูสิ กาลเวลาทำให้อะไรๆ เปลี๊ยนไป
  • เป็นโชคดีของวงการเพลงจริงๆ ที่อาจารย์จอห์นไม่หันไปเอาดีทางด้านดนตรี ไม่งั้นก๊อฟ/ไม๊ค์ คงมีคู่แข่งที่น่ากลัว น่ากลัวมั่กๆ   Afraid บรื้อ.....อิๆๆๆๆ (ล้อเล่นน่า ขำขำ)
  • อ้อ...moomiกะป้าบวม ไม่งอนก็ดีเท่าไหร่แล้วนะเนี่ย ไอ้เราอ่านบันทึกอื่นๆ ก็นึกว่านั่งเครียดอยู่ที่หอ ที่ไหนได้ ดูซิ หนีไปดูหนังก็ไม่ชวน (เพราะชวนก็ไม่ไป 5555 )
  • แต่พรุ่งนี้moomiกะป้าบวม เราจูงมือกัน ลั้น ลา...ไปดู "อาจารย์ใหญ่" กัน ฮั่นแน่ ม่ายช่าย อาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนหรอกจ้า แต่เป็นหนังเรื่อง "อาจารย์ใหญ่" ที่เขาเปลี่ยนชื่อเป็น "ศพ" ไง
  • ดูหนังสยองขวัญแก้เคล็ด ก็เมื่ออาทิตย์ก่อนถูกเรียกเข้าไปนั่งตัวเกร็งในห้องเย็นซะ 3 ชม. จะได้กระตุกขวัญตัวเองกลับมา 5555 Eyes Poppin 
  • บอกแล้วไงว่าป้าบวมไม่กลัวผี เพราะมั่นใจ๋มั่นใจว่า ป้าบวมน่ะน่ากลัวกว่าผีอีก แหะๆๆๆ  Scared To Death 






  • 55555 จะตอบอันไหนก่อนดี จะเรื่องกอล์ฟไหมหรือเรื่องดูหนังก่อนดี
  • เอาเรื่องหลังก่อนแล้วกันครับ
  • ผมบอกป้าบวมแล้วครับ ว่าผมไม่ได้เครียด ไม่ได้อารมณ์เสีย แต่โกรธที่เห็นพี่น้องชาวไทยของผมโดนทำร้ายครับ แค่ขอ Build อารมณ์ให้ได้พูดออกมาบ้างครับ เพื่อประโยชน์กับส่วนรวมครับ พูดจบก็จบกันครับมาทำงานต่อครับ
  • สำหรับเรื่องกอล์ฟไมค์นี่ท่าจะจริงครับป้าบวม เพราะถ้าผมเอาดีด้านดนตรีนี่ พลพลคงอาจจะไม่ได้ดังเท่าทุกวันนี้ครับ เพราะแก้มกับหน้าตาผมกินขาดครับ55555
  • สำหรับเรื่องสังขารนั้น ไม่บ่ายโมงจริง ๆ ครับ เดินไปเรื่อย ๆ ยิ่งทำงานมากผมยิ่งบางครับอิอิ
  • และประเด็นเรื่อง "อาจารย์ใหญ่หรือศพ" นั้น ขอบอกว่า น่ากลัวสุด ๆ ครับ ผมว่าป้าบวมจะไม่ได้คลายเครียดครับ แต่จะต้องขวัญผวาออกมาจากโรงแล้วหลอนถึงบ้านแน่ ๆ ครับ เพราะตอนนี้ผมยังหลอน ๆ อยู่เลยครับ
  • เพราะผีในเรื่องโคตะระโหดเลยครับ เป็นหนังผีเรื่องแรกที่ดูแล้วแบบ ตกใจซ้ำซ้อนมาก
  • ปกติผีก็จะออกมาแว๊บ ๆ ทำให้ตกใจ แต่อันนี้แว๊บแล้วยังมีหน้ากระโดดเข้าใส่อีก หลบแล้วตกใจแล้วยังเข้ามากอดอีก สุด ๆ เลยครับ
  • ขอให้ป้าบวมและท่านmoomi โชคดีในการดูหนังครับ ระวังมีใครที่ไม่ใช่ใครมานั่งดูข้าง ๆ ด้วยนะครับ
  • อุ้ยพูดไปเริ่มกลัวเองแล้วครับ ถ้าอย่างไรโชคดีนะครับ อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
  • ขอให้พลังแห่งความน่ารักสถิตกับท่านทั้งสองตลอดไปครับ
......ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีเนื้อหาที่ดีมาก ๆ ครับ ประมาณว่าเอาเรื่องแฟนฉัน เรื่องเพื่อนสนิท แล้วก็เรื่องโหมโรงมาผสมกัน......พี่ชอบหนังเรื่องโหมโรง....ดูอยู่จนทุกวันนี้....ว่าจะไปดูหนังเรื่องนี้ตามคำเล่าของคุณ....ว่าเขาเอาโหมโรงมาผสมผสานอย่างไร.. ขอบคุณค่ะ ....(หนังเรื่องล่าสุดที่ดู....นึกดูน่าจะเป็น....ช้างก้านกล้วย)...
  • ถูกต้องแล้วครับพี่วีรยุทธ ตอนนี้รู้สึกว่าผมเริ่มอายุมากขึ้นแล้วครับ ชอบคิดชอบเล่าเรื่องสมัยหนุ่ม ๆ ครับ
  • เล่าแล้วมีความสุขดีครับ บางครั้งก็ได้คติอะไรสอนใจเยอะจากย่างก้าวต่าง ๆ ที่เคยผ่านมาครับ
  • ถ้าอย่างไรพี่วีรยุทธลองเล่าบ้างสิครับ จะได้รู้สึกคล้าย ๆ กัน
  • ขอพลังแห่งความรู้และปัญญาสถิตกับท่านพี่ตลอดไปครับ
  • ถ้าอย่างไรไปดูมาแล้วอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับคุณเมตตา
  • ผมก็ติดใจและชื่นชอบหนังเรื่องโหมโรงมาก  ๆครับ ดูแล้วก็คิดถึงสมัยหนุ่ม ๆ ครับที่เคยเล่นดนตรีไทย "มือฉิ่ง" ประจำวงครับ
  • สำหรับวงดุริยางค์ ผมเป็นมือคาริเนทและแซกโซโฟนครับ แต่ตอนนี้รู้สึกว่า 7 ปี ว่างเว้นซ้อมดนตรี คงจะเล่นไม่ค่อยได้แล้วครับ
  • ขอบพระคุณคุณเมตตาอีกครั้งครับที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเสมอ ๆ
  • ขอพลังความมหัศจรรย์แห่งดนตรีจงสถิตกับท่านตลอดไปครับ
  • Crying Into Tissueแง..แง..แง งง งงง ง  
  • อดดูหนัง ง่ะ ฮือๆๆๆ
  • งานเพียบเลย ดูดิ ตูล่ะเซ็ง!!!
  • เจ้าหลานตัวแสบ Shy Girl ที่นัด moomiกะป้าบวมว่าจะไปดูด้วยกัน ก็ดันมาเบี้ยวซะอีก...เพราะว่า she ต้องไปซ้อมกับวงซิมฯ
  •   ไม่ย้อม ไม่ยอม ROTFL เค้าจะดูง่ะ เค้าจาดู ทำไม๊ ทำไม พระเจ้าไม่เข้าข้างคนสวยอย่างเราบ้างเล๊ย.....
  • 55555 นั่นแหละครับ เฮ้อ จะไปเป็นอาจารย์ใหญ่ซะหน่อย เอ้ยไม่ใช่ครับ ไปดูอาจารย์ใหญ่
  • หลานป้าบวมนี่อยู่วง ซิมแฟนซี เหรอครับ น่าไปดูบ้างจัง ตอนแรกว่าจะไปดูหมีแพนด้าที่เชียงใหม่ คราวนี้ไม่ต้องแล้ว ไปหาป้าบวมแล้วก็ดูที่นั่นเลย อิอิ ล้อเล่นนะครับ
  • ก็คราวหน้าไปดูสองเรื่องควบเลยครับ ดูอาจารย์ใหญ่ก่อนแล้วก็ดู season change คนละอารมณ์กันดีครับ
  • แหม ก็พระเจ้าอยากให้คนสวย ๆ และทำงานดี ๆ อย่างป้าบวมทำงานน่ะสิครับ ไม่อยากให้ไปไหน อยู่เฝ้าสำนักงานนี่แหละ ปล่อยให้คนอื่นเขาไปเที่ยวกัน เราทำงาน ๆ  ๆ ๆ เผื่อจะได้ 5 ขั้นบ้างครับ อิอิ
  • ขอให้พลังแห่งการทำงานสถิตกับป้าบวมและท่านmoomi ตลอดไปครับ