จุดอ่อนอย่างหนึ่งของเด็กๆในปัจจุบัน คือ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง จะบอกวัยนี้กำลังเรียนรู้ ทดลอง เลียนแบบ จึงทำให้ดูอย่างนั้น ก็มีส่วนถูก แต่ถ้าจะหมายรวมถึงทุกเหตุการณ์ คงไม่น่าใช่

จากการสังเกตเด็กหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการแต่งกาย ดูหนัง-ฟังเพลง หรือขาดความเอาใจใส่ต่อเรื่องเรียน เหล่านี้ล้วนแต่มีลักษณะคล้ายคลึง หรือแทบจะถอดแบบมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน เบ้าหลอมที่ว่าก็น่าจะเป็นรายการทีวี อินเทอร์เน็ต หรือสื่อต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นผลผลิตจากผู้ใหญ่เองแทบทั้งสิ้น

แต่ที่แย่กว่านั้นของผู้ใหญ่ เป็นพฤติกรรมตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ซึ่งรับบทเป็นพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ หรือบุคคลสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญของเด็ก สังคมเรามีผู้ใหญ่อย่างนี้สักกี่มากน้อย? ถ้าประเมินจากจำนวนเด็ก จำนวนผู้ใหญ่ซึ่งเป็นแบบฉบับ คงไม่น้อยไปกว่า 

ถ้าจะบอกว่า นั่นไง! ก็แค่การเรียนรู้ ทดลอง หรือเลียนแบบ แต่ความละม้ายคล้ายคลึง หรือความเหมือนกันแทบจะทั้งนั้นล่ะ จะอธิบายอย่างไร? มิใช่ขาดการคิดไตร่ตรอง หรือขาดความเป็นตัวของตัวเองดอกหรือ?

เด็กที่ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง จะเป็นได้แค่ผู้ตามหรือผู้บริโภคเท่านั้น ไม่สามารถเป็นผู้นำหรือผู้ผลิตที่ดีได้เลย นอกจากจะไม่เกิดสิ่งใหม่ ไม่เกิดเทคโนโลยี หรือไม่เกิดนวัตกรรมแล้ว เด็กคนนั้นอาจถูกชักจูงหรือมอมเมาไปสู่หนทางที่ผิดได้ง่าย ปัญหาทางเพศ การพนัน หรือยาเสพติดในหมู่เยาวชนบ้านเราจึงสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

ความไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ค่านิยมไม่ดีไม่งามระบาดอย่างรวดเร็ว การใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งหญิงและชายต่างมุ่งความงามในเรือนร่างเป็นสรณะ ตามแบบอย่างดารานักร้องชื่อดังหรือไอดอล เงินทองที่ยังแบมือขอพ่อแม่ไม่พอ ถึงกับต้องหามาเพิ่ม ขนาดต้องขายบริการทางเพศ ก็เป็นข่าวครึกโครมให้ได้ยินอยู่บ่อย

ทุกวันนี้ใครไม่รู้จักดาวเตะหรือทีมฟุตบอล โดยเฉพาะทีมดังจากต่างประเทศ อาจเชยจนไม่สามารถเข้าพวก ไปจนถึงควรหาทีมใดทีมหนึ่งมาประดับไว้ในใจ เป็นสาวกทีมนั้นทีมนี้ เท่ไม่หยอกในสายตาตัวเอง พร้อมอาจเป็นวิถีก้าวเข้าสู่วงจรแห่งการพนันในที่สุด การพนันไม่เคยสร้างคนอยู่แล้ว หากวันใดภาวะหนี้สินพอกพูนจนหาทางออกไม่เจอ วันนั้นก็อาจกำเนิดอาชญากรคนใหม่ขึ้นมาได้

ยาเสพติด บุหรี่ ยาบ้า กลับมาแล้ว เหยื่อผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ของผู้ใหญ่ไร้ศีลธรรม ผู้ปรารถนาเพียงความมั่งคั่ง มักเป็นเด็กหรือเยาวชน เพราะโฆษณาชวนเชื่อไม่ยาก

นอกจากตัวอย่างตามที่กล่าวมา สำหรับในสังคมบ้านเรา คงมีอีกหลายกรณี ซึ่งน่าจะชี้ได้ว่า เด็กๆขาดความเป็นตัวของตัวเอง

ถ้าเทียบกับปัญหาคุณภาพการศึกษาที่ใครก็บ่นถึงนั้น ความไม่เป็นตัวของตัวเองน่าจะมาจาก นักเรียนคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือใช้วิจารณญาณไม่เป็น ภูมิคุ้มกันหรือทักษะชีวิตจึงต่ำ ยิ่งน่าวิตกใช่หรือไม่? โดยเฉพาะโอกาสที่โรงเรียนจะสอนให้นักเรียนคิด วิเคราะห์ หรือสังเคราะห์ วันนี้กำลังถูกท้าทายอย่างแข็งขัน นอกจากการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เกณฑ์การประเมินตัดสินคุณภาพโรงเรียนด้วยผลสอบโอเน็ต ก็เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงอีกรายหนึ่ง

แทนที่โรงเรียนจะเกาให้ถูกที่คัน โดยมองไปที่อนาคตเด็กๆเป็นสำคัญ ด้วยการเน้นการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนตามหลักสูตรให้มากที่สุด แต่ไม่เป็นเช่นนั้น โรงเรียนเลือกที่จะใช้วิธีเร่ง เหมือนเร่งผลไม้ให้สุกก็ไม่ปาน กล่าวคือ โรงเรียนส่วนใหญ่มักใช้วิธีการติว หรือการสอนพิเศษเพิ่มเติม เหมือนกับสถาบัน หรือโรงเรียนกวดวิชาอันเฟื่องฟู มิหน้ำซ้ำบางโรงที่เงินหนาก็จ้างครูกวดวิชามืออาชีพเข้ามาสอนเสียเลย

วิธีการสอนเช่นนั้น เน้นให้รู้เนื้อหาสาระเข้าว่า หรือเน้นให้ทำข้อสอบได้แค่นั้น ทักษะชีวิต คิด วิเคราะห์ เพื่อให้รอบรู้ ทันคน ทันเหตุการณ์ ไม่หลงผิด ใช้วิจารณญาณอย่างสมเหตุสมผล รวมถึงคุณธรรมจริยธรรม แทบไม่ต้องพูดถึงกัน

เคยคุยกับเด็กๆ ลูกศิษย์ครูต้องรักและหยิ่งในศักดิ์ศรีตนเอง ศักดิ์ศรีกินไม่ได้ก็จริง แต่จำเป็นมากในการดำเนินชีวิต จะทำอะไรก็ตามที่ผิด ไม่เป็นที่ยอมรับ ต้องคิดให้หนัก คิดแต่จะลอกการบ้านเพื่อน เรามีศักดิ์ศรีนะ เราก็คน เขาก็คน หนึ่งสมองเท่ากัน ขนาดคงไม่แตกต่างกันนักด้วย ไม่อายหรือ? ทำเองไม่ภาคภูมิใจ หรือไม่รู้สึกมีเกียรติกว่าหรือ? เรียนรู้ ทำความเข้าใจ หรือใช้ผลงานเพื่อนเป็นตัวอย่างได้ แต่ไตร่ตรองให้ดี ถูก-ผิด ดี-เลว ควร-ไม่ควร และท้ายที่สุดเราต้องลงมือลงแรง คิดเองทำเอง คอยแต่แบมือขอ..ต้องอาย ต้องรักและหยิ่งในศักดิ์ศรีตน

ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า “ศักดิ์ศรีคน จะทำให้แต่ละคน เป็นตัวของตัวเองครับ”