อากาศยามเช้าในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ยังคงหนาวเย็นอยู่ หลังอาหารเช้าฉันนั่งจิบชาร้อน ผิงแดด อยู่หลังบ้าน ตั้งใจจะอ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้หลายวันแล้วให้จบ เสียงนกปรอดหลากชนิด นกเอี้ยง นกกินปลี ยังคงเจื้อยแจ้วเป็นระยะๆ โดยเฉพาะที่ต้นชมพู่ที่มุมสวน ช่างเป็นที่คึกคักด้วยเหล่าอาคันตุกะทั้งหลายที่มาเยี่ยมเยียน ต่างผลัดเปลี่ยนเวียนวนกันไปทานบุฟเฟต์ชมพู่แดงกันอย่างเอร็ดอร่อย
นานๆ ทีก็จะได้ยินเสียงชมพู่หล่นลงบนพื้นดิน
ฉันถามยายว่าไม่มีใครกินชมพู่ต้นนั้นหรือ ยายบอกว่ากินไม่ทัน ปล่อยให้นกไว้กินเถอะ นกปิ๊ดจะลิว (นกปรอดหัวจุก) ชอบบินมากินเป็นฝูงๆ ตั้งแต่เช้า สลับเปลี่ยนกันเข้าออกทั้งวัน ชวนให้คิดว่าแค่ต้นชมพู่เพียงต้นเดียวก็สามารถเป็นแหล่งอาหารให้หลายต่อหลายชีวิตในช่วงเวลาหนึ่ง นกหลากชนิด กระรอกหลายๆ ตัวแบ่งกันกินผลไม้จากผลเดียวกัน จากต้นเดียวกัน โดยไม่มีปัญหาการแบ่งแยก ชิงดีชิงเด่นใด คงเพราะสัตว์เหล่านี้มองเห็นความสมบูรณ์ มั่งคั่ง ของทรัพยากรที่มี ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องหวงหรือกักตุนไว้เพื่อตัวคนเดียว คนในบ้านก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวหรือทำร้ายพวกมัน พวกเขาก็เลยพาครอบครัว คู่รัก มากิน มาอยู่อาศัยในบริเวณนี้ นกพวกนั้นคงรู้สึกมั่งคั่งและผาสุกไม่น้อย
สำหรับคนเรา...ก็ความมั่งคั่งและความสุขเหล่านี้มิใช่หรือที่เป็นจุดมุ่งหมายสำคัญหนึ่งในชีวิต จะต่างกันก็ตรงที่ว่าความมั่งคั่งของเราไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยสี่พื้นฐาน อาหารให้อิ่มท้อง บ้านที่เป็นเพียงที่พักพิง เพียงความปลอดภัยในร่างกาย ความสุขของเราไม่ได้มีเพียงการอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวกับคนรัก และการมีชีวิตไว้เพื่อพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณเท่านั้น เราจึงรู้สึกว่าชีวิตที่มั่งคั่งและเปี่ยมสุขนั้นยังคงลางเลือนและอยู่ไกล...
ครั้นจะให้หยุดทุกสิ่งที่ขวนขวายทำมาเสียกลางคันในตอนนี้ แล้วดำเนินชีวิตด้วยสิ่งที่มี สิ่งที่เป็นก็คงเป็นไปได้ยาก ด้วยเหตุผลนานาประการที่สุดแต่ใจจะสรรหามาอธิบาย ความอยากที่จะให้คงอยู่ของความสะดวกสบายในชีวิต ความอยากที่จะได้รับการยอมรับ การนับหน้าถือตาในสังคมที่เราอาศัยอยู่ ความอยากที่จะเป็นที่รักของใครต่อใคร ความอยากที่จะอยู่อยู่ในสภาวะที่เป็นความสุขของเราและคนที่เรารัก หรือแม้แต่ความอยากในการพัฒนาเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น เพื่อโลกที่สวยงามน่าอยู่ขึ้น เพื่อจิตวิญญาณที่สูงส่งขึ้น ยังคงทำให้เราต้องดิ้นรนหาให้ได้มา และพยายามรักษาไว้ซึ่งสถานะเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องเหลือเชื่อใด
แต่ทว่าในหนทางของการแสวงหาและรักษาจุดมุ่งหมายที่เรียกว่าความมั่งคั่งและความสุขในชีวิตนั้น ฉันจึงหวังที่จะทำโดยการให้ได้มาด้วยความสุจริตใจ ไม่ก่อความเดือดร้อนเบียดเบียนคนอื่น สัตว์ใด หรือแม้แต่ตัวฉันเอง หากมีโอกาสการช่วยเหลือ แบ่งปันให้กับผู้ร่วมเส้นทาง ก็ทำได้ด้วยใจที่เมตตา
ในขณะที่เดินไปฉันขอเพียงให้การเดินทางสู่จุดมุ่งหมายที่ยังอีกไกลนั้น อยู่บนเส้นทางของความสมดุล ด้วยสายตาที่เหลือบมองจุดหมายแต่ขณะเดียวกันก็จะไม่ลืมที่จะเปิดใจรักและชื่นชมในสิ่งที่มีในทุกวันนี้ ดังที่เนลสัน แมนดาลา เขียนไว้
"After climbing a great hill, one finds there are many more hills to climb. I have taken a moment here to rest, to steal a view of the glorious vista that surrounds me, to look back on the distance I have come. But I can only rest for moment, for with freedom comes responsibilities, and I dare not linger, for my long walk has not yet ended."
"หลังจากการป่ายปีนเทือกเขาสูง เราจะรู้ว่ายังมีเทือกเขาอีกหลายลูกให้เราป่ายปีน ผมถือโอกาสที่จะหยุดพักที่นี่ เพื่อซึมซับเอาความงดงามของเทือกเขาใหญ่น้อยรอบตัว เพื่อยืนมองหนทางยาวไกลที่ผมเดินผ่านมา แต่ผมก็คงหยุดพักได้เพียงชั่วครู่ เพราะอิสรภาพนั้นนำมาซึ่งความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่ผมไม่อาจรีรอ และการเดินทางของผมนั้นยังไม่สิ้นสุด"
ค่ะ…หนังสือในมือที่ฉันอ่านคือ A long walk to freedom เขียนโดย อดีตประธานาธิบดี เนลสัน แมนดาลา นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาเพื่อสันติภาพ
ฉันไม่ได้ไปปีนเขาเลยไม่มีรูปทิวทัศน์มาให้ดูชม แต่ขอเอารูปนก รูปกระรอก ที่กำลังกินชมพู่ที่บ้านมาฝากค่ะ

...

...

...

...

...

...

...

...

...

...
เฮ้อ… กินจนอิ่มแระ ขอพักผ่อนก่อนนะคร้าบ…

...
พวกเราก็เหนื่อย นั่งดูนก ดูกระรอก ตั้งนานสองนาน (และก็ทำอะไรพวกมันไม่ได้ด้วย) ขอนอนก่อนคร้าบ…

ราตรีสวัสดิ์และฝันดีค่ะ....
ด้วยความนอบน้อม,
ปริม ทัดบุปผา
สิงคโปร์
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ชอบท่าโหนนี้จังนะ ^____^
นอนก่อนหละ สายๆมาชิมเนื้อหาบันทึกต่อค่ะ
สวัสดีเช้าวันพุธครับคุณปริม...
ชีวิตคือการเดินทาง...ใช่เลยครับ
เหมือนเดินขึ้นภูเขา
เดินขึ้น-เดินลง
ได้พบเจอสิ่งที่เข้ามา และสิ่งที่เราค้นหามากมาย
แต่ที่สำคัญที่สุดได้เรียนรู้กับการอยู่กับใจของเราเองครับ
ท่ามกลางธรรมชาติและการชื่นชมสิ่งรอบตัว
ขอส่งกำลังใจให้คุณปริมนะครับ
ให้ค้นพบกับสิ่งที่หวัง
ชอบเรื่องราวและรูปถ่ายมากที่สุดด้วยนะครับ
พุธอรุณสวัสดิ์ค่ะคุณปริม
ไม่ว่า ทางเดินอันยาวไกล แค่ไหน
ขอเพียงมีใจ เพลิดเพลิน ก็พอเพียง
งดงามทุกภาพ ขอบุคณค่ะ
เยลลี่ ของสิงคโปร์ อร่อยมากๆๆค่ะ
ชอบกระรอกค่ะ น่ารักมากมาย ทำไมนกกับกระรอกถึงยอมให้ถ่ายภาพโดยดีล่ะคะ สุดยอดเลยค่ะ^^
สวัสดีค่ะคุณ Tawandin,
เจ้าตัวนี้เล่นกายกรรมเป็นกิจวัตรค่ะ เล่นเอาคนดูหวิดหวิวไปตามกัน... :)
เมื่อคืนดูหนัง Into the wild หนังจบ 23.20 น. ทาง truevition
เช้าตื่นขึ้นมาปวดหัวมากอาจเพราะนอนดึกมาหลายวัน
มาทำงานมีน้องๆขาดงานไปหลายคนเลยไม่อยากหยุด
วันนี้จึงตั้งใจจะดูเวทนาที่เกิดขึ้นกับกายใจของตัวเองสักวัน
ย้อนนึกไปถึงหนัง การค้นหาชีวิตอันยาวไกลของ Chris Mccandless
ช่างเหมือนบันทึกของคุณปริม
ขอเป็นกำลังใจสำหรับการเดินทางของชีวิตครับ
ตอนจบของหนังเขาได้ค้นพบสิ่งที่เขาฝันไว้แต่....เศร้า ครับ
...
เห็นทางเดินยาวไกลในบันดล
มีเมฆฝนหล่นจากฟ้านภากาศ
แสงสีรุ้งทักถอละออวาด
ระบายพาดขอบฟ้าสุดตาไกล
ฟ้าหลังฝนสดใสกว่าเมื่อวาน
สุธาธารไหลรินอาจิณร่าย
ใบไม้ปลิดปลิววางสู่ทางใจ
ทอสายใยรักมั่นนับวันรอ
...
(เขียนกลอนฝากครับอาจารย์วันนี้ เมื่อคืนคิดไม่ออก :)...
ผมเกลียดแมว 555
..เดินบาง อู้บ้าง พักบ้าง..เพื่อชมความสวยงามระหว่างทาง...สร้างกำไรให้ชีวิตค่ะ
^_______^
ภาพล่างเป็นเพียงผู้ดู ไม่เข้าพวกกับเขานะครับ
สวัสดียามบ่ายๆ ค่ะคุณหมออดิเรก,
ขอบคุณค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอเช่นกันนะคะ อย่างน้อยคิดว่าวันนนี้เราเดินมาถูกทางแล้วค่ะ
เอ…ดูจากเวลาที่คุณหมอคอมเมนต์นี่ตื่นแต่เช้าหรือยังไม่ได้นอนคะเนี่ย?
:)
สวัสดีค่ะะครูอ้อย,
ไม่ทราบเป็นเยลลี่ชนิดไหนคะ ปริมจะได้ไปลองงชิมดูมั่งค่ะ อิอิ
สุขสันต์บ่ายวันพุธค่ะ
สวัสดีค่ะะครูอ้อย,
ไม่ทราบเป็นเยลลี่ชนิดไหนคะ ปริมจะได้ไปลองชิมดูมั่งค่ะ อิอิ
สุขสันต์บ่ายวันพุธค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ ชาดา ~natadee
ขอบคุณค่ะ กระรอกเค้าคงรู้ว่าคุณชาดาชอบเลยยอมเป็นนายแบบให้มั้งคะ อิอิ
เขาคงคุ้นกับคนน่ะคะ เลยไม่ใส่ใจที่มีคนนั่งถือกล้องมองดูเขาอยู่ค่ะ
มีความสขกลางสัปดาห์นะคะ
สวัสดีค่ะคุณพิชัย
ตอนนี้อาการปวดหัวคงดีขึ้นแล้วนะคะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
ต้องหาโอกาสดูหนังเรื่องนี้แล้วค่ะ น่าสนใจ
แต่คงจะไม่เผาเงิน เผาบัตรประชาชนตามพระเอกค่ะ เสียดาย อิอิ
โอ้โฮ อาจารย์ Wasawat Deemarn คะ
ตั้งแต่เกิดมาก็คงจะมีอาจารย์นี่แหละค่ะ เขียนกลอนมาฝากได้ทุกแนว ขอบคุณค่ะ...
เจ้าเหมียวสองตัวนี้เป็นลุงกับหลานกันค่ะ แต่รักกันมาก เป็นสองในเจ็ดตัวที่คุณยายเลี้ยงไว้ที่บ้าน ซนแบบน่ารักๆค่ะ
เจ้าสีดำสุขภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่กล้าแบบสุดๆ เวลานอนกลางถนนในบ้านนี่เราต้องไปอุ้มแกไปไว้ที่อื่นเพราะเรากลัวรถจจะไปทับแกเข้า ตัวแกเองไม่กลัวเลย
ส่วนเจ้าตัวสีส้มใช้ชีวิตมาแบบสมบุกสมบันมาก แบบว่ามีลูกเต็มบ้านน่ะค่ะ ตอนนี้แก่แล้วไปไหนไม่ได้แล้วค่ะ อยู่กับบ้านทุกวัน หุหุ...
สวัสดีค่ะคุณแจ๋ว
ค่ะกำไรงามเลยช่วงนี้
ภาพโปรไฟล์ใหม่ น่ารักจังค่ะ
ขอบคุณนะคะ
ท่านอาจารย์โสภณคะ
พวกเขาพยายามแล้วค่ะ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะต้นชมพู่ค่อนข้างสูงค่ะ นอนดีกว่าค่ะ อิอิ
ขอแวะมาชิมชมพู่แดงบ้างหนอ ... คงอร่อยมากมาย
ได้บรรยากาศธรรมชาติที่อิ่มเอมสุขสันต์ นะคะคุณปริม
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณภาพธรรมชาติน่ารักและข้อคิดดีๆของชีวิตที่ต้องเดินหน้าต่อไปอย่างมีคุณค่าค่ะ