ศิลปะ หมายถึง ความยืดหยุ่นในการสอนคนให้เป็นมนุษย์ มนุษย์คนหนึ่งที่สามารถรับผิดชอบตัวเอง ครอบครัว และสังคมให้งอกงามกว่าที่เคยเป็น

รายวิชา "นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา" หรือ "เทคโนโลยีการศึกษา" เดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานคุรุสภาในวิชาชีพครูที่นักศึกษาครูต้องเรียน อันเป็นวิชาที่ว่าด้วยการออกแบบและสร้างสื่อการเรียนการสอน

รายวิชานี้เป็นวิชากลางที่มีผู้สอนหลายคน ผู้สอนแต่ละคนมีวิธีการและเทคนิคการสอนที่แตกต่างกันแล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน

แน่นอนว่ากระบวนการสอนผมไม่เหมือนใคร และไม่มีใครอยากเหมือน เพราะคนเป็นครูต้องใช้เวลากล่อมเกลาในกระบวนการทั้งเนื้อหาความรู้ การฝึกหัดทำสื่อจริง พร้อมกับการพยายามเปลี่ยนแปลงวิธีคิดที่ไม่ถูกต้องตามกระแสสังคมหลัก ให้กลับมาสู่เส้นทางคุณธรรมที่ดีขึ้นกว่าเดิม

 

เริ่มตั้งแต่เข้าห้องเรียน พฤติกรรมทางการเรียน ชิ้นงาน การสอบ ฯลฯ

ผมว่า นี่เป็นศิลปะการสอนที่ยากจะเลียนแบบกันได้ เพราะ ศิลปะ หมายถึง ความยืดหยุ่นในการสอนคนให้เป็นมนุษย์ มนุษย์คนหนึ่งที่สามารถรับผิดชอบตัวเอง ครอบครัว และสังคมให้งอกงามกว่าที่เคยเป็น

เมื่อกระบวนแห่งการเห็นผลสิ้นสุด ๔ เดือน หรือ ๑ ภาคเรียน ย่อมต้องมีการพิสูจน์ว่า นักศึกษาไ้ด้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ทัศนคติ หรือการใช้ชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ ไปบ้างหรือไม่

 

เทคนิคการทดสอบที่ว่านี้ จะอยู่ในข้อสอบปลายภาคที่เป็นอัตนัยที่เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้นักศึกษาเขียนการเปลี่ยนแปลงตนเองที่เกิดขึ้น

(ใครจะตั้งคำถามในความไม่เชื่อมั่นในคำตอบ ขอให้กลับไปอ่านบันทึกเก่า ๆ ในบล็อกนี้)

 

วันนี้ (๒๑ ก.พ.๕๕) นักศึกษาครู ปี ๑ ภาคปกติ สอบประมาณบ่ายโมง ผมรับซองข้อสอบมาเตรียมตรวจ เริ่มพลิกเปิดอ่านความรู้สึกนึกคิดของเด็กทีละคน ๆ อ่านไปอ่านมา ผ่านไป ๒ ชั่วโมง ... ปกติกว่าจะอ่านจบก็หลายวัน แล้วจึงให้คะแนน

 

แต่อ่านไปพบกับ คำตอบที่น่าประทับใจของลูกศิษย์คนหนึ่ง ซึ่งผมตอนนี้ยังนึกน่าไม่ออกเลย อยากแชร์ความรู้สึกนี้ให้กับ "กัลยาณมิตร" ได้อ่านไปพร้อม ๆ กันครับ

 

 

 

.

วิธีคิด, ทัศนคติ หรือ การใช้ชีวิตของ "ตนเอง" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

คำตอบจากนักศึกษาคนหนึ่ง ...

จากการเรียนนวัตกรรมกับอาจารย์มา ทำให้เราเปลี่ยนวิธีการคิด การมองโลกไปได้หลายอย่าง ทำให้เรามีความคิดที่จะเสียสละมากขึ้น และไม่นิ่งเฉยต่อความไม่ถูกต้อง เพราะอาจารย์คอยกระตุ้นให้เราเป็นคนดี แม้เราอาจไม่ใช่คนเก่งอะไร แต่เราเป็นคนดีได้ และการทำดีก็ไม่จำเป็นต้องให้ใครเห็น ใครมาชื่นชมเรา แค่ตัวเรารู้ก็พอ

สำหรับหนูนะ การดำเนินชีวิตหนูเปลี่ยนนะ ตรงที่เราไม่จำเป็นต้องตามใคร พอในสิ่งที่มี คือ บางครั้งเราเห็นเพื่อน ๆ มีอะไรใหม่ ๆ  ดี ๆ เราก็อยากมีบ้าง แต่ความคิดนั้นได้หายไปแล้ว เพราะบางทีสิ่งของนอกกายมันไม่ได้เพิ่มคุณค่าของความเป็นคนเท่ากับใจที่อยู่ข้างใน เหมือนว่าอาจารย์คอยเตือนสติเลยทำให้ความคิดต่าง ๆ ของเราเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เรามีการพัฒนาความคิดที่ดีขึ้นสูงขึ้น และภาพอาจารย์เองก็สะท้อนให้หนูมีความคิดที่จะเป็นครูที่มาจากวิญญาณความเป็นครูจริง ๆ ซึ่งหนูมองว่า อาจารย์มีเยอะนะ และชีวิตของอาจารย์ก็เป็นแบบอย่างที่หนูอยากเจริญรอยตาม โดยเฉพาะความคิดที่ดีเหมือนอาจารย์ เป็นตัวเองดีไม่ต้องแกล้งทำให้ใครมาชื่นชมสรรเสริญตรงตามความถูกต้องเป็นพอ

 

ทบทวนสิ่งที่พูดไป ...

* ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน

* หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน (๔ เดือนเชียว)

 

 

 

๒.

วิธีคิด, ทัศนคติของตนเองที่กระทำต่อ "พ่อแม่และครอบครัว" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

คำตอบจากนักศึกษาคนหนึ่ง ...

สำหรับทัศนคติต่อพ่อกับแม่ มันทำให้เราย้อนนึกถึงความรักของพ่อกับแม่มากขึ้นสำหรับหนูแล้ว หนูบอกได้เลยว่าชีวิตหนูพ่อแม่ที่หนึ่งอยู่แล้ว หนูไม่เคยมีแฟน หนูก็เลยไม่รู้ว่าการที่รักแฟนมากกว่าพ่อกับแม่ มันเป็นยังไง

สำหรับรักเพื่อน หนูรัก แต่ไม่เท่าพ่อกับแม่ เพราะหนูใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่มาตลอด หนูเห็นถึงความยากลำบากของพ่อกับแม่เสมอ และยิ่งอาจารย์กระตุ้นถึงความกตัญญูต่อพ่อกับแม่ ทุกครั้งมันเป็นแรงที่ผลักให้หนูทำทุกวันให้ดี

บางทีบางอย่างวันนั้นเราท้อนะ แต่อาจารย์คอยย้ำ มันทำให้หนูต้องทำให้ดี หนูเลยชอบเวลาฟังอาจารย์สอน มันทำให้หนูเกิดความคิดดี ๆ เหมือนเราดูมีค่าขึ้น และทำให้หนูรู้ซึ้งถึงความสำคัญของพ่อกับแม่มากกว่าก่อน เพราะสำหรับชีวิตคน ๆ หนึ่งแล้วคงไม่มีผู้หญิงคนไหนรักเราเท่าแม่ และคงไม่มีผู้ชายคนไหนเสียสละเพื่อเราเท่าพ่อแล้ว ...

ขอบคุณสำหรับจิตสำนึกที่ดี ๆ ค่ะ คุณครู ...

 

ทบทวนสิ่งที่พูดไป ...

* ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี

* พ่อแม่อาจจะรอเห็นเรารับปริญญาไม่ทันก็ได้ จะรีบทำอะไรก็รีบทำเสียแต่เดี๋ยวนี้

 

 

 

๓.

วิธีคิด, ทัศนคติของตนเองที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่าง "เพื่อนร่วมห้อง หรือ เพื่อนร่วมหมู่เรียน" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

คำตอบจากนักศึกษาคนหนึ่ง ...

ทัศนคติที่เปลี่ยนไป คือ เรารู้สึกผูกพันนะ เพราะ Sec อื่น วิชาอื่น เรากับเพื่อนไม่ค่อยมีเวลามาทำอะไรด้วยกันบ่อยมากนัก ถ้าไม่ใช่เอกเดียวกัน แต่ Sec นี้ วิชานี้ เรามีเวลาอยู่ด้วยกันทำอะไรหลายอย่างด้วยกัน

เพื่อนบางคนดูเงียบ ๆ ดูไม่เป็นมิตร แต่ที่จริงเค้าน่ารักดี เพียงแต่เรามองไม่เจอ มันเลยทำให้หนูรู้ว่า มองคนอย่ามองแค่ภายนอก แล้วตัดสินเค้า เราต้องสัมผัสชีวิตเค้าก่อน และจากการทำงานด้วยกันมาก็ทำให้เราเห็นน้ำใจของเพื่อน ๆ แม้เพื่อนต่างสาขาเค้าก็หวังดีกับเราคอยแนะนำเรา เวลาที่เราทำงานผิด และทำให้เราอยากเสียสละเพื่อเค้าด้วย

หนูเลยมองว่า ถ้าเรามีความคิดดี ๆ เราก็จะส่งต่อสิ่งดี ๆ เพื่อคนอื่น และการที่มีคนมากระตุ้นความคิดดี ๆ แก่เรา ก็เป็นสิ่งที่ดีจึงทำให้เราแสดงออกมาในทางที่ดีแก่คนรอบข้างด้วย

 

ทบทวนสิ่งที่พูดไป ...

* ธรรมชาติของวิชานี้จะมีนักศึกษาครูมาเรียนหลายเอก กระบวนการหลายอย่างทำให้เด็กต้องทำงานร่วมกัน

* คิดดูดี ๆ ก่อนให้เครื่องหมายลบกับใคร (The Last Lecture)

 

 

 

๔.

วิธีคิด, ทัศนคติของตนเองที่มีต่อ "อาจารย์ประจำวิชา" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

คำตอบจากนักศึกษาคนหนึ่ง ... 

สำหรับอาจารย์ ทัศนคติก็เปลี่ยนเหมือนกันนะคะ คือ ตอนแรกก็คิดนะว่า อาจารย์คนนี้ ทำไมเยอะจัง ตอนแรกที่เห็นงานอาจารย์ก็คิดว่า เราจะทำได้ไหม แต่ไม่คิดย้าย section นะ เพราะหนูอยากรู้ว่า หนูจะทำได้ไหม และระยะเวลาก็ได้พิสูจน์มาแล้ว แม้มันอาจไม่ดี ๑๐๐ % แต่เราก็ทุ่มเททำ ภูมิใจมากค่ะ

ตอนแรกที่เจออาจารย์ ดูอาจารย์เป็นคนแบบเรียบ ๆ นิ่ง ๆ ไม่ดุ ไม่ด่า แต่คำพูดอาจารย์แอบเจ็บค่ะ แต่พออยู่กับอาจารย์นาน ๆ ไป รู้เลยว่า อาจารย์เป็นคนมีหลักในการดำเนินชีวิต และอาจารย์เป็นคนใจดีนะ หนูว่า อ่อนไหวด้วย และเหมือนว่าอาจารย์จะเข้าใจความรู้สึกของทุก ๆ คนเลย อาจารย์จะเอาใจใส่กับนักศึกษาทุกคน ไม่รู้หนูคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่หนูรู้สึกเหมือนอาจารย์คอยเฝ้ามองพัฒนาการของนักศึกษาทุกคน

ในระยะเวลาที่เรียนกับอาจารย์มา มันเลยทำให้ภาพแรกกับภาพสุดท้ายที่มองอาจารย์ต่างกันไป จนตอนนี้ วันนี้ หนูมีเพียงความศรัทธาในตัวอาจารย์ และนับถืออาจารย์เป็นครูในดวงใจคนที่ ๒ ในชีวิต (ครูคนแรกเป็นครูสอนหนูตอน ป.๕ ค่ะ)

 

ทบทวนสิ่งที่พูดไป ...

* ภาพแรก คือ พูดเงื่อนไขแรกที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามก่อน ใครรับไม่ได้ให้ไป DROP

* ระยะเวลา ๔ เดือน วิญญาณความเป็นครูของผมสอนพวกเขา บางทีผมเองก็ยังจำไม่ได้ว่า ได้พูดอะไรไปบ้าง เพราะแล้วแต่สถานการณ์ เนื้อหาวิชาแต่ละช่วง

* ภาพสุดท้่าย คือ บอกเหตุผลทั้งหมดที่เกิดขึ้น ๔ เดือนให้เข้าใจ ใครไม่เข้า ก็เหมือนเรียนไม่จบรายวิชานี้

 

 

 

๕.

วิธีคิด, ทัศนคติ หรือ การใช้ชีวิตของตนเองที่จะเดินทางไปสู่เป้าหมายในอนาคต คือ "การเป็นครูที่ดี" ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

คำตอบจากนักศึกษาคนหนึ่ง ...

เปลี่ยนมากค่ะ หนูอยากบอกอาจารย์ตรง ๆ เลย เพราะตอนแรกหนูคิดเพียงว่า เราเรียนแค่ได้เกรดดี ๆ ก็ดีแล้ว หนูลืมนึกถึงคุณภาพไป แต่ยังดีที่รู้ตัวตอนปี ๑ ทำให้หนูเริ่มใหม่ได้อยู่ เพราะตอนแรกมาเรียนจิตวิทยา เพราะชอบจิตวิทยา แต่ไม่ชอบครู ตอนนี้รู้แล้วว่า การเป็นครู มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ สำคัญด้วย และการเป็นครูที่ดี และเป็นคนที่ดีด้วยเนี้ยะยิ่งน่าท้าทาย มันเลยเปลี่ยนความคิดไปเยอะเลย ทำให้หนูอยากเป็นครูที่มาจากข้างใน คิดถึงลูกศิษย์ก่อนเสมอ และมอบสิ่งดี ๆ ให้เค้า

หนูอยากเป็นครูดอยค่ะ แม้ใครจะบอกว่าลำบาก แต่หนูมาจากความยากลำบากนั้นหนูเห็นถึงการขาดการศึกษาของเด็ก ๆ หนูอยากเป็นคน ๆ นั้นที่จุดประกายความฝันของเด็กหลาย ๆ คน หนูว่า หนูเป็นครูบนดอยอบอุ่นดีนะ มันไม่เสแสร้งดี จริงใจ และเด็ก ๆ ก็ขาดโอกาส เป้าหมายของหนูจึงอยากเป็นครูดอย และเป็นครูดี มีจิตวิญญาณความเป็นครู

หนูคิดว่า เราสร้างได้ค่ะ และหนูจะนำทุกคำสอนของอาจารย์ไปปรับเปลี่ยนทัศนคติหลายด้านของหนู เพื่อที่จะเป็นครูที่ดีเหมือนอาจารย์

 

ทบทวนสิ่งที่พูดไป ...

* ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน

* สอนโดยไม่สอน

* สอนแบบไม่รู้ตัว

* สอนด้วยการกระทำให้เห็น และเป็นจริง

 

 

 

๖.

ทักษะและความรู้ที่ได้รับจริง จากการลงมือผลิต "สื่อการเรียนการสอน"

 

คำตอบจากนักศึกษาคนหนึ่ง ...

จากการลงมือผลิตสื่อเองทำให้เรียนรู้หลายอย่าง และได้รับอะไรหลายอย่างกลับมา ตอนแรกก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมต้องทำ แต่พอรู้ว่ามันคอยสอนเราให้เราได้ใช้ในอนาคต เลยเข้าใจ หนูคิดว่า หนูต้องได้ใช้แน่นอน และหนูจะจำงานทุกชิ้นที่ทำเพื่อที่จะใช้สอนในอนาคต และการผลิตสื่อต่าง ๆ ก็สอนให้เรามีความอดทน รอบคอบ ละเอียดด้วย และทำให้หนูรู้ว่า หนูก็มีความสามารถทำได้

ตอนแรกเห็นงานที่อาจารย์เอามาให้ดูเนี้ยะ ท้อเลย และนั่งคิดว่า เราจะทำได้ไหม? แต่ก็ทำได้อ่ะ เหมือนคำที่ว่า "อย่าคิดว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ทำ" คำนี้จริงเลย แค่เราคิดว่า เราทำไม่ได้ อะไร ๆ ก็คงจบแค่นั้น แต่ถ้าเราคิดว่าเราทำได้ เราก็ทำได้

 

ภูเขาที่ว่าสูงใหญ่ยังมีคนขึ้นไปถึง แล้วกับสิ่งเล็ก ๆ ทำไมเรายังท้อ

 

ทุกอย่างที่ผ่านมาเลย สอนให้หนูไม่ยอมท้อกับงานค่ะ ไม่ว่าวิชาไหน ๆ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับสิ่งดี ๆ ที่อาจารย์ส่งมาให้

ป.ล. ลายมือไม่สวยแล้วค่ะ คิดว่าอาจารย์คงอ่านออก

สวัสดีค่ะ อาจารย์ (....................)

 

ทบทวนสิ่งที่พูดไป ...

* คำศักดิ์สิทธิ์ "อย่าเพิ่งคิดว่าทำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ทำ"

* สอนด้วยการทำงาน (Project-Based Learning)

* สอนด้วยการลงมือทำ (Learning by Doing)

* ความยากและความลำบาก จะทำให้เราเห็นคุณค่าของงานที่เราสร้างด้วยมือ

 

 

 

ความหวัง พลังใจ

 

ผมใช้เวลาขัดเกลาจิตใจของเขาถึง ๔ เดือน โดยใช้กระบวนการเท่าที่มันสมองเล็ก ๆ จะพอคิดได้ เนื่องด้วยตัวเองเป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่ง ทำให้ต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ

การทำอย่างไรก็ได้ให้เด็ก "เปิดใจ" ออกมา จึงเป็นสิ่งที่จะพยายามครั้งแรกด้วยงานต่าง ๆ โดยการเลือกสรรวีดิทัศน์แทงใจดำ

 

ส่วนชิ้นงานที่ง่ายและยากเย็นจะสลับกันทำงานของมันเองต่อไป

การสั่งงานแต่ละชิ้นย่อมมีเหตุผลในตัวเอง แรก ๆ เด็กจะต่อต้านในเรื่องปริมาณและความหนักหนาสาหัส ต่อมาเมื่อเด็กพบว่า คุณค่าและความนับถือตนเองเกิดจากสิ่งนี้ แรงต่อต้านจึงเท่ากับ 0

 

"คุณภาพของงาน" ไม่สำคัญเท่ากับ "ความสำเร็จของงาน" ที่เขาได้ลงมือทำด้วยมือของเขาเอง

 

แต่หากผลเลวร้ายเกินไป ผมต้องสอนให้เขายอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีข้อเรียกร้องใด ๆ อันเป็นเรื่องของ "ทำสิ่งใด ย่อมได้ สิ่งนั้น"

ดังนั้น หากไม่มีุคุณค่าพอ อย่าแบมือขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เพราะมันไม่ภูมิใจและไร้คุณค่าในตัวเอง

 

ความเหนื่อยและความท้อใจของคนสอนก็มีอยู่บ้างในกรณีของคนที่ "ปิดใจ" อัตตาพอกหนา คิดว่า ตนเองทำดีแล้ว เก่งแล้ว พวกนี้ผมจะพยายามดูก่อนด้วยวิธีการอื่น ๆ หากไม่ไหวใน ๔ เดือนจริง ๆ คงต้อง "บุญทำ กรรมแต่ง"

แต่การคัดง้างคิดเป็นจำนวนถือว่า น้อยมาก ห้องหนึ่งก็มีสักคน สองคนเท่านั้น

 

คนส่วนใหญ่ เมื่อเราใช้เหตุผล เขาจะฟังและนำไปคิด และเปลี่ยนแปลงตัวเองโดยที่เราไม่ต้องบอกอะไรเลย

 

"ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้ ถ้าเจ้าตัวไ่ม่เปลี่ยนเอง"

 

เด็กคนนี้เขียนได้ประทับใจผมเหลือเกิน ผมเองก็ยังจำไม่ได้เหมือนกันว่า ผมได้สอนอะไรเขาไปบ้าง ผมได้พูดอะไรไปบ้างหนอ จำไม่ได้จริง ๆ

แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจในความเพียรพยายามของตัวเองที่ผ่านมา ๔ เดือนครับ

 

"มันได้ผล!"

 

คำอุทานสั้น ๆ ของผม !

 

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้เสมอนะครับ กัลยาณมิตรของผม ;)...

 

บุญรักษา นะครับ ;)...