กว่าจะขยับภาพให้อยู่ตรงกลางได้หมดทุกภาพ ใช้เวลานานโข แต่ก็จะพยายามค่ะ เพราะถึงอย่างไร ฉันก็รักที่นี่ เกิดจากตรงนี้ หัวบล็อกไม่มี ภาพพื้นหลังไม่มีสีสัน ก้ไม่เป้นไร สีขาว ก็ดูสะอาดตาดี เพียงแต่ฉันต้องพยายามไปเปลี่ยนสีอักษรเสียใหม่ จากบันทีักเก่า ๆ ที่ใช้ตัวอักษรสีอ่อน ๆ จะพยายามเข้าไปแก้ไข เพราะทุก ๆ บันทึกที่ผ่านมา มันคือความทรงจำที่ดี โดยเฉพาะกำลังใจที่พี่น้องผองเพื่อน มีให้ในทุก ๆ บันทึก ถือเป็นสิ่งมีค่าในจิตใจมากมายค่ะ

     

 

เป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ที่ได้มาพักค้างคืนที่อัมพวา หลังจากนานมาแล้ว
ที่เคยมาพักค้างกับเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นชาวแม่กลอง 
ครั้งกระนั้น แม่กลองยังคงสงบเงียบ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม
ต่างกับครั้งนี้อย่างมาก  และที่สำคัญมาเที่ยวพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน
และลูก ๆ

ได้นอน ได้กิน แบบคนบ้าน ๆ  ก็เพราะเที่ยวกันแบบบ้าน ๆ จริง ๆ
นอนพักกลางสวน  ที่พักหันหน้าไปสู่แม่น้ำแม่กลอง
เดินบนสะพานไม้กระดานแคบ ๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นโกงกาง ต้นจาก
ได้ยินเสียงเรือ  เสียงคลื่นกระทบรากไม้โกงกาง ช่างเป็นบรรยากาศ
ที่น่ารื่นรมย์จริง ๆ 

ตอนเช้า  ยังขี้เกียจลุก  ก็บรรยากาศสบายน่านอนนี่นา
แม้จะไม่มีมุ้งลวด  ไม่มีมุ้งสี่หู  หรือหนังสี่จอ 
แต่ก้ไม่มียุงกัดให้รำคาญใจเลยสักนิด
"ครูตาล ตักบาตรกันเร้ว  พระจะมาแล้วนะ"
เท่านั้นแหละฉันรีบถีบตัวเองออกจากผ้าห่ม จัดแจงกิจธุระของตัวเองและลูก ๆ

ไม่เกินสิบห้านาที เราทุกคนก็ได้ตักบาตรที่ท่านน้ำร่วมกัน
รู้สึกมีความสุขเหลือเกิน ตักบาตรเสร็จก็ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนเป็น
นางแบบ นายแบบ เป็นช่างภาพ ผลัดกันกดชัตเตอร์ จึงได้มีภาพสวย ๆ
มาอวดในบล็อกและหน้าเฟสบุ๊ค จนต้องแบ่งบันทึกเป็นบันทึกย่อย
ถึงสามสี่บันทึกนี่แหละค่ะ





 

ขอบพระคุณนางแบบสวย ๆ  คณะครูโรงเรียนบ้านพุตะแบก

ขอบพระคุณชาวอัมพวาที่ล้วยอัธยาศัยงดงาม สัญญาว่าจะกลับไปเยือนอีกครั้ง

ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยือน

 

อิงจันทร์

                                                                 ๒๕  ธันวาคม ๕๔