หลังทำงานเสร็จครูเมตตาพา หนูไปสักการะเจดีย์ หลวงปู่เหรียญและไปสักการะรูปหล่อหลวงปู่เทส ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว ทั้งครูและหนูเคยมาด้วยกันครั้งหนึ่ง

   ครูถวายปัจจัยซื้อที่ดินถวายวัด เจ้าหน้าที่จึงให้ เหรียญหลวงปู่เหรียญที่มีเกศาที่เป็นพระธาตุและ CD มา ครูเมตตา ทานให้ดู แต่ใจหนูก็ยังทานไม่เป็น ท่านจึงให้เหรียญหนูมาแล้วก็สอนว่า "ถ้ามีโอกาสทำเลยอย่ารอ"

แล้วระหว่างทางก็เปิด CD ให้ฟัง เหมือนฟังแล้วก็โดนใจค่ะ ท่านเทศน์เหมือนครูเมตตาสอนมาเสมอ แต่ใจหนูต่อต้าน แต่พอได้ฟังแล้วรู้สึกเบาขึ้นค่ะ

  จากที่หนัก ๆ ในความรู้สึก ตอนที่ท่านบอกว่า “อยู่ด้วยกันแล้วบอกไม่ฟังก็ให้ไป”
 แม้ท่านจะบวชให้ก็ตาม
ฟังแล้วก็นึกถึงตนเอง  

“อย่างนี้ซินะครูถึงไล่หนีบ่อย ๆ เพราะไม่เชื่อฟัง”

แต่ก็เบาในความรู้สึกค่ะ บอกไม่ถูกเหมือนหลุดจากความหนักอึ้งเป็นพัก ๆ

 ที่ฟังแล้วเป็นพฤติกรรมไม่ดีที่ตนเองทำแล้วมีอาการงอแง แล้วพอได้ฟังเสียงเทศน์ท่านก็เหมือนคิดได้
โดยเฉพาะตอนที่ครูบอกให้ฟังไว้ ๆ ก็ได้ยิ้มเบิกบาน แต่ก็รู้ไม่ทันว่ามีอาการเคลิ้มไปค่ะ

 อย่างเรื่องการทำสมาธิ ก็รู้สึกโดนใจ ยอมรับค่ะว่า “ฝึกน้อย” นั่งลงทีไรก็จะฟุ้ง จะเบา ๆ แค่ช่วงแรกแล้วก็จะฟุ้งซ่านไปเรื่อย
 ดึงกลับมาได้ก็แป๊บเดียวแล้วก็ฟุ้ง พอทำแล้วไม่สงบสักทีก็เลยไม่ค่อยทำค่ะ ปัญญาอาจจะไม่ต้องพูดถึง
 สติก็ไม่มีปัญญาก็ไม่มีจะให้เห็นค่ะ

 ที่เหนื่อยที่ท้อ อาจจะเป็นเพราะหนูรอจะดูผลคาดหวังในผลแล้วไม่เห็นค่ะ

เลยยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ แต่กลับไม่ยอมรับว่าที่

มันไม่เห็นผลเพราะไม่ทำ
 ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ เจ้าค่ะ ในส่วนที่ท่านเอ่ยถึงค

วามเป็นสมณะใจก็ระลึกถึงครู
 เพราะในนิยามที่ท่านเอ่ยถึง คือ วิถีที่ครูดำเนินมาแท้ ๆ ในมุมที่มองเห็น

สรุปว่าพอได้ฟังแล้วเหมือนปลดล๊อคความรู้สึกหนักๆในใจก็เหมือนมีกำลังใจขึ้นมาค่ะ