จงบริโภคอาหารให้เป็นยา อย่าบริโภคยาเป็นอาหาร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองในทางที่ถูกต้อง แม้จะคิดว่ามันจะไม่ใช่ อโรคพยาธิ ปรมาลาภา ความไม่มีโรค ช่างเป็นลาภอันประเสริฐ

เมื่อ ดิฉัน ไอ ประสบการณ์ ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ดิฉันคิดว่ารุนแรง เกือบทำร้ายตนเอง เกือบตาย ด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง คิดว่าทำแบบนี้ คือใช่

อโรคพยาธิ ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นคำพูดที่กินใจ โดนใจมากที่สุด เพราะว่าคนเราเมื่อเกิดมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา เงินทอง หรือการงานแทบจะไม่อยากได้อยากดีคะ ด้วยหมดแรงใจและกำลังกาย เพราะฤทธิยา ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ ของตนในเรื่องของการรักษาที่ถูกต้อง เกือบจะล้มป่วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ดิฉันจึงต้องบันทึกนี้ไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ให้คนที่เข้าใจผิด ว่าดูแลตนเองไม่ไปหาหมอ ก็ใช้ได้แล้ว ขอให้ทุกท่านตื่นตัวอย่าได้ทำแบบผู้เขียนเลย ปรับตัวปรับใจใหม่ ไม่เช่นนั้น จะสายเกินไป ที่แรงจะมีเหลือพอดูแลตนเองได้ เหตุนี้เอง ดิฉันจึงต้องดูแลตนเองอย่างดี โดยเฉพาะเสียง เพราะต้องจัดรายการทุกวัน แต่อยู่ๆๆมา ดิฉันก็มีอาการไอ ต้องกระแอม ตอนแรกก็เป็นนิดหน่อย แต่ก่อนเคยทานยาชวนป๋วย หรือยาแกไอ ทุกชนิด แล้วมันก็หายไป แต่ครั้งนี้มันหายช้าเหลือเกิน แม้จะต้องต้มน้ำดื่มน้ำอุ่นๆๆ ทุกครั้งที่ไอ เพื่อให้หาย 2-3 วันก็ไม่มีอาการดีขึ้น ทุกทีที่เคยไอ เคยกินอาปาคัวร์ แล้วไม่กี่วันก็หาย ไปหาซื้ออาปาคัวร์ ที่ไหนก็บอกว่า ขาดตลาด เพราะน้ำท่วมโรงงาน ช่วงนั้นน้ำก็ท่วมจริงๆที่กรุงเทพ คงขาดตลาดจริงๆ แล้วคนขายที่แต่งตัวเป็นเภสัชกรก็แนะนำยาเม็ดที่มีอยู่มาให้ บอกว่าชงัดนัก เป็นแผง ชื่อ MOfazt clear cap เป็นแผง แผงละ 10 เม็ด แล้วก็ยาแผง COLD-TAP มี 10 เม็ดเช่นกัน ให้ทานแทน กินวันหนึ่งก็ไม่มาก 1 เม็ด เอาว่ากลางวันไม่กิน เพราะดูแลตนเองได้ แต่ตอนกลางคืนถ้าไอ จะไม่ได้นอน ดิฉันกินมาได้ ไม่ถึง1 อาทิตย์ กินประมาณวันละ 2 เม็ด คำนวณแล้ว 20 เม็ด แล้วก็ซื้อยาฮีโร่ มากินพร้อม เพราะกลัวต่อมทอมซินอักเสบ เพราะไอมากเหลือเกิน พี่น้องคะดิฉันกินไปได้ ไม่ถึงอาทิตย์ มีผลข้างเคียง เบื่ออาหาร แทบจะไม่กินอาหารเลย กินนิดหน่อย พอไม่ได้ทานอาหาร น้ำหนักลด ฮวบฮาบน่าตกใจ ซึ่งดิฉันไม่รู้ตัว มีคนมาทักดิฉัน ทำไมผอมลงคิดว่าดิฉันตรอมใจ น้ำหนักลดเหมือนคนอกหัก ดิฉันเริ่มหันมามองดูตนเอง จริงๆๆด้วย ผอม น้ำหนักลด จาก 62 เหลือ 52 และดิฉันจากคนที่เคยกระฉับกระเฉง กลายเป็นคนเนือยๆๆ เฉื่อยๆๆ แทบจะไม่มีแรง บางครั้งก็เดินโซเซ วิงเวียนด้วยกินข้าวไม่ลง อะไรที่เคยอร่อย ไม่มีเลย ด้วยถทธิ์ยา ทำให้ปากขม และในบางครั้งยามอยากก็ไม่กิน ยามกินก็ไม่ได้อยาก เพราะทำงานไปด้วย ไม่สบายไอไปด้วย แต่ด้วยใจสู้ ก็ฝืนทำงานภาระกิจประจำวันไป รอวันหาย ดิฉันเหมือนอยู่ตามลำพัง ตามจริงก็ลำพังจริงๆๆ ลูกก็อยู่ไกล สามีก็ไปทำงาน แล้วยังเลี้ยงดูแลลูกบรีม จนไม่ได้ดูแลตนเองเลย คนใช้ก็ไม่มี พี่น้องคะดิฉันเคยไอ ไอแบบนี้ก็หลายครั้ง แล้วก็หายไปเองแบบธรรมชาติ ไม่หนักเหมือนครั้งนี้ ไปจัดรายการก็ไม่ได้ เพราะยามพูด ไอจะแย่งก่อนต้องหยุดจัดรายการ ยิ่งทานยา ยิ่งเป็น เพราะตอนนี้ยาที่กินมันทำให้ดิฉันเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ถ้าขืนกินต่อไป คงหมดลมหายใจอีกไม่นาน ยาที่กล่าวมา ไม่เคยกินสักครั้ง แปลกใจ ทำไมช่วงนี้ ยาแก้ไอ ถึงเปลี่ยนเป็นแผงๆๆ (คงจะมีมาก ไปเป็นสารตั้งต้นอะไรซักอย่างหรือเปล่าหนอ) ดิฉันหยุดทานยาทั้งหมด ที่ว่ามา เอาทิ้งขยะ หันมาใส่ใจแบบ ไม่พึ่งยา ไม่ทานยาเลย เพราะผลข้างเคียง ทำให้ดิฉันเบื่ออาหาร ดิฉันจึงแก้ปัญหาโดย ไอเมื่อไหร่ ก็เอาเกลือเข้าไปทาที่คอมีตุ่มคะ ทาแล้วก็กลั้วคอด้วยริสเตอรีน น้ำยาบ้วนปาก แล้วก็ดื่มน้ำร้อน ไม่ใช่อุ่นนะคะ ในปากแทบจะพอง จิบเอาคะ กลั้วคอ แล้วก็หมั่นไปกลั้วคอ เวลาแปรงฟัน แปรงฟันเสร็จ ดิฉันใช้นิ้ว ไปบีบยาสีฟันนิดเดียว ยี่ห้อซูเหลียน แล้วก็เอานิ้วไปกลั้วคอที่เป็นตุ่ม แล้วก็บ้วนออก มีอาการเย็นซ่าที่ตุ่มคอ บรรเทาอาการไอลงได้บ้าง พี่น้องคะรักษาแบบนี้ ไม่ต้องพึ่งยาตอนนี้ค่อยยังชั่ว แล้วคะ ดิฉันพยายามค้นในกลูเกิ้ลคะ ว่าอาการไอเกิดเนื่องจากอะไรบ้าง เขาก็บอกว่า อากาศร้อนมาก หรือเย็นมากเกินไป และอากาศเปลี่ยนแปลง ดิฉันคงจะอยู่ตรงอากาศเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว แล้วก็ทานอาหารที่มีรสจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งดิฉันได้แก้ไข ตามที่เขาเขียนแล้ว แต่ก็ยังไม่หายดี รักษามาเป็นเดือน ในที่สุดดิฉันก็ไปเห็น เขาเขียนว่า กรดไหลย้อน ซึ่งดิฉันก็มาพิจารณาตนเอง กรดไหลย้อนนี้อาจจะเป็นสาเหตุ ต้นเหตุที่ทำให้ดิฉันไอ เป็นเดือน การไหลย้อนของน้ำย่อย กรดหรืออาหาร ไหลย้อนขึ้นมาตรงลำคอ ทำให้ลำคอระคายเคือง ไอ มีผลต่อกล่องเสียง ลำคอ หรือแม้แต่ปอดได้ ถ้าเป็นประจำ ก็จะไอประจำ ดิฉันอ่านที่เขาเขียนไว้ ถ้าปล่อยให้กรดไหลย้อนเรื้อรัง จะกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ จากการอ่านเรื่องกรดไหลย้อน สาเหตุที่ดิฉันเป็นก็คือดิฉันมักจะลุกขึ้นมาทานอาหารตอนดึกๆๆทานชดเชยยามกลางวัน เพราะยามกลางวัน ทานไม่เต็มที่ ด้วยภารกิจมากมาย ตอนนี้ดิฉันลดการทานอาหารยามดึก และไม่ทานมาก แม้แต่กาแฟก็ลด ที่เขียนมานี้อาการไอเริ่มรักษาแบบไม่ใช้ยา แต่มาสนใจพฤติกรรมของตนเองใหม่ อาการไอเริ่มรู้จุดแล้ว ไอเมื่อไหร่ก็จีบน้ำร้อนทันทีไม่หาย ก็ไปกลั้วคอด้วยยาสีฟันซูเหลียน แล้วก็บ้วนปากด้วยริสเตอรรีน ทำประจำ ตอนนี้อาการไอ หายห่วง เพราะเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว แต่แล้วพี่น้องคะ ในขณะที่ดิฉันรักษาอาการไอด้วยการทานยาที่เภสัชเอาให้มาได้ 2-3 วันนั้น ดิฉันลืมสังเกตระบบขับถ่ายคะ เกิดอาการข้างเคียงอีกแล้วดิฉันไม่ถ่ายอุจจาระเลย ธรรมดาทุกวันดิฉันต้องขับถ่ายเป็นประจำ ทุกเช้า ในระยะที่ดิฉันทานยาแก้ไอแบบเป็นเม็ด พร้อมยาฮีโร่นั้น ช่วงนั้นถ่ายยาก ต้องเบ่งยิ่งกว่าเบ่งออกลูก เหงื่อกาฬไหล่ท่วมตัว ตัวสั่นเทาไปหมด ดิฉันจึงซื้อยาระบายไบโซแลกมากิน ตอนแรกดิฉันก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่พึ่งยา ดิฉันซื้อของเปรี้ยว มะขาม ส้ม แม้แต่ตำแตง ซดทั้งน้ำ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น โอโห ลำไส้ดิฉันคงผิดปกติไปแล้ว มะม่วง รสเปรี้ยวรสหวาน ไม่เป็นผลเลย ในที่สุดก็ตัดสินใจ กินยาระบายไบโซแลก เขาบอกว่าให้กิน 2 เม็ดก่อนเข้านอน ดิฉันไม่เคยกินซักที ดิฉันคิดว่า ถ้ากินก่อนเข้านอน เกิดมันลุกเข้าส้วมทั้งคืน คงตายแน่ ดิฉันตัดสินใจ กินตอนกลางวัน ผลมันทำให้ง่วงเหงาหาวนอน ซึม แต่พอมันจะถึงเวลามวนท้อง จะอึ ก็ต้องรีบเข้าส้วมคะ พี่น้องคะ เป็นเพราะท้องผูกมาก มันก็ได้เบ่งออกทันที มันจะให้เรา ปวดเบ่ง เป็นระยะ ถ้าจะออกก็ออกมาแบบ กระปริดกระปรอย ดิฉันเดินเข้าไปนั่งเบ่งทั้งวัน เป็นระยะครึ่งชั่วโมงต่อครั้ง ออกบ้างไม่ออกบ้าง ยังดีที่เป็นตอนกลางวัน ถ้าเป็นกลางคืน ดิฉันคงสลบคาห้องน้ำคะ และในที่สุด มันก็มีช่วงหนึ่ง เอาว่ามันไหลเลื่อนเคลื่อนคล้อยจนได้ที่ ดิฉันเบ่งครั้งนี้ไม่นาน มันไหลออกมาหมด แล้วรู้สึกว่าสบายเนื้อสบายตัว เหงื่อท่วมตัว ยิ่งกว่าวิ่ง 4คูณ100 ถ้าเป็นประจำ ริสสีดวงคงมาเยือนอีก วันต่อมา ก็คือวันที่ดิฉันกำลังเขียนอยู่นี้ เมื่อเช้าดิฉันกินไบโซแลกไป 2 เม็ดแล้ว แสดงว่าดิฉันหายท้องผูกแล้ว มันไม่มีอาการมาให้ดิฉันต้องนั่งเบ่ง ไม่ปวดอะไรเลย หรือว่าไม่มีอะไรในท้องที่จะขับถ่ายแล้ว ท้องว่าง ดิฉันคงต้องสังเกตต่อไป ทำไม มันถึงไม่ให้ดิฉันปวดอยากขับถ่ายท้องเหมือนเมื่อวาน หรือลำไส้ปกติแล้ว และมีความรู้สึกว่า หิวๆๆ คงท้องว่าง

พี่น้องคะ ที่ดิฉันเขียนมานี้ มันน่าระอายที่เอาเรื่องส่วนตัวมาพูดให้ฟัง แต่ดิฉันอยากจะเป็นอุทาหรณ์แก่พี่น้องทุกๆๆท่าน ว่า การที่จะรักษาตนเองนั้น อย่าพึ่งแต่ยา ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ให้ตนเองรักษาตนเอง ให้ธรรมชาติรักษาบำบัด เพราะถ้าพึ่งยา โดยเฉพาะซื้อยามาทานเอง สิ่งที่ตามมาด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจจะทำให้ตนเองอายุสั้น โดยไม่รู้ตัวคะ เพราะผลข้างเคียง บางคนก็รู้ตัวก่อน รักษาทัน บางคนไม่รู้สึกตัว ล้มหมอนนอนเสื่อไปเลย ดิฉันบอกตนเองเสมอว่า ให้จำจำไว้ ทานอาหารให้เป็นยา อย่าใช้ยาให้เป็นอาหาร ซึ่งตามความเป็นจริง ก็ไม่ควรเที่ยงตรงขนาดนั้น เพราะบางครั้งการไอ มันก็ต้องมียามารักษาด้วย อาจจะเป็นยาสมุนไพร ยาตามแพทย์สั่ง และเมื่อคราเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ที่ว่าไอนี่แหละคะ กินยาด้วยตยเองจนป่วย ก็กลัวตายคะ ช่วงนั้นไม่อยากได้อยากดี ขาดความกระตือรือร้น มีคนถามว่า ทำไมดิฉันไม่ไปหาหมอ ดิฉันคิดเอาเองว่า ก็ไอธรรมดา หมอก็จะวินิจฉัย เหมือนที่ดิฉันค้นอ่านในกลูเกิ้ล แล้วก็จะให้ยามาทาน เหมือนเดิม คงหนีไม่พ้นยาแก้ไอ อีกยี่ห้อ เพิ่มเข้าไปอีก(เหมือนไม่เชื่อมือหมอ) พี่น้องคะ แค่กิน ยาที่กล่าวมา พร้อมยาฮีโร่เม็ด เกิดอาการข้างเคียง ทำให้ระบบขับถ่ายปั่นป่วนไปหมด ดิฉันตั้งแต่ถ่ายไม่ออก(ขออภัยนะคะ ชัดเจน) ไม่อยากทานยาอะไรเลยคะ และคิดว่า จะเริ่มดูแลตนเองเสียใหม่ โดยมีกลูเกิ้ลเป็นที่ปรึกษาคะทุกวันนี้ ไม่หิว ไม่ทานอาหร ก็ทานผลไม้ตามฤดูกาลแทนคะ น้ำหนักก็ลดลง ลดลง และขอบอกยาที่ดิฉันเอ่ยชื่อมานั้น เป็นยาที่มีคุณภาพ ไม่ได้ติเตือน ขอให้ใช้ยาโดยมีแพทย์แนะนำด้วยจะเป็นประโยชน์แก่สุขภาพตน ก่อนที่จะรู้เท่าไม่ถึงการณ์คะ พี่น้องกัลยาณมิตรทุกๆๆท่าน วันนี้ 16 กรกฎาคม 55 ดิฉันยังไม่ได้หายจากอาการไอเลย ดิฉันจะไอ เมื่อมีความรู้สึกร้อนๆๆ เหงื่อออก ก็จะไอ จะต้องไปจิบน้ำร้อน น้ำร้อนนี่ขาดไม่ได้เลยคะ ต้องมีทุกวัน พร้อมที่จะจิบ บางครั้งจิบแล้วก็ยังไออยู่ ยิ่งถ้าทานอาหารที่มีรสจัด จิบน้ำแล้วก็ไม่หาย ดิฉันต้องไปกลั้วคอด้วยการบีบยาสีฟันซูเหลียนไปทาที่ตุ่มอยู่คอ แล้วก็บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก มันจะบรรเทาได้มาก หายไป อย่าให้ตนเองร้อนเหงื่อออกก็แล้วกัน หรือทานอาหารรสจัด ต้องรีบทำให้ตัวหายร้อน แล้วก็รีบบ้วนปาก ล้างปาก ตามที่ทำทุกวัน ทุกขณะที่มีอาการไอ

พี่น้องที่รักทุกท่านคะ ดิฉันไอ นานเกินเดือน 2 เดือนจะปาเข้าไป 5-6 เดือนแล้ว นานเกินไปนะคะ ดิฉันอ่านเรื่องไอเกี่ยวกับปอด โรคปอด ดิฉันมาสังเกตว่า เวลาดิฉันไอ มันจะมาจากตุ่มที่ลำคอ ไม่ได้ไอมาจากปอด หรือเจ็บปอด ตุ่มคะ ที่คอ ดิฉันกำลังสังเกตใหม่คะ หลังจากที่ดิฉันบีบยาสีฟันซูเหลียนทาที่ตุ่ม ที่อยู่ระหว่างลำคอ กลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปาก เสร็จแล้วดิฉันได้น้ำผึ้งเดือน หก ชาวบ้านบีบมาขายแบบต่อหน้าต่อตา ดิฉันเลยซื้อ 1 ขวด 120 บาทคะ แล้วดิฉันทดลองใช้ช้อนตักน้ำผึ้ง ทานต่อ หลังจากที่บ้วนปากแล้ว ๆได้ผลคะ เพราะอาการตุ่มที่คอ เริ่มจะลดลง แล้วก็บรรเทาอาการไอลงมากหายระคายคอ ช่วงนี้ดิฉันรู้วิธีรักษาตุ่มที่คอแล้วคะ คงจะติดน้ำผึ้งไปเลย เพราะจากการสังเกต มันหายไอ ตุ่มก็ไม่ระคายเคืองคะ เสียดายที่ซื้อน้ำผึ้ง ให้เขาบีบให้ขวดเดียว ถ้ารู้ว่ามันหายาก สดสด จะเหมาหมดเลยคะ ประมาณ 6 ขวด ตามจริงก็มีโอท็อปวางขายอยู่ทั่วไป แต่อยากได้เห็นกันจะจะ สดสดคะ พี่น้องคะ อาการที่คอที่เป็นตุ่ม จะบรรเทา จะหายไอหรือไม่ ก็คงต้องดู จากการนำน้ำผึ้งมาแก้ จิบเบาๆๆ หลังจากทำความสะอาดปากแล้วคะแล้วจะนำมาเล่าต่อนะคะ

พี่น้องที่รักทุกท่านคะ เกี่ยวกับเรื่องยา ตัวเราไม่ได้เป็นหมอ การที่ซื้อยามาทานเอง โดยรู้เท่าไม่ถึงการ อาจจะทำให้คนดีดี ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ ด้วยกินข้าวไม่ลง หมดเรี่ยวหมดแรง และอาจจะสายเกินไปก็ได้ อย่าเชื่อมั่นตนเองมากนัก ดิฉันพยายามอ่านเรื่องเกี่ยวกับการใช้ยา ด้วยตนเอง พอจะมีที่สังเกตได้ แต่ให้เชื่อหมอดีกว่านะคะ พร้อมๆๆกับภูมิปัญญาแบบชาวบ้านใช้ยาสมุนไพรด้วยก็ได้คะ

1-ใช้ยาให้ถูกโรค คือต้องทราบก่อนว่า อาการที่เป็นนั้นเกิดมาจากสาเหตุใด จากสิ่งใด จะได้ใช้ยาให้ถูกต้องตามอาการ

2-ใช้ยาให้ถูกขนาด ปริมาณยาที่ใช้ในแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป ต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุคน อาการ และยาที่ใช้ร่วมกัน

3-ใช้ยาให้ถูกเวลา โดยต้องรู้ว่า ยาที่จะใช้เป็นยาก่อน หรือหลังอาหาร และควรใช้ให้ครบ เพื่อป้องกันการดื้อยา

4-ใช้ยาให้ถูกทาง เนื่องจากยาเม็ดหรือยาแคปซูล การดูดซับของร่างกายจะแตกต่างกัน ถ้ามีการหักหรือแกะออก อาจทำให้ร่างกายรับยาเกินขนาดได้ การใช้ยาต่างๆๆควรปฏิบัติตามคำแนะนะของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด พี่น้องที่รักทุกท่านคะ

วันนี้วันที่ 30 กรกฎาคม55 นับตั้งแต่ที่ดิฉันไอ เป็นต้นมา นับได้ 6 เดือนคะ หลังจากที่ดิฉันใช้น้ำผึ้งกลั้วคอ หรือทาคอ หลังจากที่ทำความสะอาดแล้ว ได้ผลคะ อาการระคายเคืองหายไป ดิฉันดีใจมาก วันที่ผ่านมา ดิฉันคิดอยากทานต้มยำ คิดว่าอยากทานเลยสั่งซื้อจากที่ร้านอาหารตามสั่งคะ อร่อยมาก แต่หารู้ไม่ ว่า อาการไอที่ว่าหาย กลับคืนมาอีก และรุนแรง ไอกระแทก ไอจนกระอัก คือไอไม่ธรรมดาเสียแล้วเหมือนที่ลำคอมันคันระคายเคือง มีอะไรคันยิกๆๆ ดิฉันเริ่มใจเสีย เพราะไอรุนแรงอยู่ 2 วัน ไอจนมีเลือด แต่เลือดที่ออกมา ไม่ใช่ที่ปอด แต่ที่คอ ดิฉันเริ่มใจเสีย เพราะอุตส่าห์รักษามานาน ดิฉันต้องตัดสินใจ ซื้อยาทิฟฟี่มาทาน ทานตอนกลางคืน นอนหลับดี อาจจะเป็นเพราะยากุม ไม่ไอ ทานอยู่ 2-3 วัน ในแผงยาเขาบอกว่าอย่ากินถึง 5 วัน เกี่ยวกับตับจะเป็นพิษ เกือบจะ 5วันแล้วคะ แต่วันละเม็ด ก่อนนอนเท่านั้นและก็สามารถทำให้ไม่ไอในยามกลางคืน จนทุเลาลงได้คะ ดิฉันหันมามองดูสุขภาพตนเอง คงจะเป็นอายุมากขึ้น ร่างกายอ่อนแอลงตามอายุไข จึงคิดจะซื้อสมุนไพรมาบำรุง ร่างกายบ้าง ตัดสินใจไปซื้อ โสมเกาหลีตังกุยจับ ขวดพันกว่าบาท มาดื่ม พี่น้องคะ เชื่อไหมคะ รสชาติเหมือนยาแก้ไอชนิดหนึ่ง รู้สึกตัวว่า บำรุงร่างกายที่เนื่อยๆๆได้ และชุ่มๆๆคอรักษาแก้ไอได้ด้วย ตอนนี้แพงแค่ไหนก็ไม่เกี่ยง เพราะมันทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย และช่วยบรรเทาไอได้ด้วยคะ ของเขาดีจริงๆๆ คิดว่าคงจะเป็นอวสานของการไอที่ไอมานาน เกือบ 6 เดือนแล้วคะ ช่วงนี้ ค่อยบรรเทาไอ ลงได้บ้าง แต่ถ้าหาก มีผลข้างเคียง จะนำมาเล่าเขียนให้อ่านต่อไปคะ

รูปนี้ช่วงดูแลน้องบรีมตอนเป็นทารก นี่ก็เป็นสาเหตุให้ สุขภาพอ่อนแอลง รูปนี้ยังอ้วนอยู่นะคะ แต่ช่วงที่เขียนนี้ ผอมลง เหมือนคนอกหักคะ กินไม่ได้ นอนไม่พอ พี่น้องที่รักทุกๆๆท่านคะ รักษาสุขภาพกันนะคะ มีเวลาตรวจสุขภาพประจำปีก็คงดี ดิฉันก็คิดอยู่ จะไปตรวจสุขภาพ ทุกอย่าง ประมาณ 4 พันบาท โรงพยาบาลเอกชน แต่ก็ยังหาเวลาไปไม่ได้คะ ขอจบก่อนนะคะ สวัสดีทุกท่าน ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมคะ

ถึงกัลยาณมิตรทุกๆๆท่าน อาการที่สุเป็นในขณะนี้ ถือว่าเรื้อรังแล้ว ตอนแรกคิดว่าเป็นไอ เป็นหวัดธรรมดาทั่วไป กินยาแล้วก็หาย จากการสังเกตพอจะจับอาการได้ว่า ตนเองเป็นโรคแพ้ฝุ่นละออง ซึ่งมีช่วงหนึ่ง เจาะบ้าน สองห้องให้มันเข้าไปหากันได้ คือบ้านสองหลังติดกัน เป็นตึกแถว 2 ชั้น หลังที่สองพึ่งซื้อและเคยกะว่าจะทำเป็นหอพัก แต่ก็ไม่ได้ทำ เจาะห้องเพื่อให้ติอต่อกันได้ เข้าออกกันได้ และผลจากการเจาะห้อง ฝุ่นปูนที่เจาะมันเกาะอยู่ในบ้าน ซื่งเราจะมองไม่เห็น เวลาเราเปิดพัดลมเพดาน มันจะป่วนไปหมด เหมือนพายุฝุ่นน้อยๆๆ แต่มองไม่เห็น เราก็จะสูดดมเข้าทุกวัน ที่ผู้เขียนมารู้ว่าแพ้ฝุ่น เพราะเอาพัดลมแอร์ แอร์ มาทำความสะอาด จะเต็มไปด้วยฝุ่นปูน แม้แต่พัดลมเพดานใบพัดของมันก็จะมีฝุ่นปูนเต็มไปหมด เลยต้องเช็ดใบพัดมัน ให้สะอาด และห้องก็เป็นห้องกระจก ปิดตลอด กระจกใส ลูกค้าเข้ามาเห็นกันได้อยู่ ว่าจะเอาพัดลมดูดอากาศมาเจาะดูดฝุ่นออก ซัก 2 ตัว ก็ยังไม่มีเวลาเลย เพราะต้องไปหาซื้อพัดลมนี่ที่ขอนแก่น ต้องเดินทาง เลยมีแต่พัดลมแอร์ ที่ดูดฝุ่นแทน มาตั้งซึ่งล้างแต่ละครั้ง ขี้ฝุ่นปูนเต็มไปหมด และผู้เขียนก็นอนในห้องที่ฝุ่นจำนวนมาก โดยไม่ระวังตัว เราไม่รู้ว่าฝุ่นมันยังว่อนไปหมด กินยาแก้ไอ ทุกชนิดก็ไม่หาย เลยลองมาดื่มน้ำอุ่นๆเวลาละคายคอ ก่อนนอนก็กินยาแก้แพ้ ทำให้ไม่ไอ ตั้งแต่ทานยาแก้แพ้ก็ได้ผล คือนอนหลับดี จะกินแต่ก่อนนอน เพราะยานี้จะทำให้ง่วงนอนมากๆ ก็กินทุกๆวันก่อนนอน มาคิดอีกที เราจะกินยาแก้แพ้ไปตลอดหรือ เพราะมันมีผลข้างเคียงคือ เราจะขมปาก กินอาหารไม่อร่อย เป็นเบื่ออาหาร น้ำหนัดลดอีกแล้ว กินอะไรก็กลัวจะไอ บางที่อยากกินตำมะละกอ ใส่ปลาร้าก็กลัวไอ แต่วันหนึ่งลองกินดูเอาแบบไม่เผ็ด ปรากฎว่า มันชุ่มคอดีซะอีกอาจจะเป็นเพราะใส่มะนาว น้ำมะขาม ใส่มะกอก ไม่ไอ ตอนนี้ก็หันมาซดตำแตงเลย ก็ โอเค ไม่ไอ มันก็แปลก ปล่อยให้เราอดอาหารที่อยากมาตั้งนาน ด้วยกลัวแสลง จนน้ำหนักลด รู้ว่าอยากทานอะไรก็หาทานได้เลย ไม่กลัวแสลง ตอนนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก แต่มีข้อแม้ว่า พอทานเสร็จแล้ว ต้องไปกลั้วคอ ล้างคอ หรือแปลงฟันใหม่ไปเลย ล้างบ้วนปากด้วยริสเตอรีนรสไม่เผ็ด ได้ผลคะ ไม่ไอเลย แต่ก็รู้ช้าไป เพราะกว่าจะรู้วธีแก้ปัญหาอาการไอ มันก็เป็นไอเรื้อรังแล้ว และตรงที่มันไอ ทำให้ละคายเคืองก็คือตรงหลอดคอนี่เองฉนั้นนอนตื่นขึ้นมาไม่อยากไอก็ต้องรีบบ้วนปาก แปลงฟันเวลาไอ วันหนึ่งแปรงวันละหลายครั้งหลังจากท่านอาหาร เพราะแปรงแล้วมันบันเทาได้ คือไม่ไอเลย ตอนนี้พอเราสังเกตรู้แล้ว เราก็รู้วิธีแก้ไอ ดื่มน้ำร้อนอุ่นๆๆ แปรงฟันบ้าง บ้วนปากด้วยน้ำยาที่ไม่เผ็ดบ้าง ระวังอย่าบ้วนปากด้วยน้ำยาที่เผ็ด ปากเหมือนมีแผล จะแสบ แทนที่จะหายอย่างหนึ่ง กลับไปเป็นอีกอย่่างหนึ่ง

ตอนนี้ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอ ก็หยุดกิน มีแต่วิธีปฏิบัติตนเท่าที่กล่าวมา สามารถช่วยเหลือตนให้พ้นจากอาการไอได้ ว่าจะไปหาหมอ ตรวจเช็คปอด ก็ยังไม่ได้เช็ค มีความรู้สึกว่า เวลาไอมันอยู่ที่คอนี่เอง ยังไม่ถึงปอดแต่ก็เกรงเหมือนกันว่าถ้าไม่ไปรักษากับหมอ รักษาเองกลัวมันก็จะลงที่ปอด หรือปอดติดเชื้อ คำนี้จำมาจากอ่านคนที่ไอ และโรคปอดที่อยู่ในกลูเกิ้ลนี่แหละ เวลามีอาการก็มาค้นอ่าน หาวิธี และ หาความรู้ จากคุณหมอต่างๆๆ อ่านในกลูเกิ้น เขาบอกว่า ให้อบสมุนไพรบ้าง เพราะการอบสมุนไพร มันจะร้อน จะทำให้อะไรที่ติดปอดอยู่ย้วย หรือไหลออกมา เป็นเสลดจะทำให้ปอดสะอาดขึ้น ไปอบครั้งหนึ่งแล้ว เหงื่อออกมาก หิวข้าวเลย แต่ยังไม่เห็นผลว่ามันจะย้วยลงจากผนังปอดหรือเปล่า เพราะมันอยู่ข้างในปอด ตอนนี้นอนในห้องแอร์ มันจะมีที่ดักจับฝุ่น และบอกช่างมาล้างแอร์ ได้ผล ยามกลางคืนนอนไม่ไอ และรู้สึกหายใจสบายขึ้น ตอนนี้นอนห้องแอร์ตลอดไม่ว่าร้อนว่าหนาว ไม่ห่วงค่าไฟ เพราะยังไงเราก็ยังพยายามหาเงิน เพื่อเสียค่าหมอค่ายา ซึ่งมันไม่ได้ผล ด้วยเรารู้ว่าเราแพ้ฝุ่น กินยาที่ไม่ถูกก็รังแต่จะขมปาก เบื่อหน่ายอาหาร ตอนนี้ทานอาหารได้เยอะมาก และก็ไม่ไอเหมือนก่อน ส่วนเรื่องจะหายหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่วิธีการดูแลตนเอง เพราะตนเองรู้ตนเอง

ดูหนังเรื่อง ลูกทาส หนูแดงต้องตายเพราะไอ เป็นวัณโรคในเรื่อง ไอเป็นเลือด เราก็เกรงๆๆเหมือนกัน แต่มาคิดดูอีกที ถ้าเราดูแลตนเองดี และเข้าใจในไอ ก็คงจะไม่อายุสั้นปานนั้น ถึงสั้น ก็ไม่เป็นไร เพราะอิ่มหรือพอใจในชีวิตแล้ว

เข้ามาในโกทูโนก็ไม่ได้ ลืมรหัสหมดแล้ว และไม่ค่อยมีเวลาว่างมาก งานเยอะ รายการก็เลิกจัดด้วยไอ คิดถึงทุกๆๆคนนะคะ ที่เขียนลงนี่ก็ไม่รู้ว่า เพื่อนๆๆจะได้อ่านกันหรือเปล่า แต่อยากจะให้เป็นวิทยาทาน สำหรับคนที่ไอเหมือนตนเอง เมื่อรู้แล้ว รีบรักษา มันก็จะไม่ไอเรื้อรัง และให้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วตนเองแพ้ฝุ่นนี่เอง อย่าไปมัวรักษาโดยที่ไม่ไปหาหมอ ว่าแต่เขา ตนเองก็ยังไม่ไปหาหมอเลย เกรงหมอจะให้ยาแก้ไอมาให้อีก เพราะมันต้องรักษาด้วยวิธีการปฏิบัติตนเองก่อน ถ้ารู้เท่าทันมันจะไม่เรื่อรัง คือทำอย่างไรถึงไม่ระคายคอ

ยาอมที่บอกว่าแก้ไอ ยิ่งไอเพราะไปเคลือบผิวคอ ทำให้ระคายเคืองหลอดคอ อยากไอเหมือนเดิม

อาการไอของดิฉัน หายแล้วคะ หลังจากที่ไอเรื้อรังมาเกือบปี 2 ปี ที่หายนั้น ก็เพราะดิฉันได้ตัดสินใจไปหาหมอ ไปโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ขอเอ่ยชื่อ โรงพยาบาลราชพฤกษ์ ขอนแก่น ได้รับการต้อนรับและดูแลดิฉัน อย่างให้เกียรติและรวดเร็ว โดยแพทย์ผู้ที่รักษานั้น ก็ขอเอ่ยชื่อท่าน และขอขอบพระคุณ คุณหมอ ไกรธร ธีรานุตร เป็นผู้ตรวจรักษา และหายภายในหนึ่งอาทิตย์ จริงๆๆด้วย ดิฉันพึ่งไป เมื่อวันที่ 7สิงหาคม 57 นี่เอง ดิฉันได้ผ่านการเอ๊กเรย์ รูปเอ๊กเรย์ที่ออกมา คุณหมอบอกว่า หลอดลมโป่งพอง ดิฉันเลยย้ำไปว่าถุงลมโป่งพอง คุณหมอบอกว่า ไม่ใช่ อันนั้นมันต้องคนสูบบุหรี่ถึงเป็น ดิฉันเป็น หลอดลมโป่งพอง เนื่องจากว่าไอมาก และตามเอ๊กเรย์เหมือนเป็นปอดบวม แล้วคุณหมอก็ให้ยามาทาน ทานได้เพียง 5 วัน ยาเหล่านั้นก็หมด แล้วอาการก็หายไอ เหมือนปาฏิหาริย์ นับตั้งแต่นั้นมาดิฉันก็ไม่มีอาการไอแบบนั้นอีกเลย ยาที่คุณหมอให้ ยาละลายเสมหะ ยาฆ่าเชื้อ เพราะดิฉันบอกหมอว่า อยากเกาที่หลอดคอ เพราะมันรำคาญ และเป็นที่ทำให้ไอ และก็มียาขยายหลอดลม ซึ่งบรรเทาอาการไอ และก็ยังมียาฆ่าเชื้ออีกชนิดหนึ่ง รวมแล้วดิฉันได้รับยา 5 อย่าง และยังมียาแก้ไออีกตัวหนึ่ง ต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นอย่างดีเป็นแคบซูน ดิฉันได้ถือโอกาสถามคุณหมอว่า ดิฉันเป็นถึงขั้นวัณโรคแล้วยัง คุณหมอบอกว่า ถ้าอยากรูัต้องตรวจเสลด คุณหมอให้กล่องปล่า 2 กล่อง กลับบ้าน เพื่อขากเสลด เริ่มต้นวันที่6พรุ่งนี้เลย กล่องหนึ่ง วันที่ 7 อีกกล่องหนึ่งวันต่อไปวันศุกร์ที่ 8 เสร็จแล้วเอาไปเช็คโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ดิฉันก็บอกว่า ใกล้โรงพยาบาลสมเด็จยุพราชกระนวน นั่นแหละไปตรวจมาพร้อมเอาเอกสารนี่ให้เขาแสดงผลมาด้วย แล้วไปหาคุณหมอไกรธร อีกที จะอ่านภาษาหมอให้ฟัง ในช่วงบ่าย ว่างั้น ดิฉันได้รับยา ได้รับการตรวจจากคุณหมอ ค่าหมอค่ายาในวันนั้น 2869 เกือบ 3 พัน ดิฉันไม่ได้เสียดายเงินเลย เพราะดิฉันคิดว่า น่าจะมากกว่านั้น มีตรวจปอดเอ๊กเรย์เห็นหลอดลมโป่งพอง ตรวจวัดความดัน ปรกติ ตรวจเลือดโรคเบาหวาน ดิฉันแข็งแรงปรกติทุกอย่าง แค่นี้ก็คุ้มแล้ว ทำไมแต่ก่อนดิฉันถึงไม่ไปหาหมอเสียแต่เนิ่นๆๆ ดิฉันที่ไม่ไป เพราะต้องการไปที่ชัวร์ และรู้ผลวันนั้นเลย เพราะเป็นคนมีเวลาไม่มาก คืดว่าอยากหายมันต้องมาที่โรงพยาบาลเอกชน แต่ดิฉันไม่ว่าง จริงๆๆ ช่วงนี้น้องบรีมก็โตแล้ว ลูกชายก็เรียนจบ ให้มาช่วยธุรกิจของแม่นี่แหละ ทำให้ดิฉันมีเวลาเป็นของตนเองมากขึ้น

หลังจากที่ดิฉันรับยาจากคุณหมอมาแล้วก็ทานตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด หลังอาหาร 3เวลา สั่งอย่างไรก็ว่าตามหมด วันที่ดิฉันต้องขากเสลด เชื่อไหมคะพี่น้อง หลังจากที่ทานยาไปแล้ว 1 วัน เสลดไม่มีให้ขากใส่กล่องเลย ตั้ง 2 กล่อง วันต่อมาอีก 1 กล่อง ก็ไม่มี ไอก็หาย ดิฉันเลยไม่ได้เอาเสลดไปตรวจ ไอก็หาย 5วัน ยาก็หมดไปพร้อมกับอากรไอ ดิฉันดีใจมากคะ

ที่ดิฉันเขียนมาบอกนี้ เพื่อจะบอกว่า เป็นไอเป็นไข้อะไรก็ตาม ให้ไปหาหมอเลยไปหมอที่ชัวร์ ชัวร์ โรงพยาบาลที่ชัวร์ๆๆ ไม่ต้องกล้ว ว่ายาจะแพง และไปที่ชัวร์ ๆเลยนะคะ ดิฉันขับรถไปหาหมอที่ขอนแก่น ไม่ได้ไปรับการจากตรวจหมอที่กระนวนเลยสักครั้งเดียว ด้วยไม่มั่นใจ ว่าจะรักษาหาย ตอนนี้ดิฉันหายแล้ว หายภายใน 5 วัน นับตั้งแต่ที่ไอมาเป็นปีๆๆ 2 ปีด้วยซ้ำ จนหลอดลมโป่งพอง และะคิดว่าตนเองเป็นวัณโรคด้วยซ้ำ หมอบอกว่าดิฉันเป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ฝุ่น แพ้อากาศร้อนแล้วจะไอ ทุกวันนนี้อยู่ในห้องแอร์ตลอด ค่าไฟเดือนละ 3 พันกว่า ใช้หลายอย่าง ก็คิดว่าไม่เป็นไร ขออย่าไอ และให้หาย และตนเองยังแพ้ฝุ่นด้วย ดิฉันบอกคุณหมอว่า แต่ก่อนดิฉันไม่เห็นมีอาการเหล่านี้ คุณหมอบอกว่า (ลักษณะแปลความเข้าใจของดิฉัน ดิฉันว่าคุณหมอกำลังจะบอกว่าดิฉันเริ่มแก่ อะไรก็จะชำรุดหมด ถ้าไม่ดูแล) แต่คุณหมอพูดแบบให้ดิฉันคิดเองนะคะว่า บ้านเหมือนถูกไฟไหม้ จะซ่อมแซมอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม มีไหมความหมายที่แปลกไปจากดิฉันคิดเองคะ ดิฉันแก่แล้ว อวัยวะทุกอย่างเสื่อมโทรม ต้ิงดูแลตนเองเป็นพิเศษ ถ้าอยากจะอายุยืน

อาการไอของดิฉันก็คงจะอาวสาน เช่นนี้แล ขอขอบคุณโรงพยาบาลราชพฤกษ์ ขอนแก่น ขอขอบคุณ คุณหมอไกรธร ธีรานุตร ที่ทำให้ดิฉันหายไอคะ คงเหลือแต่

I LOVE YOU...